Translation

   เมื่อวานนรกมากมาย  กลับบ้านมาแล้วไข้ขึ้น  อันนี้เฉยๆเพราะเป็นบ่อย  แต่ทั้งปากแตก (เพราะดันไปนั่งแกะ) ทั้งร้อนในเลยอ่า  T0T  แถมจุดที่ปากแตกเลือดอาบกับร้อนในดันอยู่ใกล้ๆกันอีก  = =;  เลยนอนหลับๆตื่นๆสลับกันมาตั้งแต่เมื่อคืนจนเกือบหมดวันนี้แน่ะ 

 

   สัมภาษณ์นี้แปลมาจากเว็บนี้ค่ะ --> http://news.walkerplus.com/2009/0617/1/

 

   เนื้อหาก็จะมีทั้งส่วนที่พูดถึงหนังสือ (กึ่งๆโฆษณาให้) กับส่วนที่เป็นบทสัมภาษณ์ผู้เขียน  เนื่องจากโฆษณาในนี้ไปก็เท่านั้น (รู้กันหมด + คงซื้อกันไปหลายคนแล้ว)  เลยขอตัดมาแต่ส่วนที่เป็นสัมภาษณ์โคมัตสึ นารุมิซังนะคะ  อ่านเพลินๆ+ได้รู้เบื้องหลังเล็กๆน้อยๆดีเน้

 

 

   --- อันดับแรกเลย  ทำไมถึงได้คิดจะเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาคะ


   "เมื่อปี 1999 ฉันมีโอกาสได้สัมภาษณ์ YOSHIKI ซังหนนึงค่ะ  จุดเริ่มต้นคือหลังจากนั้นอีกหนึ่งปี  YOSHIKI ซังก็มอบหมายหน้าที่ให้  บอกว่า  'เรื่องที่ผมจะทำให้แฟนๆได้ก็คือการให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของผม  แต่หากให้ผมพูดอย่างเดียวก็คงดึงเอาทั้งหมดของตัวผมออกมาไม่ได้  อยากให้ช่วยมองผมจากมุมสูง  สัมภาษณ์คนรอบตัวผม  แล้วเขียนเรื่องที่แม้แต่ผมก็ยังไม่รู้ด้วยนะครับ'"

 


   --- จากการตามสัมภาษณ์เป็นระยะเวลานานหลายปี  มีความรู้สึกยังไงกับ YOSHIKI ซัง?


   "ความที่ต้องจากกับคุณพ่อแล้วก็ HIDE ซังอย่างกะทันหัน...... ไม่ว่าจะเป็นเสี้ยวเวลาไหน YOSHIKI ซังก็ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความเศร้าน่ะค่ะ  แต่ในขณะเดียวกันก็มีกำลังมหาศาลที่จะทำลายกำแพงสูงที่อยู่ตรงหน้าและก้าวทะยานออกไป  ภาพนี้สลักอยู่ในหัวใจฉันค่ะ  ความเป็นคนมุ่งมั่นในปณิธาน  พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์อย่างสุดกำลังนี้มีส่วนกับความรุนแรงเร่าร้อนบนเวทีด้วย  บางครั้งความสุดขั้วในฐานะศิลปินร็อคอาจทำให้ดูเหมือนเป็นพาวเวอร์แบบหยิ่งยโส  แต่ energy ของ YOSHIKI ซังที่มอบการแสดงที่เร่าร้อนให้แฟนๆที่โตเกียวโดมน่ะเป็นอะไรที่ต้องเสี่ยงชีวิตเอาเลยนะคะ  นอกจากนั้น  YOSHIKI เวลาลงจากเวทีแล้วยังเป็นคนที่สงบนิ่งมากเลยค่ะ  YOSHIKI ซังที่เร่าร้อนรุนแรงบนเวที  กับ YOSHIKI ซังที่สงบนิ่งลอยอยู่อย่างดดเดี่ยวเหนือสิ่งอื่นๆ  สองสิ่งนี้ไม่ใช่อะไรที่จะมาอยู่ร่วมกันได้ง่ายๆ  แต่ตลอดระยะเวลา 10 ที่คอยตามสัมภาษณ์มาก็ทำให้ฉันรู้ว่าทั้งสองหน้านั้นเป็นของจริงค่ะ  ระหว่างที่สัมภาษณ์  มันบอกถึงหัวใจที่หันกลับไปพิจารณาตัวเองอย่างสงบแล้วพยายามจะพูดความจริงออกมาอย่างซื่อตรงได้เลยค่ะ"

 


   --- สิ่งที่ประทับใจที่สุดในการสัมภาษณ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่คือ


   "หลังจากที่ HIDE ซังเสีย  YOSHIKI ซังก็แต่งเพลงที่ชื่อ 'Without You' ขึ้นมา  แล้วฉันก็ได้ฟังเดโมเทปของเพลงนี้ตั้งแต่แรกเลยค่ะ  สีหน้าปวดร้าวของ YOSHIKI ซังที่พยายามข่มความอ้างว้างชนิดที่แทบล้มทรุดลงจากการที่ HIDE ซังไม่อยู่ยังคงแจ่มชัดจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ  ตั้งแต่วันที่ได้ฟังเพลงนั้นที่ห้องโถงในบ้านของ YOSHIKI ซังที่แอลเอ  ฉันก็ตั้งใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องเอาหนังสือเล่มนี้ออกสู่โลกให้ได้  ฉันเป็นคนของโลกสิ่งพิมพ์  รู้สึกภูมิใจในความเป็นสากลและอิทธิพลของสิ่งพิมพ์มาตลอด  แต่พอได้สัมภาษณ์นักแต่งเพลงหรือศิลปิน  ฉันก็รู้สึกสะเทือนไปกับความยิ่งใหญ่ของพลังที่ดนตรีมีอยู่ค่ะ  ดนตรีของ YOSHIKI ซังสั่นไหวหัวใจผู้คนได้มากมาย  แล้วก็คงจะช่วยใครเอาไว้ได้ด้วย  ฉันเลยรู้สึกขึ้นมาอีกครั้งว่ากำลังสัมภาษณ์คนสำคัญอยู่จริงๆนะค่ะ"

 

 

   เหมือนโคมัตสึซังแอบปลื้มโยนิดๆแล้วรึเปล่านี่  ^^'  ว่าไปตอนรายการ Sukkiri เอาสัมภาษณ์โยมาออกอากาศเมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมา  พอตอนท้ายแล้วโยฝากข้อความถึงเทรี่ อิโต้ (หนึ่งในพิธีกร  ที่เป็นผู้ชายมีอายุรูปร่างผอมใส่หมวก) ว่าเคยเจอหนนึงเมื่อนานนนนนนมาแล้ว (ตั้งกะอินดีส์)  แล้วก็พูดถึงอดีต (เห็นว่าคนที่บอกให้ไปออกรายการแข่งกีฬาของ Genki นั่นก็คืออิโต้ซัง)  ปรากฏว่าพอวีทีอาร์จบเทรี่ อิโต้ท่าทางปลื้มมากกกกกกกกกก  บอกว่า  "ไม่คิดเลยว่าจะยังจำได้"  แล้วก็พูดถึงโยใหญ่  บอกว่าเห็นเธอมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเธอก็ big ขึ้นเรื่อยๆ  ตอนแรกเห็นว่าหน้าตาดี  YOSHIKI นี่ต้องเป็นนักร้องนำแน่เลย  บลาๆๆๆ  (ตอนเขาเปลี่ยนเรื่องนี่ยังเหมืออยากพูดถึงต่ออยู่เลย)  โยชิกินี่ทำให้คนอื่นเป็นปลื้มได้เก่งเนอะ 

 

   เจอคลิปใน youtube พอดี  เอาแปะหน่อยแล้วกันเน้

 

 

 

 

 

   ฮาตรงเขาถามเรื่องผู้หญิงกับโย  แล้วเธอตอบว่า  "หากได้คนที่เข้าใจผมที่เป็นอย่างนี้ได้ก็คงดีนะครับ  แต่ออกหนังสือแล้วแบบนี้คงมี (ผู้หญิงที่ยอมเข้าใจสิ่งมีชีวิตประหลาด) เพิ่มขึ้นล่ะมั้ง"  บอกด้วยแน่ะว่า  "ถ้าเจอกันปกติบางทีก็จะถูกคิดว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวน่ะครับ"  แหมมม  www  แต่ฮาตรงภาพการ์ตูน  หน้าเธอกับกลุ่มเพื่อนแยงกี้ช่างต่างกันราวฟ้ากับหุบเหวนัก  เหอะๆ 

 

 

 

edit @ 21 Jun 2009 00:07:25 by XFreak

   โอ๊ทส์  จำกันได้ไหมเอ่ยว่าพรุ่งนี้ 25 พ.ค. เป็นวันอะไร  แม่นแร้ววว  วันที่หนังสือ "YOSHIKI/佳樹" จะวางจำหน่ายนั่นเอง  แน่นอนว่าข้าพเจ้ายังไม่มีอยู่ในมือ  (แต่ที่ญี่ปุ่นมีบางคนได้แล้วนะ  ฮือออ  อิจฉา  กำลังลังเลอยู่ว่าตั้งแต่พรุ่งนี้จะเข้าไปร่วงวงดีมั้ย  เพราะตั้งท่าเตรียมสปอยล์กันกระจายแล้ว)  ก็เลยเอาที่มีมาพูดถึงหน่อยก็แล้วกัน  ถือเป็นออเดิร์ฟเล็กๆน้อยๆก่อนเมนคอร์สเนะ  = =+

 

   ที่กำลังจะพูดถึงคือเล่มนี้ค่ะ

 

      

 

 

   ได้มาจากคุณ Sandy ในมีตติ้งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  ^^b  (ขอบคุณมากๆค่า)  ตอนนี้ก็อ่านจบแล้ว  เอามาพูดถึงหน่อยนึงละกันเนอะ

 

   หากถามว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร  ก็ตรงตามไตเติ้ลที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า  "Beginning of All about X" เลยค่ะ  ผู้เขียนคือสึดะ นาโอชิซังที่เคยเป็นไดเร็กเตอร์ของ X  (พูดง่ายๆคือเป็นประมาณคนปั้น X) สมัยอยู่โซนี่  และแม้ X จะออกจากโซนี่แล้วก็ยังมีสัมพันธ์อันดีกับสึดะซังอยู่  ตอนช่วงปี 2000 ต้นๆที่โยตั้ง Extasy Japan ขึ้นมาก็มีการดึงตัวสึดะซังให้มาช่วย  เรียกได้ว่าเป็นคนที่ YOSHIKI ให้ความไว้วางใจมากๆคนหนึ่ง  จึงไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าเล่มนี้จะออกไปในทางหนังสือ "แฉ" รึเปล่า  เรื่องแบบนั้นไม่มีทางออกจากปากของสึดะซังอยู่แล้ว  555  อะไรที่พูดไม่ได้หรือยากที่จะพูดก็ไม่ต้องพูดมันซะ  นี่แหละคือหนทางที่ฉลาดที่สุด  หรือไม่จริง?

 

   ที่จริง  แทนที่จะพูดว่าเป็น "หนังสือที่สึดะซังเขียนถึง X"  เรียกว่า "หนังสือที่สึดะซังเขียนถึงตัวเองตอนทำงานกับ X" น่าจะเหมาะกว่า  เพราะส่วนใหญ่เป็นการพูดถึงเบื้องหลังการทำงาน  ตั้งแต่ตอนที่ได้รู้จัก X ครั้งแรกเพราะรุ่นน้องมาแนะนำ  พบกับเมมเบอร์ X ครั้งแรก  เริ่มสนิทสนมไว้ใจจนในที่สุดก็นำไปสู่การทำสัญญากับโซนี่  เรื่องในบริษัทโซนี่  การอัดเสียงอัลบั้ม Blue Blood  ฯลฯ  บางช่วงมีคนวิจารณ์ว่าน่าเบื่อเพราะให้อารมณ์เหมือนลุงมานั่งรำลึกถึง "Good Old Days"  แต่ถ้ามองในแง่ที่ว่านี่เป็นการบอกเล่าถึง X และตัวตนของเมมเบอร์สมัยยังรุ่นๆก็นับว่าน่าสนใจค่ะ  ว่าไงดีล่ะ..  อย่างเช่น  ทุกวันนี้แฟนๆจะมีอิมเมจของ YOSHIKI ที่เป็น Big Name  เป็นเซเล็บ  เป็นคนที่ "ยิ่งใหญ่" ไม่น้อยในวงการบันเทิงญี่ปุ่น (โดยเฉพาะในโลกของวีเคย์)  ซึ่งตามพวกบทสัมภาษณ์หรือคำบอกเล่าของคนที่ได้พบเจอโยชิกิในปัจจุบันก็จะสอดรับกันไปในแนวนี้  อย่างว่าเธอมีออร่าบ้าง  ยิ่งใหญ่บ้าง  ไม่ยอมถอดเกือกบ้าง (<-- อันนี้ผิดประเด็นไปนิด)  แต่ในหนังสือเล่มนี้  โยชิกิยังเป็นหนุ่มน้อยอายุ 20 ต้นๆที่ประหม่าและหวาดระแวงค่ายเพลงเมเจอร์อยู่เลย  เมมเบอร์แต่ละคนก็ยังเอ๊าะๆ  เรียกว่าเป็นหนังสือที่จะเผยให้ได้เห็นภาพของ X สมัยแรกเริ่มที่ยังเป็นมือสมัครเล่น  มีความฝัน ความหวัง  โตเกียวโดมยังไม่ใช่อะไรที่นึกอยากเล่นก็จะเล่นได้อย่างทุกวันนี้  พูดง่ายๆ  หากอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังของ X ว่ามีความเป็นมายังไง  การทำงานภายในโซนี่ในส่วนที่เกี่ยวกับ X เป็นแบบไหน  หรือเอ็นจอยกับเมมเบอร์ของ X สมัยยังอายุน้อยๆ (กว่าเราในปัจจุบัน  ฮือๆ)  ก็ถือได้ว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านค่ะ  แต่หากคาดหวังอยากอ่านอะไรประมาณความลับอันดำมืดของ X  แฉกระจายหมดไส้หมดพุงล่ะก็  หนังสือเล่มนี้อาจทำให้ท่านเบื่อได้เนะ

 

 

   พูดถึงเรื่องสำมะคัญกันบ้าง  ในที่สุดพรุ่งนี้หนังสือชีวประวัติของ YOSHIKI ก็จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ  ใครใคร่อุดหนุนก็อุดหนุนกันนะจ๊ะ  (เชียร์ให้อุดหนุนกันเยอะๆเน้  เลื่อนแล้วเลื่อนอีกมาขนาดนี้  นึกว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันได้อ่านซะแล้ว)  คนที่สั่งซื้อจาก Ym จะได้ปกขาวพร้อมไกด์บุ๊ค  ซื้อจากที่อื่นจะได้ปกดำ  แต่หากสั่งจากเว็บ Tsutaya  จะได้ปกดำแถมโปสการ์ดเนะ  ล่าสุด Ym อัพ  บอกถึงความเป็นไปได้ว่าอาจมีงานแจกลายเซ็นต์ด้วยล่ะ  เธอว่าอยากไปแจกลายเซ็นต์ในที่ที่มีของอร่อย  เลยทำให้แฟนๆเริ่มขุดหาของอร่อยประจำถิ่นตัวเองมาล่อกันแล้ว  (เห็นแล้วก็ตะโกน  "โยจจัง!  เมืองไทยต้มยำกุ้งอร่อยนะ!!"  <-- เผ็ด  โมโหกลับไปอีก)  อย่างไรก็ดี  ด้วยความที่เป็น YOSHIKI  แฟนๆก็ยังอดตั้งคำถามในใจไม่ได้ล่ะนะว่า  "มันจะเกิดขึ้นได้จริงๆเรอะ"  เหอๆ  แล้วถ้าเกิดขึ้นได้เนี่ย  จะจำกัดคนไปในงานกี่คน  จะคัดเลือกกันยังไง  จะเกิด panic ขึ้นรึเปล่า  ก็ต้องรอดูกันต่อไปเนอะ

 

   อย่าลืมซื้อล่ะ!!!  (ตาชีจิกมาก)

 

  

 

 

   อ้อ  และเนื่องในโอกาสที่หนังสือจะขาย  พรุ่งนี้ก็จะมีเรื่องนี้ถ่ายทอดทางรายการ Zoom in ด้วยค่ะ  รอคนใจดีอัพลงยูทูบเน้

 

   http://www.ntv.co.jp/zoomin/

 

 

   บอกซ้ำเผื่อใครยังไม่รู้  รู้สึกว่าโยมีกำหนดการจะไปเยือนจีนที่เซี่ยงไฮ้กับปักกิ่งในวันที่ 6-7 มิ.ย.นี้ค่ะ  อา....  ไลฟ์ที่จีนใกล้ความจริงเข้าเรื่อยๆแล้วสินะ  ในขณะที่บางที่....  เหอๆ 

                 

 

 

EDIT:  เอิ้ก  ลืมไปเลย  ว่าจะแปล Episode ในหนังสือสึดะซังให้อ่านเล่นนี่นา  ขอโทษค่า  ><  เลือกอันนี้มาเพราะอ่านแล้วฮาดีค่ะ  น่ารักด้วย  สมัยเอ๊าะๆนี่เธอช่าง..... 

 

   อันนี้ตัดตอนเอานะคะ  ไม่ได้แปลมาหมดทั้งบท  ที่ยกมาอยู่ในหน้า 175-176  อยู่ในบท 'Haru no Chikai' - 'คำสาบานในฤดูใบไม้ผลิ'  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนฤดูใบไม้ผลิปี 1989  ช่วงที่ซากุระกำลังเริ่มบาน  สึดะซังเล่าว่าโยเข้ามาหาคนของ Staff Room 3rd (เป็น section ของโซนี่ที่ตั้งขึ้นสำหรับดูแล X โดยเฉพาะ)  มาสัญญากับทุกคนว่าจากนี้ X จะมุ่งสู่การเป็นที่หนึ่งของญี่ปุ่น  ซึ่งในการนั้นก็ย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อหลายสิ่งหลายอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือของสตาฟหรือการสนับสนุนของแฟนๆ  ดังนั้นในฐานะหัวหน้า  โยเลยสัญญาว่าแม้ที่ผ่านมาเธอจะถูกคนเข้ามาหาเรื่องบ่อยๆเพราะแต่งตัวฉูดฉาดไม่เหมือนชาวบ้าน  ซึ่งตลอดมาก็ไม่เคยพลาดที่จะมีเรื่องด้วย  แต่นับจากนี้ไปเธอจะอดทน  ต่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกแค่ไหนก็จะยอมก้มหัวขอโทษ  จะไม่ยอมมีเรื่องกับคนทั่วไปเด็ดขาด  แล้วก็บอกว่าเมื่อวานถูกผู้ชายท่าทางเป็นพนักงานบริษัทเข้ามาหาเรื่อง  ปกติก็คงซัดกระเด็นไปแล้ว  แต่เธอก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้เลยยอมก้มหัวให้ผู้ชายคนนั้น  ถึงจะเจ็บใจมากก็ตามที 

 

   ความจริงเรื่องทำนองนี้สึดะซังเองก็กำลังคิดอยู่  ตั้งใจว่าจะต้องบอกโยให้เข้าใจซักวันด้วย  (ยังไงๆโลกของเมเจอร์กับอินดีส์มันก็ต่างกัน)  แต่โยกลับคิดได้เองโดยไม่ต้องบอก  เป็นคนที่สมกับเป็นหัวหน้าจริงๆ  แต่แล้วเธอก็ตบท้ายว่า  "แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดา (อย่างเช่นคนในวงการด้วยกัน) ก็จะมีเรื่องด้วยอย่างสาสมนะครับ  ข้าวของก็จะพังมากเท่าๆกับที่พังมาจนถึงทุกวันนี้เหมือนกัน"

 

   ทีนี้หลังจากนั้นซักพักสึดะซังก็ไปดื่มกับฮิเดะ พาตะ แล้วก็ไทจิ  ระหว่างนั้นก็โดนยากูซ่าเข้ามาหาเรื่อง  สึดะซังเลยตัดสินใจคุกเข่าก้มหัวขอโทษเพื่อให้เรื่องจบ  แล้วก็นึกดีใจที่โยไม่ได้มาด้วย  เพราะหากเธอฟิวส์ขาดขึ้นมาทั้งๆที่เพิ่งสัญญาแบบนั้นไปคงเสียใจน่าดู  แล้วก็เข้า Episode นี้ค่ะ  -->

 

 

   หลังจากนั้นก็ผ่านมาหลายวัน  อยู่มาวันหนึ่ง  ตอนกำลังออกไปดื่มด้วยกันกับเมมเบอร์ครบ 5 คนก็เกิดเดินผ่านที่เดิมที่เคยเกิดเหตุเข้า  ตอนกำลังคิดว่า  'อา  เคยมีเรื่องแบบนั้นด้วยนี่นะ  หน้าป้อมตำรวจด้วยสิ'  YOSHIKI ก็โบกแท็กซี่ให้จอด  'เอ๋?  จะกลับแล้วเหรอ?  เร็วจังแฮะ'  กำลังนึกๆแบบนี้อยู่  YOSHIKI ที่ทำท่าจะเข้าไปทางประตูที่เปิดอยู่ก็มีปากเสียงอะไรซักอย่างกับโชเฟอร์  จนในที่สุดก็ตะโกนขึ้นมาว่า  "ปฏิเสธผู้โดยสาร!!"  แล้วปีนขึ้นหลังคารถแท็กซี่!

 

   'หวา!  ปีนขึ้นหลังคาไปแล้ว!'  ผมคิด  ปากก็ตะโกนว่า  "โยจจัง  อันตราย!"  พลางรีบตาลีตาเหลือกวิ่งเข้าไปหา  แต่แท็กซี่ก็กลับค่อยๆขับออกไปทั้งๆยังมี YOSHIKI เกาะอยู่บนหลังคา!

 

   "เฮ้ยยย!"  ทั้งผมทั้งเมมเบอร์ต่างก็ลนลานว่าจะทำยังไงกันดี  แต่แล้วแท็กซี่ก็ค่อยๆเลี้ยวกลับ  จนมาจอดลงตรงที่เดิม

 

   'ป้อมก็อยู่ตรงนี้อีก  อ๊า!  ต้องกลายเป็นเรื่องแน่ๆเลย!?'

 

   วินาทีที่คิดอย่างนั้นพร้อมกับรีบพุ่งเข้าไปหา  YOSHIKI ก็กลับโดดลงจากหลังคา  วิ่งเข้าไปในป้อมตำรวจ  ร้องโวยวายดังลั่น

 

   "คุณตำรวจ  ปฏิเสธผู้โดยสารล่ะ!  โชเฟอร์คนนี้ใจร้ายมากเลยครับ!  ปฏิเสธผู้โดยสารล่ะครับ!  คุณตำรวจ!"

 

   หันไปอีกที  แท็กซี่ก็ขับผ่านไปเรียบร้อย  ลงเอยกันได้อะไรแบบนี้นี่

 

   เป็นพาวเวอร์ของหนูน้อยที่น่ากลัวจริงๆ

 

   ทำไมพอเป็น YOSHIKI แล้วเรื่องถึงพัฒนาไปแบบการ์ตูนซะได้นะ

 

 

  

   บะ..  บ้าแต่น่ารักอ้ะ  >w<  555  จะว่าไปโยก็เป็นคนที่เหมือนจะเจอได้แต่ในการ์ตูนหรือนิยายจริงๆนั่นแหละ  หลายคนจะหาว่าเธอเฟคก็ไม่แปลก  เพียงแต่เธอไม่ได้เฟคเท่านั้นเอง 

 

 

 

ป.ล. ใน amazon มีคนรีวิวหนังสือโยแล้ว  ยิ่งอยากอ่านเข้าไปใหญ่  ฮือๆๆๆ  เมื่อไหร่ของเราจะส่งถึงม่างงงง

 

 

 

 

EDIT:  วันนี้โยจะออกรายการ FNN Super News ทางช่องฟูจิด้วยค่ะ!!  เหอๆ  ของเค้าโปรโมตแรงดีจริงๆ

 

 

   รายการซูมอินเมื่อเช้าค่ะ  รอ FNN Super News ต่อละ

 

 

 

 

   ที่จริงในซูมอินไม่เชิงว่าจะพูดถึงหนังสือชีวประวัติเธอเท่าไหร่  คือโฆษณาให้ว่าจะขายแล้วนะ  เธอจะเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองเป็นครั้งแรกนะ  บลาๆๆๆ  (แต่เท่าที่ฟังสปอยล์  รู้สึกว่าหากเป็นแฟนมานานและติดตามข่าวอย่างเข้มข้นในระดับนึงก็น่าจะรู้เรื่องอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่เนะ  ถึงงั้นก็มีแต่คนบอกอ่านแล้วน้ำตาทะลัก  อย่าเผลออ่านในที่สาธารณะกันเยอะเชียว)  แต่ที่ฮาคือที่คนของรายการไปหาโย  น่าร้ากกกก  (โยสวยเนอะ)  ตอนที่เขายื่นนามบัตรให้  พอโยดูแล้วก็หัวเราะ

 

   นาทีที่ 0.38  YOSHIKI:  "เป็นนามบัตรที่น่าสนใจดีนะครับ"

 

                    Mori:  "อ๊ะ  เหรอครับ  ตั้งใจทำขึ้นมาเลยนะครับ  ตรงไหนที่คิดว่าน่าสนใจเหรอครับ"

 

                    YOSHIKI:  "ตรงที่เขียนว่าโสดครับ"  (มีรูปมือชี้ให้ดูว่า  'ตรงเนี้ย')

 

                    Mori:  "ว่าจะลองใช้เรียกร้องความสนใจดูน่ะครับ"

 

                    YOSHIKI:  "เรียกร้องความสนใจกับผมไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ"

 

   ตามธรรมดาก็คงไม่ได้  แต่ในแง่นึงก็อาจจะช่วยได้ก็ได้นะตัวเอง  www

 

   จากนั้นก็พูดถึงหนังสือโยว่าเต็มไปเรื่องราวและรูปลับมากมาย  แถม YOSHIKI ยังจะพูดถึงชีวิตประจำวันที่ private อีกด้วย!!  (กรุณาติดตามชม)

 

   นาทีที่ 1.25  บอกว่ารูปนี้เป็นรูปที่โยถ่ายกับน้องชาย  ตอนนั้นเธอ 8 ขวบ  (ตอนออกเกียวเร็ตสึบอก 10?)  ส่วนโคกิซังน้องชาย 3 ขวบ  ถึงจะเด็กขนาดนี้  แต่โยตอน 8 ขวบก็ใช้เปียโนแต่งเพลงได้แล้วนะ  (ตอนนาทีที่ 1.35 มีเสียงผู้ชายพูดว่า  "หน้าสวย" ด้วยล่ะ  ww) พอขึ้นมัธยมก็เริ่มทำวง  ก้าวเดินบนเส้นทางสู่ความเป็นร็อคสตาร์

 

   นาทีที่ 1.42  YOSHIKI:  "อาจารย์บอกให้เขียนว่าอนาคตจะเป็นอะไรน่ะครับ  มีอยู่ 2 ครั้งตอน ม.ต้นกับ ม.ปลาย  แล้วก็เขียนไปว่าจะเป็นร็อคสตาร์ทั้งสองครั้งเลย" 

 

   นาทีที่ 2.35  (พูดถึงเพลง BLUE SKY HEAVEN) 

 

   Mori:  มีเปิดทุกเช้าเลย  ไม่ทราบว่าได้ชมบ้างรึเปล่าครับ?

 

   YOSHIKI:  ได้ดูครับ  หลายครั้งเลย

 

   Mori:  โอ๊ะ!  จริงเหรอครับ!?

 

   YOSHIKI:  ครับ  รู้สึกว่าอยากให้มีเสียงร้องขึ้นมาเรื่อยๆแล้วล่ะ  ว่าไงดีล่ะ  หากใส่เสียงร้องเข้าไปคงดีกว่านี้น่ะครับ 

 

 

   นาทีที่ 2.50  ว่าไปแล้วเมื่อก่อนโยชิกิซังก็เคยพูดแบบนี้ตอนสัมภาษณ์ด้วย  -->  ขึ้นภาพโยตอนที่พูดว่าที่ผ่านมาเธอเป็นมนุษย์ที่ชอบสายฝน  ความมืด  แล้วก็กลางคืน  เลยจะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนตัวเองเป็น "มนุษย์รุ่งอรุณ" กับเขาบ้าง

 

 

   นาทีที่ 3.10  Mori:  เคยบอกไว้ว่าจะเป็นมนุษย์รุ่งอรุณนี่ครับ?

 

   YOSHIKI:  ครับ  เป็นขึ้นมาเยอะเลยล่ะ

 

   Mori:  โอ้!  เหรอครับ

 

   YOSHIKI:  ครับ

 

   Mori:  ยังไงเหรอครับ

 

   YOSHIKI:  เข้านอนเร็วครับ  

 

   (หัวเราะ)

 

   YOSHIKI:  พอเข้านอนเร็วก็จะพลอยตื่นเร็วด้วยนะครับ 

 

   Mori:  นั่นสิครับ  ว่าแต่เข้านอนเร็วของ YOSHIKI ซังนี่คือประมาณกี่โมงเหรอครับ?

 

   YOSHIKI:  ตีสามครับ

 

   Mori:  ตอนกลางคืน?  (ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงตีสามหรือบ่ายสามก็ได้  เลยต้องถามย้ำเพื่อความมั่นใจ)

 

   YOSHIKI:  ครับ

 

   Mori:  งั้นที่ผ่านมานี่ประมาณกี่โมงครับ

 

   YOSHIKI:  เป้าหมายก่อนหน้านี้คือพยายามจะนอนก่อนฟ้าจะสว่างน่ะครับ

 

   Mori:  งั้นก็เร็วขึ้นเยอะเลยนะครับ

 

 

   โยจจัง.....  แต่ก็ยังนอนเร็วกว่าเราอยู่ดี  ___orz  ตอนนี้ก็กำลังพยายามจะนอนให้ได้โดยที่ฟ้ายังเป็นสีดำอยู่เหมือนกัน  ฮือๆ  อ้อ  แต่โยมีแย้มๆว่าอาจออก BLUE SKY HEAVEN เป้นซีดีด้วยล่ะค่ะ  แต่ก็นะ  จะออกของโยชิกิมันก็....  เหอะๆๆๆ 

 

      

 

 

EDIT:  รูปจากคนที่ได้หนังสือที่สั่งจาก Ym (พร้อม shiori) แล้ว  チャンエロすぎる  www

 

 

           

 

 

 

 

EDIT:  คลิป FNN Super News มาแล้วค่า

 

 

 

 

   ตอนที่พูดถึงฮิเดะจังมันช่าง....  T___T  (โยบอกว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลบเบอร์ฮิเดะออก  แม้ว่าจะไม่มี...อีกต่อไปแล้วก็ตาม)  อ้อ  ยังคงพูดถึงเรื่องอยากได้ลูกแฮะ  (ตอนถูกเขาถามเรื่องแต่งงาน)  บอกว่าอยากได้หลายๆคนด้วยสิ  ดูไปดูมา  เธอดูอยากได้ลูกมากกว่าอยากได้เมียเยอะเลยนะ  = =;

 

 

   อาจารย์ดีไซน์เนอร์คิตตี้ก็ได้หนังสือจากโยค่ะ  แน่นอนว่ามีลายเซ็นด้วย (อิจฉา!)  เหอๆ  แต่เป็นแบบปกดำแฮะ  อ้อ  ส่วน yoshikitty ที่เปิดให้จองไปนั่นเห็นว่าสินค้าอื่นๆจะส่งให้ได้ในต้นเดือน 7  แต่เฉพาะตุ๊กตาจะส่งให้ได้ตอนต้นเดือน 8 ค่ะ

 

   http://yamaguchiyuuko.cocolog-nifty.com/blog/2009/05/yoshiki-fb1f.html

 

 

 

EDIT:  มีข่าวออกแล้วค่ะ

 

   http://sankei.jp.msn.com/entertainments/music/090525/msc0905252256001-n1.htm

 

   แน่นอนว่ายังคงเป็นเรื่องหนังสือ  ซึ่งในการวางจำหน่ายรอบแรกก็มียอดพพิมพ์ปาเข้าไป 8 หมื่นแล่มแล้ว  (พิมพ์ครั้งแรก 7 หมื่น  พิมพ์เพิ่มอีก 1 หมื่น)  จัดว่าเป็น Big Hit เลยทีเดียว  นอกนั้นก็เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือ  มีสัมภาษณ์โย (เรื่องหนังสือ) ด้วยนิดหน่อย  (ตอนนี้ปวดหัวง่ะ  ขอโทษค่า)  อา....  อยากอ่านจังเยยยยย  TwT  จริงๆรู้มาว่าเล่มสีขาวของตัวเองส่งถึงแล้ว  แต่กว่าจะส่งมาไทยก็วันศุกร์  แถมยังถูกล็อคไว้เป็นตัวประกันอีก  ___orz  (<-- นี่เรียกว่าถูกกุมจุดอ่อนเอาไว้ใช่ไหม)  กว่าจะได้อ่านก็อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปสินะ 

 

   อ้อ  เขาว่าวิธีเขียนของเล่มนี้จะอารมณ์ประมาณนิยายที่มีโยเป็นตัวเอกค่ะ  แล้วก็...  เหอะๆ  ได้ยินสปอยล์มาว่าเขียนถึงเรื่องไทจิออกจากวงด้วยแฮะ  จะได้กลับไปแก้เอ็นทรี่ที่เคยเขียนไว้ใหม่ไหมนะ?  (Note: งานประวัติศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอเมื่อเกิดการค้นพบหลักฐานใหม่)  แต่ถ้าเป็นทำนองที่พูดมาก็ถือว่าไม่ได้เป็นอะไรที่เกินคาด  แฟนๆก็คิดๆถึงเรื่องนั้นกันมานานแล้ว  เพราะตอนที่ไทจิ (ถูกไล่) ออกแล้วมีกระแสแฟนที่พากันรุมด่าโย  (แม้เธอจะมีอิมเมจเหมือนทำอะไรใครๆก็สรรเสริญเยินยอ  แต่ความจริงแล้วโยทำอะไรก็มีคนด่าทั้งนั้นแหละ  เพียงแต่เมื่อเทียบกันแล้วคนที่เลือกจะเชื่อและอยู่ข้างเธอมีเยอะกว่าเท่านั้นเอง)  ฮิเดะก็ฟิวส์ขาด  (<-- อาจสงสัยว่า "อีกแล้ว"  แต่ฮิเดะฟิวส์ขาดทุกครั้งที่มีคนว่าโยจริงๆเนะ)  พูดว่า  "โยชิกิไม่ผิด  มันเป็นเรื่องที่พูดออกมาไม่ได้  ดังนั้นจะไม่พูด  และจะเอาติดตัวไปจนถึงหลุมฝังศพด้วย"  (ซึ่งในกรณีนี้ฮิเดะก็ทำได้อย่างที่พูดไว้จริงๆ  แม้เทียบกันแล้วเราจะอยากให้ฮิเดะผิดคำพูดมากกว่าก็ตาม...)  พอพูดออกมาอย่างนี้ก็จำกัดอยู่แค่ไม่กี่เรื่องหรอก  ก็เรื่องที่ "พูดไม่ได้" โดยที่ยังไม่ถึงขั้นถูกจับเข้าคุกมันมีอยู่ซักกี่เรื่องกันล่ะ  เห็นว่าในหนังสือโยจะว่าไทจิ "ทำผิดกฎ" ของ X  ถ้าพูดถึงกฎของ X แล้วล่ะก็....  อืมมม  นึกออกอยู่แค่เรื่องเดียวแฮะ...  เหอะๆ

 

 

 

 

EDIT:  พรุ่งนี้ (27 พ.ค.)  รายการ Super Morning ช่องทีวีอาซาฮิจะมีออกอากาศสัมภาษณ์โยค่ะ

 

 

 

 

edit @ 26 May 2009 20:15:59 by XFreak

Interview with YOSHIKI in Numero Tokyo

posted on 23 Mar 2009 03:03 by xfreak  in Translation

   แปลเสร็จละค่ะ  เลือกแปลอันนี้ก่อนเพราะสั้นกว่า + สนุกสนานกว่า  เนื่องจากธีมของที่สัมภาษณ์ลง Popeye คือ "ฆ่าตัวตาย"  ไม่ใช่อะไรที่รื่นเริงเท่าไหร่  เพิ่งจะน้ำตาท่วมกับ News ZERO ไป  หาอะไรที่ไม่เศร้าให้อ่านดีกว่าเนาะ

 

   อันนี้เป็นบทสัมภาษณ์ลงนิตยสาร Numero Tokyo ซึ่งเป็นนิตยสารแนวแฟชั่นค่ะ  เพราะงั้นแนวทางการสัมภาษณ์เลยจะทรีตโยแบบเป็นเซเล็บอย่างเห็นได้ชัด  ผิดกับฮานาโกะที่เป็นนิตยสารออกแนวแม่บ้าน  อันนั้นก็เลยจะดึงเอาส่วนที่อ่อนโยนของเธอออกมา  ซึ่งว่าไปแล้วนี่ก็ถือเป็นข้อดีอย่างนึงของการที่เธอถูกทรีตเป็นเซเล็บนะ (ถึงจะมีบางคนไม่ชอบก็ตาม)  เพราะมันเปิดโอกาสให้เราได้เห็น YOSHIKI ในมิติที่หลากหลายกว่าเวลาที่เธอถูกทรีตแบบเป็นนักดนตรีเพียงอย่างเดียว  ที่จริงพออ่านที่คุณ staybeautiful บอกว่าไปเจอที่คิโนะเลยซื้อมาแล้วก็แอบรู้สึกอัศจรรย์ใจนิดๆ  ^^'  แบบว่า.... ลองนึกถึงโยเมื่อสิบกว่าปีก่อนดูสิ  หากอยากอ่านสัมภาษณ์เธอ  แทบไม่มีทางที่จะเดินดุ่มๆเข้าร้านหนังสือญี่ปุ่นแล้วหยิบซื้อได้ตามใจเลยนะ  เป็นอารมณ์ว่าต้องสั่งเอาลูกเดียว (ดูเหมือนลัทธิเล็กๆ)  มาตอนนี้เธอ mass ขนาดคนทั่วไปที่ไม่ใช่แฟนก็เข้าถึงได้ง่ายๆแล้วหรือนี่  บางคนอาจไม่ถูกใจ  แต่ส่วนตัวแล้วเราปลื้มแฮะ  20 ปีในวงการบันเทิง (ที่รู้ๆกันว่าส่วนใหญ่ดังแล้วดับอย่างรวดเร็ว)  เธอยังเอาตัวรอดมาได้อย่างสง่างามถึงขั้นนี้ (หลายคนที่ยังรอด  แต่จะสง่างามได้เท่าเธอนี่หาเจอน้อยยิ่งกว่าน้อย)  แถมยังมีช่วงที่หนีไปเป็นฮิคกี้แบบผลุบๆโผล่ๆอยู่เกือบ 10 ปีอีกต่างหาก (โยเคยให้สัมภาษณ์ว่าตอนเป็นฮิคกี้สมบูรณ์แบบอยู่เกือบ 2 ปีหลังฮิเดะเสียเนี่ย  คิดไว้เรียบร้อยแล้วล่ะว่า  "ลืมผมซะเถอะ"  "ผมเป็นคนในอดีตไปแล้ว")  ไม่นับนิสัยที่นอกจากจะไม่ง้อแฟนแล้วยังต้องให้คอยตามสปอยล์ดุจเจ้าหญิง  ปกติเขาต้องดับไม่ได้ผุดได้เกิดกันแล้วนะ  ในแง่นึงเลยไม่รู้ควรพูดว่า YOSHIKI เจ๋งหรือแฟนชีมาโซเข้าขั้นดี    

 

   *** ขอบพระคุณ คุณ staybeautiful ที่เอื้อเฟื้อ scan ให้เหล่า Freaks อยู่เสมอค่ะ ***

 

 

 

                               Interview with YOSHIKI

                             YOSHIKI บอกเล่า

          ถึงโฉมหน้าเปลือยเปล่าที่มีทั้ง "สงบนิ่ง" และ "เคลื่อนไหว"  

 

 

   YOSHIKI:   (มอง Agyness Deyn นางแบบบนหน้าปกนิตยสารฉบับเดือน 2 ไปด้วย) "เด็กคนนี้  ช่วงนี้ลงในนิตยสารหลายฉบับเลยนะครับ"

 

   - ค่ะ  นี่อ่านนิตยสารบ่อยเหรอคะ?

 

   YOSHIKI:  อืม  ผมชอบแฟชั่นของผู้หญิงน่ะครับ  ของผู้ชายได้แต่ถ่ายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาระหว่างสูทกับเชิ้ต  แต่ของผู้หญิงนี่จะเปลี่ยนแบบเห็นได้ชัด

 

   - ชอบแฟชั่นแบบไหนของผู้หญิงคะ

 

   YOSHIKI:  ช่วงนี้ชอบที่ให้อารมณ์ร็อคๆครับ  อย่างพวกโกธิค ...อาจจะฟังดูแปลกๆ  แต่ผมชอบผู้หญิงที่มีเสื้อผ้าสวมอยู่มากกว่าผู้หญิงเปลือยนะ  รู้สึกว่ามีอะไรใส่ติดตัวไว้มันเซ็กซี่กว่าน่ะครับ

 

   - เมื่อปีที่แล้วมีโปรเจ็คต์ด้าน Jewelry ด้วย  ได้ออกไอเดียของตัวเองบ้างรึเปล่าคะ?

 

   YOSHIKI:  มีทั้งแบบที่ตัวเองเป็นคนออกไอเดียเองแล้วก็แบบที่ให้ออกไอเดียให้ดูครับ  ก่อนหน้านี้ผมแทบไม่เคยใส่พวกเครื่องประดับเลย  แต่ช่วงนี้เพราะได้อิทธิพลจากนี่เลยเริ่มใส่พวกสร้อยคอแล้ว  อย่างวันนี้ก็อาจใส่นี่ (ให้ดูสร้อยคอฝังเพชรพราว) ไปเต้นรำที่คลับทั้งๆอย่างนี้เลยก็ได้นะครับ (หัวเราะ)

 

   - เห  เกิดหายไปก็แย่สิคะ

 

   YOSHIKI:  อื้ม  รอบข้างกลัวกันใหญ่เลยครับ (หัวเราะ)  แต่ผมว่า jewelry ไม่ใช่ของที่จะวางประดับไว้เฉยๆ  เลยเอามาใส่ใหญ่เลยน่ะครับ (หัวเราะ)

 

   - เป็นคนถือกระเป๋าสตางค์เองหรือเปล่าคะ...?

 

   YOSHIKI:  ที่อเมริกาผมจะเป็นคนถือเองทั้งหมดครับ  แต่ที่ญี่ปุ่นนี่พวกบอดี้การ์ดเขาจะแบ่งกันถือให้  ผมอยู่กับพวกเขามานานแล้วนะครับ  แต่หมู่นี้เขาไม่มองผมหรอก  มองเพชรพลอยที่ผมใส่อยู่ซะมากกว่า (หัวเราะ)

 

   - ปีใหม่ผ่านมาได้ 2 เดือนแล้วก็จริง  แต่ปีที่แล้วนี่นับเป็นปียังไงคะ?

 

   YOSHIKI:  เพราะได้เล่นไลฟ์ที่โตเกียวโดม 3 วัน  เลยเป็นปีที่รู้สึกเหมือนฝันอยู่น่ะครับ  X น่ะเป็นบาดแผลลึกสำหรับผม  ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่รียูเนี่ยนขึ้นมาอีก  hide ก็เสียไปแล้ว  จะทำโดยที่ไม่มีเขาได้เหรอ   แล้ว TOSHI กับผมก็ไม่เคยเจอกันอีกเลยหลังจากยุบวงด้วย  เลยรู้สึกทำนองว่าจู่ๆจะกลับมาเร็วอะไรปานนั้นเลยเหรอน่ะครับ

 

   - แสดงว่าตอนที่ยุบวงนี่เป็นบาดแผลที่เจ็บปวดมากเลยใช่มั้ยคะ...?

 

   YOSHIKI:  ผมก็มีบาดแผลเต็มไปหมดอยู่แล้วล่ะครับ  ไม่อยากได้ยิน "X" ของ X JAPAN  เป็น trauma ขนาดที่ต้องเข้าพบจิตแพทย์...  มันสำคัญกับผมมากขนาดนั้น  แต่แล้วก็กลับต้องมีประสบการณ์ที่เห็นมันแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย  พอคิดถึงเรื่องนั้นแล้ว  ผมก็ไม่นึกเลยว่าตอนนี้ตัวเองจะทำให้ X กลับฟื้นคืนขึ้นมาอีก  ขนาดที่ต้องหลังจากโตเกียวโดมแล้วเจ็บที่คอกับปวดกล้ามเนื้อนั่นแหละถึงค่อยมาคิดว่า "มันเรื่องจริงนะ"  รู้สึกเหมือนฝันไปนานเลยล่ะครับ

 

   - พอลองทำจนเสร็จดูก็รู้สึกเหมือนบินข้ามกำแพง 10 ปีมาได้แล้วรึเปล่าคะ

 

   YOSHIKI:  จะว่าเพราะพลังของดนตรี...ได้รึเปล่านะ  บรรยากาศมันเหมือนตัดสินใจกระโจนลงไปในแม่น้ำแห่งท่วงทำนองน่ะครับ  แล้วคนที่เป็นคนสร้างสถานที่นั้นให้ก็คือแฟนๆ

 

   - YOSHIKI ซังเนี่ย  ทั้งน้ำเสียงทั้งอิริยาบถเป็นอิมเมจแบบ "สงบนิ่ง" แท้ๆ  แต่อีกด้านก็กลับมีอิมเมจ "เคลื่อนไหว" ไม่ก็ "ดุดัน" หรือ "รุนแรง" อยู่ด้วยนะคะ (หัวเราะ)  ซึ่งมันดูไม่ได้เข้ากันเลย...

 

   YOSHIKI:  น่าประหลาดเนอะครับ (หัวเราะ)  หลังจบการแสดงที่ฮ่องกง  หนังสือพิมพ์ที่โน่นก็มีลงข่าวกันเต็มไปหมดเลยนะ  แต่ไม่ว่าจะฉบับไหนก็มีแต่ภาพผมพังกลองกับอาละวาดทั้งนั้นเลย  ทั้งๆที่จริงๆผมน่ะเป็นลูกชายร้านผ้ากิโมโน  ถูกอบรมให้หัดนั่งพับเพียบมาตั้งแต่เล็กๆ  ถูกสอนว่าห้ามยืนทาน  ถูกเลี้ยงมาในสภาพแวดล้อมที่เป็นญี่ปุ่นมากๆเลยแท้ๆนะ       

 

   - เรื่องอย่างแกงกะหรี่เผ็ดเลยกลับบ้าน  พวกตำนานวีรกรรมนี่ก็มีเยอะด้วยนะคะ (หัวเราะ)

 

   YOSHIKI:  เรื่องนั้นมันก็มีเหตุผลนะครับ (หัวเราะ)  เวลาจะเล่นไลฟ์เนี่ย  ตอนกลางวันผมต้องทานพวกคาร์โบไฮเดรตเข้าไปสะสมไว้เพื่อจะได้ใช้เปลี่ยนเป็นพลังงานได้ทันที  แล้ววันนั้นผมก็สั่งแกงกะหรี่ไปอย่างทุกที  ซึ่งพอทานเข้าไปก่อนเล่นไลฟก็ปรากฏว่ามันเผ็ดกว่าปกติตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า  ผมแพ้ด้วย  รู้สึกแย่จนความดันขึ้นเลยล่ะครับ  พอถามดูถึงรู้ว่าซื้อมาจากร้านใกล้ๆที่คล้ายๆกันแทน  เลือดเลยขึ้นหน้าจนกลับน่ะครับ (หัวเราะ)

 

   - มีทั้งความ "สงบนิ่ง" และ "เคลื่อนไหว" อยู่ในตัวแบบนี้มาตั้งแต่เล็กๆแล้วเหรอคะ?

 

   YOSHIKI:  ตอนเด็กๆนี่...  เพราะเป็นหืดเลยเป็นเด็กร่างกายอ่อนแอที่เหมือนจะอยู่แต่ในโรงพยาบาลน่ะครับ  แต่พอคุณพ่อเสียตอนอายุได้ 10 ขวบก็แข็งแรงขึ้นมา  จะว่าอย่างนั้นดีมั้ยนะ... เป็นการกลายเป็นคนเข้มเเข็งแบบบังคับตัวเองให้เป็นน่ะครับ  เพราะงั้นส่วนของความ "เคลื่อนไหว" นี่น่ะเลยเป็นสิ่งที่ผมมีอยู่ในตัวอยู่แล้ว

 

   - หากให้วิเคราะห์ตัวเองดูแล้ว?

 

   YOSHIKI:  คงเป็นคนที่มี "เกราะ" ของความรู้สึกกั้นอยู่เบาบางล่ะมั้งครับ  อย่างเช่น  ใครๆก็บอกว่าตัวเองไปเดทกับผู้หญิงที่โรงหนังกัน  แต่ผมทำไม่ได้หรอกนะ  มันก็ขึ้นอยู่กับตัวหนังด้วยล่ะ  อย่างถ้าเป็นหนังสยองขวัญหากดูผมก็จะตะโกนขึ้นมาเลย  ถ้าเป็นหนังเศร้าผมก็จะร้องไห้สะอึกสะอื้น  จะว่าอารมณ์ขึ้นๆลงๆก็คงไม่ใช่นัก... น่าจะเป็นพวกที่มีอะไรที่คอยปิดบังอารมณ์ความรู้สึกอยู่เบาบางมากกว่าล่ะมั้งครับ

 

   - อา  เข้าใจแล้วค่ะ  คนที่มีเกราะปิดบังความรู้สึกเอาไว้หนาจนไม่รู้ข้างในเป็นยังไงอยู่ก็มีนี่นะ

 

   YOSHIKI:  ผมน่ะ  เป็นพวกที่หากโมโหขึ้นมาแล้วจะให้ซ่อนเอาไว้แล้วยิ้มระรื่นไม่ได้หรอกครับ  เป็นประเภทที่พอโกรธขึ้นมาก็จะบอกกับต้นเหตุตรงๆ  ถ้ามีคนที่ชอบก็จะเข้าไปบอกว่า "ชอบนะ" ทันทีเลยมากกว่า  จะว่าบอกดีมั้ยล่ะ... มันหลุดออกไปเองมากกว่าน่ะครับ

 

   - ทั้งที่สิ่งที่แสดงออกถึงตัวเองคือความอิสระ  แต่ก็มีการเทรนร่างกาย  คอยดูแลสุขภาพ  มีมุมที่สันโดษอยู่ด้วยนะคะ...

 

   YOSHIKI:  พอเริ่มทำ X JAPAN อีกครั้งก็ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษน่ะครับ  ขนาดที่คอยเข้มงวดกับโกรธสตาฟเรื่องอาหารเลยล่ะ  ด้วยความที่มองว่าการทานก็คืองานด้วย  พอตื่นเช้าขึ้นมาถึงไม่หิวก็ต้องทาน  หากยัดเข้าไปไหววันนึงก็ทานอยู่ 6 มื้อ  แล้วก็จะทานก่อนท้องว่างด้วยครับ

 

   - การที่จะผจญภัยกับเรื่องใหม่ๆแล้วก็ทุ่มเททำทุกอย่างแบบไม่มีมาหวนนึกเสียดายนี่  คงจะมีอะไรเป็นแรงกระตุ้นอยู่สินะคะ

 

   YOSHIKI:  เดบิวต์มา... ก็ 20 ปีแล้วสินะ  ที่ผมสามารถอยู่ได้ทั้งๆด้วยการทำดนตรีเพียงอย่างเดียวตลอดมานี้เป็นเพราะแฟนๆจริงๆครับ  และคนที่สร้างสถานที่สำหรับการรียูเนี่ยนให้ก็คือแฟนๆอีกเช่นกัน  พอคิดถึงเรื่องนั้นแล้วก็ไม่ได้นึกว่าตัวเองกำลังพยายามอยู่อะไรเลยครับ  ตราบเท่าที่แฟนๆยังจ่ายเงินมาดูให้  จะไม่พยายามก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะครับ  การจะให้แฟนๆได้เห็นเวทีที่สุดยอดที่สุดมันก็เป็นธรรมดาอยู่แล้ว... แต่ถึงอย่างนั้น  นานๆทีก็มีไปดื่มแล้วเผลอดื่มแบบไม่คิดเหมือนกัน  ซึ่่งไม่ได้เข้ากันเอาซะเลยนะครับ (หัวเราะ)

 

   - นานๆทีก็ถือว่ายังดีค่ะ... แต่ที่ว่า "เผลอดื่ม" นี่  ท่าทางจะดื่มหนักจริงๆนะคะ

 

   YOSHIKI:  ก็หนักมากครับ  ไม่ใช่ว่าหลายแก้ว  แต่เป็นหลายๆขวดน่ะครับ

 

   - ดูเหมือนจะคอเเข็งมากเลยนะคะ

 

   YOSHIKI:  ก็แข็งครับ  พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรเป็นต้องมีคนมาท้าสู้ด้วยทุกทีเลย (หัวเราะ)  แต่ก็ไม่เคยแพ้เลยครับ

 

   - ว่าไป  นิยามของคำว่า "แพ้" คือ...

 

   YOSHIKI:  เวลาเป็นลมหมดสติไปนั่นแหละครับที่แพ้ (หัวเราะ)  แต่ว่า  ผมเคยไปดื่มกับฮาคุโฮอยู่นะ  อาจจะไม่ชนะเขาก็ได้ล่ะมั้ง

 

 

 

   หากดื่มชนะฮาคุโฮก็ห่วงสุขภาพตับของหนูเต็มทีแล้วล่ะลูก  ^^'  ดูขนาดตัวซะก่อนเถอะ  (หากใครจำไม่ได้  ลองย้อนกลับไปอ่านเอ็นทรี่เก่าๆตอนโยมีเรื่องกับซูโม่ดูนะคะ)

 

 

   อีกนิด  ตอนแรกเห็นรูปนี้ก็แค่นั่งชื่นชมในความงามของชีและลิปสติกสีชมพูหวานบาดใจ (เป็นผู้ชายที่ทาลิปสติกสีชมพูได้ขึ้นที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยเห็นมา)  แต่พอมองตัวหนังสือด้านล่างก็หัวเราะก๊าก  เพราะมันมีบอกด้วยว่าชีใส่เสื้อผ้ายี่ห้ออะไรราคาเท่าไหร่  เออวุ้ย  ให้อารมณ์นิตยสารแฟชั่นจริงๆแหละ  รูปเนี้ย

      v

      v

 

 

 

 

แจ็กเกต 57,750 เยน / Undecorated Man (กราวนด์ฟลอร์)

เดรสเชิ้ต 16,800 เยน / FranCisT_MOR.K.S.

บนอก  สร้อยคอ VK-DOLLZ / YOSHIKI Jewelry (คุวายามะ)

แว่นกันแดด (ของส่วนตัวของเจ้าตัว)

 

 

   มีใครจะไปหาซื้อมาใส่อย่างชีบ้างมั้ยอ่ะ  www

 

   อ๊ะ  หากอยากเห็นรูปใหญ่ๆเต็มๆตามไปดูได้ที่บล็อกของคุณ staybeautiful นะค้า  ขอบคุณอย่างแรงอีกทีค่า  >w< 

 

   (ไม่ได้แปลตรงส่วนตัวหนังสือสีขาวเล็กๆใต้หัวเรื่องนะคะ  รู้สึกไม่มีอะไรง่ะ  แค่เกริ่นว่าเธอเล่นไลฟ์ที่โตเกียวโดมแล้วก็ฮ่องกง  แล้วยังมีโปรเจ็คต์อย่าง VUK กับจิวเวลรี  และ YOSHIKI คนนั้นก็มาปรากฏตัวใน Numero อะไรแบบนี้)

 

 

   อีกเรื่อง  จากเว็บออฟฟิศเชียลจีน http://www.xjapan-china.com/showReply.asp?ID=1616  เท่าที่ดูๆเดาๆเอา  รู้สึกเขาจะบอกเรื่อง

 

   1) ส่งของขวัญ (น่าจะหมายถึง X Phone กับ X MP3?) ให้แล้วเรียบร้อย  ใครยังไม่ได้ภายในอาทิตย์หน้ากรุณาเมล์ติดต่อสตาฟ

   2) เป็นไปได้ว่าปลายเดือนนี้ YOSHIKI อาจเดินทางเยือนจีนเพื่อจัดการเกี่ยวกับคอนเสิร์ตในปักกิ่ง

   3) สตาฟของทางเกาหลีกับญี่ปุ่นจะปรึกษาหารือกันเพื่อกำหนดวันไลฟ์ในเกาหลีใหม่

   4) มีความหวังว่าไลฟ์ในไต้หวันจะจัดขึ้นในปลายเดือน 5 กรุณาคอยเช็คข่าวสารจากเว็บออฟฟิศเชียล

   5) เว็บจีนไม่เสถียร  มีโอกาสเซิร์ฟเวอร์ดาวน์สูง  หากดาวน์เมื่อไหร่จะแจ้งข่าวสารให้ทางเว็บแฟนคลับ

 

   ว่าไป  สังเกตมาหลายทีแล้วว่าเว็บจีนเหมือนจะเป็นแหล่งรายงานข่าวความคืบหน้าก่อนชาวบ้านยังไงชอบกล  ตอน X Phone เลื่อนเว็บจีนก็บอกก่อนแล้วค่อยมีขึ้นออฟฟิศเชียลฮ่องกง  เรื่องในไต้หวันเว็บจีนก็บอก  นี่มีเรื่องการเมืองแอบแฝง?  หรือแค่สตาฟเว็บจีนขยันเกินหน้าประเทศอื่นเนี่ย   

 

 

 

ป.ล. อย่างที่รู้กันว่าวันนี้โยจะมีแถลงข่าวเกี่ยวกับหนัง  ซึ่งอาจจะมีเรื่องอื่นๆหลุดตามออกมาด้วย  ในกรณีที่ข่าวไม่ได้ใหญ่โต  หรือยังไม่ออกมาอย่างใหญ่โต  มีแค่กระเส็นกระสาย  ก็จะเอามาอีดิทใส่ในนี้เอ็นทรีนี้นะคะ

 

 

EDIT:  อ่า... ได้ข่าวมาแต่รู้สึกลิงค์มันจะโดนลบไปแล้ว (เพราะจะให้ออกข่าวเช้าพรุ่งนี้?)  เพราะงั้นข่าวนี้ยังไม่คอนเฟิร์มนะคะ  แต่คิดว่าหนังสือพิมพ์พรุ่งนี้น่าจะลงกันแล้วล่ะ  ข่าวที่ไม่คอนเฟิร์มมีอยู่ว่า  หนังญี่ปุ่นที่โยไปแต่งเพลงนั้นปรากฏว่าคือหนังเรื่อง "Goemon" ของผู้กำกับคิริยะ คาสึอากิ (เผื่อจะจำกันไม่ได้  อดีตสามีของอุทาดะ ฮิคารุไง)  ชื่อเพลง 'ROSA' โดย VIOLET UK  เป็นเพลงที่โยอวดว่าระดับงานมาสเตอร์พีซเลยทีเดียว  และตัวผู้กำกับคิริยะก็ว่า "ขนลุกตั้งแต่ฟังครั้งแรก"  ซึ่งพอลองเช็คดู  เห็นว่าเจ้า "Goemon" นี่มีกำหนดจะฉายวันที่ 1 พ.ค.ปีนี้ค่ะ

 

   ในส่วนของ X JAPAN  โยไม่ได้พูดอะไรมากนัก  แต่ก็ยืนยันว่าจะมีไลฟ์ที่โตเกียวโดมตามกำหนดเดิม  บอกด้วยว่าเมื่อเย็นวานก็คุยกับ HEATH  ก็รอความคืบหน้ากันต่อไปค่ะ   

 

   

 

EDIT:  อ่า.... นึกว่าวันนี้ Ym จะไม่อัพแล้วซะอีก  มาอัพเอาตอนญี่ปุ่นตี 3 เนี่ยนะ (แล้วก็ยังอุตส่าห์มีแฟนที่ยังอึดรออีก  = =')  เอาเป็นว่าคอนเฟิร์มข่าวข้างต้นเกี่ยวกับเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "Goemon" ค่ะ  นอกนั้นก็มี

 

 

   - บัตรโตเกียวโดมจะขายล่วงหน้าผ่าน Ym วันที่ 25 มีนาคม

 

 

   - ไลฟ์ไต้หวันวันที่ 30 พ.ค. ที่ Pan-Chiao Stadium

 

   - คำพูดโยเกี่ยวกับ X JAPAN  "เรื่องภายในยุ่งเหยิงมากครับ"  มีการเสียดสีตัวเองว่า  "ก็ผมเป็นเด็กเลี้ยงแกะนี่" ด้วย  แฟนๆหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าปกติโยไม่น่าพูดถึง X ทำนองนี้ในที่สาธารณะ  แสดงว่าเธอคงเซ็งจัดแล้วน่าดูเหมือนกัน  ^^'

 

 

   อ้อ  Sanspo ลงข่าวแล้วค่ะ  แต่ยังไม่มีออกมาทางเว็บ  รอตอนเช้าเดี๋ยวก็คงทยอยลงตามเว็บข่าวต่างๆเอง  มีเพิ่มเติมยังไงแล้วจะมาอัพอีกทีค่ะ

 

 

ป.ล. ลืมบอกไปอีกเรื่อง  เจ้าหนังสือชีวประวัติของเธอ  ปัจจุบันลิงค์หน้านั้นถูกลบหายไปแหล่ว  ได้แต่หวังว่ามันจะมีวันกลับคืนมาอีกน่ะนะ  ไม่เคยดีใจอะไรได้นานจริงไ  T^T

 

 

 

EDIT:  มีประกาศทางเว็บออฟฟิศเชียลแล้วทั้งสำหรับไลฟ์ไต้หวันและโตเกียวโดมค่ะ

 

 

   เรื่องโตเกียวโดม --> http://www.xjapan.ne.jp/news/detail/?nid=106

 

 

   กฎกติกามารยาทยังคงเป็นดังเดิม  ที่เปลี่ยนคือพวกวันสำหรับลงชื่อซึ่งเป็นดังนี้ค่ะ

 

 

   1) ผู้ถือบัตร YOSHIKI Card  ลงชื่อได้ในวันที่ 25 มี.ค. เวลา 13.00 น. ถึงวันที่ 26 มี.ค. เวลา 23.00 น.

 

   2) ผู้เป็นสมาชิก Ym ติดต่อกัน 3 เดือนขึ้นไป  วันที่ 28 มี.ค. เวลา 19.00 ถึงวันที่ 30 มี.ค. เวลา 23.00 น.

 

   3) สมาชิก Ym ทั่วไป  วันที่ 29 มี.ค. เวลา 13.00 น. ถึงวันที่ 30 มี.ค. เวลา 23.00 น.

 

   4) เว็บ TOSHI  วันที่ 3 เม.ย. เวลา 19.00 น. ถึงวันที่ 5 เม.ย. เวลา 23.59 น.

 

   5) X JAPAN STREET ARMY และเว็บไซต์ของสมาชิกคนอื่นที่ไม่ใช่ YOSHIKI กับ TOSHI  วันที่ 4 เม.ย. เวลา 19.00 น. ถึงวันที่ 6 เม.ย. เวลา 23.59 น.

 

   6) Lawson Ticket (พรีรีเควสต์)  วันที่ 9 เม.ย. เวลา 19.00 น. ถึงวันที่ 12 เม.ย. เวลา 23.00 น.

 

   7) จำหน่ายทั่วไป  ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปทาง Lawson Ticket

 

 

 

   เรื่องไต้หวัน -->   http://www.xjapan.ne.jp/news/detail/?nid=105

 

 

   - รายละเอียดเหมือนที่บอกไว้ด้านบนค่ะ

 

 

 

 

EDIT:  วันนี้ข่าวก็ทยอยกันออกมาแล้วเรียบร้อย (หลังจากเย็นวานถูกอำนาจมืดสั่งลบ)  เนื้อหาก็มีเท่าที่ได้บอกไปแล้วข้างบนค่ะ  ^^'  ไม่ได้จะมีอะไรเพิ่มเติมเท่าไหร่  อ้อ  แต่เธอมีพูดขอโทษแฟนเกาหลีกับประกาศไลฟ์ไต้หวันในงาน  แอบหัวเราะตรงที่โยพูดถึงเพลงว่าอยากให้คนดูซึ้งจนน้ำตาไหลแล้วก็  "ผมถนัดเรื่องทำให้คนร้องไห้ครับ"  ย่ะ  จริงโคตรๆเลยล่ะ  แม่คุณ 

 

 

ลิงค์ข่าวค่ะ http://www.sanspo.com/geino/news/090324/gnj0903240504018-n1.htm

http://www.sponichi.co.jp/entertainment/news/2009/03/24/07.html

http://hochi.yomiuri.co.jp/entertainment/news/20090323-OHT1T00332.htm

http://www.barks.jp/news/?id=1000048111 --> barks กลับมาเร่าร้อนอีกครั้งละ

http://www.oricon.co.jp/news/movie/64426/full/

 

   ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า  เราว่างวดนี้โยดูโทรมๆแฮะ    ออร่าความสุขไม่เปล่งประกายเลย (เธอเป็นคนที่เวลาดีใจแล้วออร่าวิบวับมาก)  สีหน้าดูแข็งมาก  เทียบกันแล้วตอนแถลงข่าวเรื่องทีมรถแข่งที่โทรมง่อกเพราะหวัดเรื้อรังยังดูดีซะกว่า  ว่าแต่นี่ตัดผมหรือแค่เซ็ตต่างไปจากเดิม?  ไม่ค่อยชอบเลยง่า  T0T  ชอบแบบยาวออกมานิดๆอย่างตอน News ZERO มากกว่า  แต่ก็ยังดีที่กลับมาสีทองแล้ว  ยังไงๆโยก็เหมาะกับผมทองที่สุด  >w<  ชีวิตนี้ไม่เคยเห็นคนเอเชียที่ทำผมทองได้ดูเป็นธรรมชาติเท่าเธอเลยนะเนี่ย

 

         

 

 

   มีคลิปข่าวที่ออกวันนี้ลง youtube แล้วด้วยค่า  มี 'ROSA' ให้ได้ลองฟังกันนิดๆหน่อยๆด้วยนะ  ฟังแล้วก็ยิ่งอยากฟังแบบเต็มๆอ้ะ  T^T  ว่าแต่เรื่องนี้มีแพลนจะเข้าฉายเมืองไทยบ้างมั้ยนี่?

 

   เห็นว่าผู้กำกับคิริยะรู้จักสนิทสนมกับโยมาราวๆ 10 ปีได้แล้ว (ก็เคยเจอที่โยบอกว่าไปกินข้าวด้วยกัน 3 คนมีอุทาดะ ฮิคารุด้วยอยู่หรอกนะ)  ทั้งคู่อยู่แอลเอเหมือนกัน  เลยมีไปกินข้าวด้วยกันอะไรแบบนี้บ่อยๆ  เพิ่งเห็นว่าผู้กำกับคิริยะหน้าตาดีใช้ได้เลย  ^^'  แอบโมเอะนาทีที่ 1.13 (ที่ผู้กำกับมองเธอ)  ไม่รู้ทำไม  ช็อตนี้เป็นภาพที่รู้สึกเหมือนได้เห็นประจำหากโยออกงานกับชายอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกวงอ่ะ   

 

 

         

 

 

 

ป.ล. คุณ staybeautiful เอาลิงค์เรื่องหนังสือชีวประวัติโยมาลงให้ใหม่แล้วค่ะ >>

 

   http://www.kadokawa.co.jp/book/bk_detail.php?pcd=200206000019

 

   คราวนี้มีบอกวันที่ออกเรียบร้อยว่าเป็นวันที่ 25 พ.ค.  รายละเอียดเนื้อหาก็เปลี่ยนใหม่ (อันเก่าดูเน้นเรื่องการเสียชีวิตของฮิเดะอยู่พอสมควร)  รูปปกก็เหมือนจะมี (?)  ว่าแต่จะใช้รูปนี้จริงเรอะ  ^^'  รู้สึกไม่ค่อยเข้ากับธีมชีวิตที่ต้องฟันฝ่ามายาวนานเลยอ้ะ  มันสวยเกินไปนิดส์

 

 

 

 

ป.ล.2 ลืมบอกไปค่ะ  เห็นว่าเพลง BGM ของทีมรถแข่งจะเป็นเพลงใหม่ของ X JAPAN  และอาจจะนำออกให้ได้ฟังกันครั้งแรกในการแข่งที่ Suzuka วันที่ 19 เม.ย.  ก็รอดู (ฟัง) กันต่อปายยยย

 

 

ป.ล.3 ว่าจะชวนคุยแล้วก็ลืม  ว่ามั้ยคะว่าคราวนี้โยแต่งตัวแปลกๆ  ^^'  ดูไม่เนี้ยบเรียบหรูอย่างปกติเลย  ผมเผ้าก็......  ทั้งที่ปกติแล้วหากเป็นงานแถลงข่าว (ที่ชีมีความโปรดปรานเป็นส่วนตัว) โยมักแต่งตัวดูดีเสมอนะ (ที่จริงก็คงโอเคกว่านี้เยอะหากไม่ใส่สูท  แอบให้อารมณ์เหมือนตอนแรกเธอใส่มาแค่เชิ้ตขาว  ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเป็นงานแถลงข่าวควรแต่งตัวสุภาพเลยคว้าสูทใกล้มือมาใส่แก้ขัด)  หรือเธอจะเซ็งจัดจนขี้เกียจแต่งเนี่ย?  แต่พอยืนเทียบกับผู้กำกับคิริยะแล้ว...... ต่อให้ฟิตหุ่นจนล่ำยังไง  โยก็ยังเป็นคนที่หุ่นบอบบางมาแต่กำเนิดอยู่ดีเนอะ    

 

 

 

 

Clip + สรุปรายการ News ZERO 19.03.2009

posted on 20 Mar 2009 01:48 by xfreak  in Translation

   เป็นการสรุปกึ่งๆแปลรายการ News ZERO ที่เพิ่งแพร่ภาพไปค่ะ  หากมีช่วงไหนอ่านแล้วมึนๆต้องขออภัยด้วยนะคะ  คนแปลเพิ่งกินยา  กำลังมึนได้ที่เหมือนกัน  บวกกับโยก็เป็นคนที่พูดจาแสนจะรู้เรื่องซะด้วยสิ  ^^'  แต่รายการนี้.... กว่าจะเขียนจบนี่ทำเอานั่งซับน้ำตาอยู่หลายรอบเลยแฮะ  TT.TT

 

 

       

 

 

   เริ่มต้น  พิธีกรบรรยายว่าแต่ละปีญี่ปุ่นมีคนฆ่าตัวตายถึง 30000 คน  ซึ่งหลังจากที่จากไปแล้วก็ทิ้งครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไว้ข้างหลัง  ซึ่งครั้งนี้ YOSHIKI จะมาเปิดเผยเรื่องที่คุณพ่อฆ่าตัวตายเป็นครั้งแรก  ซึ่งเธอจะหวนย้อนกลับไปดูอดีตที่ขมขื่นแล้วบอกเล่าเรื่องราวให้ได้ฟังกัน

 

   (ตัดไปเป็นไลฟ์ที่ฮ่องกง  บรรยายเรื่องรียูเนี่ยนแล้วบอกว่าไปเวิร์ลด์ทัวร์ที่ฮ่องกง  แล้วก็พูดถึงโยเรื่องเธอมีคาริสม่าอะไรประมาณนั้น  แล้วก็ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอพูดเรื่องนี้ต่อหน้ากล้อง)

 

   "บาดแผลที่คงไม่มีวันรักษาหายที่ต้องแบกรับไปชั่วชีวิต  ก็คือเรื่องที่พ่อของผมฆ่าตัวตาย  เรื่องนั้นน่ะ... อืม... จะพูดยังไงดีนะ"

 

   ไปที่ทาเทยาม่า  ที่ชายหาดที่ว่าเดินจากบ้านโยชิกิมาราว 10 นาทีถึง

 

   "รู้สึกว่าเล็กนะ" 

 

   นาทีที่ 2.13 (ชี้นิ้ว)  "ผมเคยตกปลาอยู่ตรงนั้นบ่อยๆ"

 

   คนสัมภาษณ์  "ความทรงจำที่นึกถึงที่สุดเกี่ยวกับชายหาดนี้คือ?"

 

   YOSHIKI  "อา... เพราะอาทิตย์นึงมาตั้งไม่รู้กี่ครั้ง (เลยมีเยอะจนไม่รู้จะตอบว่าอะไร) น่ะครับ"

 

   คนสัมภาษณ์  "มากับครอบครัวบ่อยๆใช่มั้ยครับ"

 

   YOSHIKI  "อื้อ  มากับคุณแม่แล้วก็น้องชาย มาเล่นน้ำกันสามคน"

 

 

   คนสัมภาษณ์  "เวลามีเรื่องทุกข์ใจก็มาด้วยใช่มั้ยครับ?"

 

   YOSHIKI  "นั่นซีนะ  ไม่ใช่หนังวัยรุ่นก็จริง  แต่ก็เป็นแบบนั้นเลยจริงๆครับ"

 


   (เสียงบรรยาย)  คุณพ่อจากไปเมื่อฤดูร้อนตอนอายุ 11 (ทางรายการและโย) มาเยี่ยมโรงเรียนที่ (โย) ไปตอนนั้น

 


   YOSHIKI  "ทางนี้สินะ  จำได้ๆ"

 

   คนสัมภาษณ์  "เป็นโรงเรียนที่ใหญ่นะครับ"

 

   YOSHIKI  "ใหญ่เนอะ"  "ไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลยนะครับ  ด้านโลเคชั่น  บางทีนะครับ"  "ตอนนั้นก็ให้ความรู้สึกประมาณนี้ล่ะครับ"

 

  
   เสียงบรรยายบอกว่าแล้วภาพที่โยได้เห็นหลังกลับจากทำกิจกรรมชมรมก็คือ...

 


   YOSHIKI  "ตอนนั้นผมไปชมรมดนตรี  เป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนก็จริงแต่ก็ไปซ้อมที่โรงเรียน  เอ... ซักทรัมเป็ตล่ะมั้ง...... อะไรกัน... จำเครื่องดนตรีไม่ได้แล้วครับ  แต่พอกลับไปก็เจอสถานการณ์แบบนั้น.... ตอนนั้นผมนึกไปว่าพ่อกำลังหลับอยู่  เพียงแต่ตรงศีรษะมีผ้ารูปสามเหลี่ยมสวมไว้  แบบนี้... ก็รู้สึกว่าทำไมกันนะ  ตกใจมากเลยครับ  ยังจำได้ว่าตัวเองถามออกไปว่าทำไมถึงใส่ของแบบนั้นนอนล่ะเลย"

 

   YOSHIKI  "โกรธแทบบ้าเลยครับ  ว่าไงดี  ไม่ใช่อารมณ์ที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น  แต่เป็นอาละวาดในบ้านอย่างหนักมากกว่า"

 

 

   คนสัมภาษณ์  "เป็นความโกรธที่มีต่ออะไรครับ?"

 

 

   YOSHIKI  "ไม่ทราบสิครับ  แต่ญาติๆต้องคอยจับกดไว้เลย"

 

 


   YOSHIKI:  "เวลาที่ถูก (คนที่รัก) ปลิดชีวิตไปด้วยความตั้งใจของตัวเองเนี่ย  มันจะเกิดเครื่องหมายคำถามว่า "ทำไมล่ะ?" ขึ้นมา  แล้ว (คนที่ถูกทิ้งไว้) ก็จะรู้สึกเหมือนเต็มไปด้วยเควสชันมาร์กไม่ใช่เหรอครับ  ไม่สามารถถามหาคำตอบได้เลย...  คำตอบ... นะครับ  เราไม่มีทางรู้คำตอบที่แท้จริงได้เลยใช่มั้ยล่ะครับ  เพราะเขาเอาคำตอบนั้นติดตัวแล้วไปที่ไหนก็ไม่รู้แล้ว  เพราะงั้นก็เลยมีแต่จะต้องมีชีวิตอยู่โดยแสวงหาคำตอบไปตลอดกาล"

 

 

   (เสียงบรรยาย)  พอถามถึงความเศร้าที่มีต่อสถานการณ์ตอนนั้น

 

 

   YOSHIKI:  "ไม่อยากพูดถึงครับ (สถานการณ์เรื่องฆ่าตัวตาย)  อืม...  มันยัง....."

 

 


   (เสียงบรรยาย)  จากนั้น  ในครอบครัวก็ไม่สามารถพูดอะไรเกี่ยวกับคุณพ่อกันได้เลย (ป้ายหน้าหลุมศพเป็นตัวคันจิ "ฮายาชิ")  ความทรงจำที่มีกับคุณพ่อก็คือ  ไปตกปลากับคุณพ่อบ่อยๆ  แล้วก็... คุณพ่อเล่นเปียโนให้ฟัง

 


   YOSHIKI  "มันรู้สึกจี๊ดขึ้นมา"  "ปกติแล้วจะมากับคุณแม่ตลอดน่ะครับ"

 


   (เสียงบรรยาย)  เสียชีวิตตอนอายุ 34 ปี  ช่างเป็นการจากลาที่เร็วเกินไป.... ตอนนี้เขาคิดยังไงกับคุณพ่อที่เสียชีวิตไปกะทันหันอย่างนั้นนะ

 

 

   YOSHIKI  "ก็ยังก้าวข้าม (การตายของพ่อ) มาไม่ได้หรอกครับ  ต้องคอยต่อสู้กับมันอยู่ตลอดเวลา  อืม... ผมว่าบาดแผลแบบนี้มันเป็นบาดแผลที่ไม่อาจรักษานะครับ"

 


   (เสียงบรรยาย)  เขาแบกรับความเจ็บปวดที่มีแต่คนที่มีประสบการณ์เท่านั้นถึงจะเข้าใจไว้อยู่คนเดียวมาจนบัดนี้

 

 

   YOSHIKI  "เพราะผมเป็นนักดนตรีเลยมีทางให้ระบาย  แต่ถ้าไม่มี (ดนตรี) จะทำยังไงดีนะ... อืม.. จริงๆนะครับ  ถึงขั้นที่คิดว่าหากไม่มี (ดนตรี) แล้วที่ผ่านมาจะยังมีชีวิตอยู่รึเปล่าเลยล่ะ"

 


   เพลง Tears ขึ้น  (เนื้อเพลงร้องว่า  "น้ำตาที่รินไหล..." พอดี)  เสียงบรรยายบอกว่านี่เป็นเพลงที่โยแต่งโดยที่คิดถึงคุณพ่อ  แล้วจริงๆในไลฟ์ฮ่องกงนี่ก็มีการเชิญเด็กกำพร้า 200 คนมา  จากนั้นโยก็ยังมีการบริจาคเงินให้กับทางกลุ่มที่ทำกิจกรรมด้านเด็กกำพร้าด้วย (รายละเอียดส่วนนี้มีอยู่ในที่สัมภาษณ์ฮานาโกะแล้วเลยจะไม่ขอพูดละเอียดนะคะ)  จากนั้นโยก็พูดถึงเรื่องที่เธอเริ่มทำการกุศลโดยมีแรงบันดาลใจมาจากความเจ็บปวดที่ครอบครัวตัวเองเคยลิ้มรส  เป็นการทำโดยต้องการช่วยเหลือคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง  โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศทีมีคนฆ่าตัวตายสูง  ถ้ามัวแต่คิดว่าจะทำปีหน้าหรือปีถัดไปก็คงไม่ได้ทำซักทีเธอเลยรู้สึกว่าเริ่มมันซะเลยดีกว่า  แล้วก็ออกมาเป็นรูปแบบอย่างที่เห็น (ส่วนนี้คล้ายกับที่เคยพูดไว้ในฮานาโกะมากๆค่ะ)  แล้วก็มีบอกว่า  "ถ้าทุกคนยอมรับก็คงดี  แค่คนเดียวก็ยังดี  เป็นความรู้สึกอย่างนั้นครับ"

 

 


   (ขึ้นภาพสตูดิโอ  ซับบอกว่าเป็นการอัดเสียงเพลงใหม่  เสียงบรรยายบอกว่าพอกลับจากทาเทยาม่าเธอก็มาสตูดิโอที่กินซ่าเลย  เสียงบรรยายบอกว่าเป็นเพลงใหม่ของ X JAPAN ด้วย)

 

   เสียงบรรยายลงท้ายบอกว่าโยพูดว่า

 


   "ผมอยากทำดนตรีแบบที่ปลุกความกล้าหาญที่จะมีชีวิตอยู่ขึ้นมาได้  นี่เป็นการเริ่มทำกิจกรรมเพราะต้องการเป็นกำลังให้คนอื่นก็จริง  แต่ว่า  มันก็เป็นการหันมาเผชิญหน้ากับชีวิตของตัวเองด้วยเช่นกันครับ"

 

 

 

   โยเท่มาก  TwT  เป็นคนที่เท่แต่ก็ทำให้รู้สึกอยากปกป้องขึ้นมาจริงๆนะ

 

         

EDIT:  มีข่าวลงด้วย  เนื้อหาก็เป็นการสรุปใจความจากรายการ News ZERO ค่ะ

 

http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20090320-00000002-oric-ent

 

 

 

 

edit @ 20 Mar 2009 11:57:47 by XFreak

   ตอนแรกกำลังนั่งแปลจากเวอร์ชั่นใช้โปรแกรมแปลจากภาษาเกาหลีมาเป็นญี่ปุ่น  ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่นัก  แต่ก็ยังดีกว่าแปลจากเกาหลีเป็นอังกฤษเยอะะะะะะ  แปลแบบพะอืดพะอม (เพราะมันไม่ค่อยรู้เรื่องตามประสาโปรแกรมแปล) ไปพักใหญ่ๆ  ก็ปรากฏว่ามีเวอร์ชั่นแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นแบบเป็นผู้เป็นคนแล้ว  เลยลบทิ้งแล้วเริ่มแปลใหม่  = ='  ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะเพิ่งเจอเรื่องดาวน์ๆ (ที่จะว่าฮาก็ฮา  จะว่าเซ็งก็เซ็ง)  ยังไงก็เอาเป็นว่าเชิญอ่านกันเลยดีกว่าค่า  ข้อมูลบางส่วนเพี้ยนๆ+ผิดอย่างเห็นได้ชัด  แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีแค่สื่อไทยหรอกที่มั่ว  ถึงจะยังไม่เคยเจอถึงขั้น  "โยชิกิ นักร้องนำวง X JAPAN" อย่างประเทศสารขัณฑ์ก็เหอะ     

 

   ต้นฉบับ  >>  http://isplus.joins.com/enter/star/200903/08/200903081614002632020100000201040002010401.html

 

   เวอร์ชั่นญี่ปุ่น >> http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20090309-00000041-yonh-musi

 

   "ทุกครั้งที่ผมหมดสติไม่เคยมีครั้งไหนที่เป็นการแสดงครับ  เพียงแต่  ด้วยความที่พออยู่บนเวทีแล้วผมจะทิ้งเรื่องเล็กเรื่องน้อยทุกอย่างแล้วทุ่มใช้พลังงานทั้งหมด  เลยมีอยู่ที่การแสดงจบลงด้วยการที่ผมเป็นลมไป"

   YOSHIKI หัวหน้าของ X JAPAN อันเป็นวงร็อคระดับตำนานของญี่ปุ่นที่กลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้ง  ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าจะถึงวันแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกในเกาหลีในวันที่ 21-22 มีนาคมนี้ผ่านอีเมล์  ปัจจุบัน YOSHIKI กำลังพยายามอย่างหนักที่จะขึ้นยืนบนเวทีด้วยเรื่องราวที่พิเศษกว่าทุกทีเพื่อจะให้ทุกคนได้เห็นถึงพลังที่สมกับเป็น X JAPAN  และยังบอกอีกด้วยว่ากำลังเตรียมการเรื่องเวทีซึ่งจะมีธีมที่ต่างกันไปในแต่ละวัน  สามารถคาดหวังในการแสดงครั้งนี้ได้แน่นอน   

   X JAPAN ประกอบด้วยนักร้องนำคือ TOSHI  กีตาร์ HIDE (เสียชีวิต) กับ PATA  เบส HEATH  กลอง เปียโน คอรัส YOSHIKI  เริ่มต้นเดบิวต์ในปี 1985  ยุบวงไปในปี 1997  แต่กลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้งพร้อมจัดคอนเสิรืตรียูเนี่ยนไปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว  YOSHIKI ได้เล่าว่า  "พอได้พบและพูดคุยกับ TOSHI อีกครั้งเมื่อปี 2007  ก็กลายเป็นว่ามารวมตัวยกันอีกครั้งเถอะขึ้นมาเอง  หลังจากนั้น  เมื่อเรื่องดำเนินไปได้ด้วยดี  การรียูเนี่ยนก็เปลี่ยนมาเป็นเพื่อเวิร์ลด์ทัวร์ไปอย่างเป็นทางการ" 

   ในคอนเสิร์ตรียูเนี่ยนทีจัดขึ้นที่โตเกียวโดมยังมีการนำเอาโฮโลแกรมของ HIDE ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 1998 ขึ้นแสดง  ยังผลให้ผู้ชมถึงกับตกใจ  ในการทำให้ภาพขณะยังมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นการขยับปาก  การเคลื่อนไหวของนิ้วมือที่ดีดกีตาร์กลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้งนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง 150 ล้านเยน  YOSHIKI ได้กล่าวว่า  ภาพนั้นของ HIDE ไม่ใช่เป็นเพียงการฟื้นคืนมาเพียงในฐานะของสิ่งที่ตาเห็น  "HIDE อยู่ในดนตรีและหัวใจของพวกเราเสมอครับ  ตอนที่ซ้อมเขาก็อยู่  ระหว่างที่แสดง  เขาก็อยู่กับพวกเราตลอดครับ"

   เกาหลีไม่สามารถสัมผัสกับดนตรีของ X JAPAN อย่างเป็นทางการได้เลยก่อนหน้าช่วงหลังของยุค 1990 ที่มีการเปิดรับวัฒนธรรมญี่ปุ่นขึ้น  ถึงอย่างนั้นแผ่นละเมิดลิขสิทธิ์ของ X JAPAN ก็สามารถขายได้ถึง 5 แสนแผ่น  จำนวนของแฟนเกาหลีที่กระตือรือร้นต่อ X JAPAN นั้นไม่ใช่น้อยๆเลย  YOSHIKI ที่เวลานั้นอาศัยอยู่ที่ LA ถึงกับตกใจเมื่อได้ยินจากเพื่อนชาวเกาหลีว่า X JAPAN มีชื่อเสียงแม้แต่ที่เกาหลีด้วย  และตอนที่ YOSHIKI มาเกาหลีโดยมีแฟนมากมายไปรอรับที่สนามบินนั้น  เขาก็ยังหวนคิดถึงด้วยความรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งอยู่

   มีข่าวลือออกมาว่าเวิร์ลด์ทัวร์ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของ X JAPAN  แต่ YOSHIKI ได้ตอบกลับมาสั้นๆว่า  "ไม่ใช่ทัวร์ครั้งสุดท้ายครับ"  เพียงแต่หลังจากทัวร์ครั้งนี้แล้ว  กว่าจะได้มาที่เกาหลีอีกก็คงใช้เวลานานมากพอสมควร  และยังอยู่ในระหว่างแผนที่จะออก Best Album ที่จะมีเพลงใหม่อยู่ 1-2 เพลงด้วย         

   ปีที่แล้วอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนของ YOSHIKI เลวร้ายลงจนต้องเลื่อนเวิร์ลด์ทัวร์ออกไป  ปัจจุบันอาการของเขาดีขึ้นมาก  และยังบอกมาว่ากำลังใส่ใจที่จะคอยดูแลสุขภาพเพื่อให้แฟนๆได้เห็นตัวเองบนเวทีด้วยสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย  

 

 

   กลอง เปียโน คอรัส YOSHIKI.......

 

   เดบิวต์ปี 1985........

 

   สื่อเกาหลีนี่ก็มั่วดีเนาะ  ^^' 

 

    

EDIT:  ด่วนจาก Ym เมื่อกี๊นี้เอง  โยกลับญี่ปุ่นแล้วล่าาาาา  >w<  ดีใจ  แค่รู้ว่าเธออยู่ญี่ปุ่นก็ดีใจแล้ว  เห็นว่ามีงานโปรดิวซ์  บอกว่าโปรดิวซ์วงด้วย  วงอะไรหว่า  วีเคย์?  หรือจะแหวกแนวไปเป็นบอยแบนด์ล่ะนั่น 

 

 

 

EDIT:  อ่า......  คิดอยู่นานว่าจะเอามาบอกดีรึเปล่า...  เพราะท้ายที่สุด (เปอร์เซ็นต์สูงซะด้วย) มันอาจกลายเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแต่ทำให้ตกอกตกใจกันไปก่อนก็ได้  แต่ไหนๆก็ไหนๆ....  http://www.tokyo-sports.co.jp/  Tokyo Sports วันนี้มีลงหน้าหนึ่งว่า " X JAPAN เสี่ยงยุบวง  มือเบส HEATH ลาออก"   มีการบอกว่าฮีธส่งทนายไปหาทางคณะกรรมการของ X JAPAN กับต้นสังกัดตัวเอง 2 ครั้งคือตอนปลายเดือน 2 กับต้นเดือนนี้  และไลฟ์ที่เกาหลีเดือนนี้กับไลฟ์ที่โตเกียวโดมเดือน 5 เสี่ยงจะถูกยกเลิกด้วย  เฮ้อ...  จะเอาไงก็เอา  แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า  เจ้า Tokyo Sports เนี่ย  ในญี่ปุ่นเขาเลื่องลือกันว่า  "ถูกแค่วันที่"  เพราะฉะนั้นระดับความน่าเชื่อถือมันก็นะ  ^^'  เพียงแต่....คราวนี้แฟนๆแอบไม่สบายใจก็เพราะมันลงหนึ่งหน้าเลยนี่แหละ  มันมีมูลความจริง  หรือเพราะชื่อ X ขายได้กันแน่นะ........  แต่ก็อีกนั่นแหละ  หากข่าวที่ลงในโตเกียวสปอร์ตส์จริงล่ะก็  X ได้ยุบวงรอบสองไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแล้วล่ะ 

 

   ลืมบอกไปค่ะ  เห็นว่าพรุ่งนี้โยจะมีแถลงข่าวที่สนามบินฮาเนดะด้วย  จะดีใจสุดขีดถ้าไม่มีเรื่องข้างบนมาทำให้แอบเซ็ง  = ='  รอดูกันต่อไปค่า

 

   อืมมมม  ไม่มีแรงจะนั่งแกะข่าวจากภาพเบลอๆ (และเนื้อข่าวก็ไม่ชวนให้อยากแกะเลย)  แต่หากจะเชื่อว่าโตเกียวสปอร์ตไปสัมภาษณ์ประธานฮีธมาจริง (มีภาพลงและเขียนเหมือนเป็นคำพูดท่านประธาน)  ก็ดูเหมือนว่าฮีธจะมีปัญหาอยู่กับทางสังกัดนะ  เห็นว่าท่านประธานให้คอมเมนต์มาว่า  "ยังไม่สามารถตอบในส่วนของรายละเอียดได้ครับ"  ส่วนทางคณะกรรมการของ X JAPAN --> "โนคอมเมนต์"  แต่ต่อให้ฮีธมีเรื่องขัดแย้งกับทางสังกัดจริง  ก็ไม่ใช่อะไรที่จะนำไปสู่การลาออกซักหน่อยน่ะนะ 

 

  ฮะๆ.....  ให้ยังไงเรื่องนี้มันก็ไม่มีทางคลุมเครือไปได้นานหรอก  พรุ่งนีมีแถลงข่าว  อีกไม่กี่วันก็มีไลฟ์เกาหลี  เรื่องเป็นไงกันแน่เดี๋ยวก็รู้

 

    

 

  

 

  

 

 

   ได้เนื้อหาข่าวมาแล้ว  แต่ไม่รู้ว่าจะแปลดีรึเปล่า  (มันเขียนถึงฮีธแบบว่า...)  เอาเป็นว่าหากอยากอ่านก็บอกนะคะ  แต่เตือนไว้ก่อนว่าเนื้อหามันไม่ดีต่อจิตใจเท่าไหร่หรอกนะ  = ='

 

edit @ 11 Mar 2009 16:08:22 by XFreak

   มาต่อละค่า  ตอนนี้ไม่ได้อยู่บ้าน  แอบยากลำบากในการใช้เน็ต  อาจมาอัพเดตหรือตอบอะไรช้าหน่อยนะคะ  แต่จะพยายามเน้อ

 

 

From Hanako (ハナコ) 2009年 2/26号

 

      ต่อให้ถูกพูดว่ายังไงก็จะยังทำอยู่ดี

 

   คนที่ผลักดัน X JAPAN ด้วยความคิดที่เป็นอิสระจนสามารถขึ้นไปอยู่ระดับท็อปของอุตสาหกรรมดนตรีได้ก็คือ YOSHIKI ซัง  กิจกรรมที่เขาจะนำเอาความรู้สึกอันอ่อนโยนนี้ไปขยายขอบเขตของการกุศลให้กว้างขวางออกไปจึงน่าจะเป็นที่คาดหวังถึงผลสำเร็จได้เช่นกัน  และในวันที่ 16 มกราคม  ก้าวแรกของ YOSHIKI FOUNDATION ก็ได้รับการจารึกเอาไว้  เด็กกำพร้า 200 คนได้รับเชิญให้มาที่คอนเสิร์ตในฮ่องกงของ X JAPAN  และกำไรส่วนหนึ่งที่ได้ก็บริจาคให้กับกลุ่ม NPO ของจีนที่ก่อตั้งมาแล้ว 30 ปี  ด้วยมือของ YOSHIKI ซังเอง......

 

   "ถึงจะเริ่มตั้งกองทุนของตัวเองขึ้นมา  แต่ก่อนหน้านี้น่ะผมไม่เคยสนใจจะควบคุมตัวเองเลยล่ะครับ  ไม่ใช่ว่าจู่ๆก็เกิดเป็นคนดีอะไรขึ้นมาหรอก  ในตัวผมคงมีด้านแบบนี้อยู่ด้วยมากกว่า  การทำการกุศลเนี่ย  ในแง่นึงมันก็อันตรายไม่ใช่เหรอครับ  มีคนจ้องจะวิพากษ์วิจารณ์ด้วย  แรกเริ่มตั้งใจจะทำเรื่องดีๆแท้ๆ  แต่กลับถูกมองด้วยสายตาหลายๆแบบ (หัวเราะ)  เพราะงั้นในส่วนของเรื่องนี้เนี่ย  เลยเป็นอารมณ์ว่าต่อให้ถูกใครพูดว่ายังไงก็จะยังทำอยู่ดีครับ  หากไม่เห็นด้วยผมก็ทำของผมเองคนเดียวก็ได้  ไม่ใช่การไปบอกคนอื่นว่ามาทำแบบนี้กันเถอะ  แต่เป็นสไตล์  "ก็ผมจะทำแบบนี้นี่!" มากกว่าน่ะครับ"  ช่างเป็นวิธีที่เป็น YOSHIKI อย่างถึงที่สุดจริงๆ

 

      ความรักก็เหมือนบ้าน  หากยังไม่เข้าไปก็ไม่รู้หรอกครับ

 

   ได้บอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่า YOSHIKI ซังนั้นเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ของความอ่อนและความแข็งผสมผสานกันอยู่  แล้วความรักของผู้ชายแบบนี้จะเป็นยังไงนะ  พอเราถามคำถามสุดท้ายนี้ไป  เขาก็ตอบทันทีว่า  "ผมเป็นพวกชอบบริการคนอื่นครับ"

 

   "ผมอยากให้ผู้หญิงรู้สึกอุ่นใจ  เลยจะเป็นฝ่ายคอยบริการเองแทนครับ  ทั้งให้ของขวัญบ้าง  หรืออย่างทำอาหารเนี่ย  ผมแทบจะทำไม่ได้เลยแต่ก็มีทำให้นะครับ  อืม...... ถึงจะแค่ระดับหั่นลูกชิ้นปลาให้ก็เถอะ (หัวเราะ)  แต่ผมว่าสิ่งที่สำคัญคือความรู้สึกนะ  ก็ผมน่ะเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็กใช่มั้ยล่ะครับ  ถูกสอนมาถึงขั้นว่า  'ห้ามถือมีดทำครัว' เชียวล่ะ  เพราะงั้นถึงสำหรับผู้หญิงแล้วอาจมองว่าแค่ 'YOSHIKI กำลังหั่นลูกชิ้นปลาอยู่' ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร  แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นการเสี่ยงชีวิตมากเลยนะ"

 

   สำหรับเรื่องในอนาคตนั้น  เขาบอกว่า "มีภาพของตัวเองแต่งงานแล้วสอนลูกเล่นเปียโนอยู่ในหัวครับ"  ดูมีความคิดอยากแต่งงานอยู่ผิดคาดทีเดียว  YOSHIKI ซังเป็นพวกที่ต้องรู้จักตัวตนภายในก่อนถึงจะสามารถรักได้มากเสียกว่าจะมีรักแรกพบ

 

   "ผมว่าจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความรักมันมีหลากหลายนะ  เหมือนกับประตูหน้าเก็นคัง  ถ้าไม่ลองเข้าไปก็ไม่รู้หรอก  บ้านไม่เหมือนโรงแรม  ไม่ได้อยู่กันแค่วันสองวัน  บ้านที่พอลองเข้าไปแล้วถึงจะสวยแค่ไหนก็อยู่ที่นี่ไม่ไหวมันก็มีอยู่  หากเจอบ้าน (ผู้หญิง) ที่อาจจะเรียบๆ  แต่วิเศษมากๆ  พออยู่แล้วรู้สึกสงบก็ดีสิครับ"

 

   เขาที่เขินอายยามพูดถึงเรื่องอนาคตนั้น  พร้อมๆกับที่มี Charisma  ก็ยังเป็นผู้ชายที่น่ารักชั่วนิรันดร์สำหรับผู้หญิงด้วยเช่นกัน

 

 

   เหอๆ  เป็นไงบ้างเอ่ย  "ผู้ชายที่น่ารักชั่วนิรันดร์" ของคุณฮานาโกะคนนี้น่ะ  แต่ชีก็น่ารักของชีมานานแล้วเนอะ  ^^  เรื่องการกุศลนี่ถึงจะเพิ่งมามีรูปร่างให้ตาเห็น  แต่จริงๆเธอทำมานานและหลายอย่างแล้วนะ  บางอย่างนี่ทำเอาพอรู้แล้วน้ำตาไหลเลย  คือโยมีบริจาคเงินให้กับเด็กที่พ่อแม่ฆ่าตัวตายด้วย  แล้วที่ทำให้น้ำตาไหลพรากๆคือ  ไปรู้มาโดยบังเอิญว่าเธอทั้งบริจาคเงินและช่วยเหลือทางธนาคารไขกระดูกที่ฮิเดะจังเคยทำกิจกรรมอยู่ด้วย  ที่ว่ารู้โดยบังเอิญเพราะโยไม่เคยพูด  คนรอบข้างเธอก็ไม่เคยมีใครบอก (เข้าใจว่าโยอาจบอกว่าไม่ต้องบอก)  ไปรู้ได้เพราะมีแฟนที่บังเอิญรู้จักกับคนที่ทำการกุศลให้กับธนาคารไขกระดูกเล่าให้ฟัง  ซึ่งคุณนายที่เล่าก็ไม่ได้รู้จักโยหรือ X เลย  ยังพูดว่าเป็น "ท่านประธานของบริษัท X JAPAN" ด้วยซ้ำ (มีบอกด้วยว่าเป็นคนที่สวยมากๆ  คนขอถ่ายรูปกันตรึม)  เห็นว่าตอนที่โยไปเข้าประชุมกับเขา (ถ้าจำไม่ผิดปีที่แล้วนี้เองนะ) ทางธนาคารก็เอารูปโยลงเว็บด้วย  แฟนบางคนทันได้เห็น (ส่วนน้อยมั่กๆเพราะไม่รู้กัน)  บางคนไม่ทันได้เห็น (ข้าพเจ้าและแฟนส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มนี้)  เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักฮิเดะมากเลยนะ (ถึงจะรู้สึกว่าก็สู้ที่ฮิเดะรักเธอไม่ได้หรอกอยู่ดีก็เถอะ)  เพราะงั้นเราถึงได้อยากควักมีดแทงทุกครั้งที่เห็นคนปากเปราะพูดว่าโยเอาความตายของฮิเดะมาหากินน่ะนะ (ถึงได้เกลียดฮิเดะแฟนเกิร์ล/บอยไง)

 

  บอกข่าวอีกนิด  บัตรไลฟ์ที่โตเกียวโดมจะเปิดขายในวันที่ 6 เดือนนี้แล้วเนะ  แน่นอนว่าขายที่แรกผ่านทาง YOSHIKI mobile  ควรมีอะไรให้แปลกใจมั้ยเนี่ย  ^^'

 

 

   อีกนิด  Ym เอาที่สัมภาษณ์โซ่มาลงอีกแล้ว  รู้สึกแบบว่า.......

 

   นี่ไปให้เขามาช่วยเล่นกีตาร์ให้แต่ไม่ยอมให้โน้ตเค้าเร้ออออ  =[]="

 

 

   เหอๆ  เห็นว่าโซ่ไปช่วยเวสกับฟอร์ตัสเรื่องเพลงด้วย  ทำหน้าที่เกินซัพพอร์ตไปเยอะเชียว  ไม่อยากคืนเจ้าของแล้วนะเนี่ย  >w< 

 

 

   สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ คุณ staybeautiful อีกทีสำหรับสแกนค่า  จริงๆเคยว่าจะบอกนานแล้วว่า  หากท่านใดมีสแกนอะไรที่อยากอ่านจะส่งมาให้แปลก็ได้นะคะ  แต่ขอแบบสแกนมาชัดๆตัวใหญ่ๆเน้อ  อ้อ!  และไม่รับประกันว่าจะได้เมื่อไหร่ด้วยเนะ 

 

EDIT:  มาเพิ่มเติมข่าวเล็กน้อยค่ะ  ท่าทางตั้งแต่ช่วงปีใหม่มา Ym จะเปลี่ยนสตาฟที่เขียนรีพอร์ต  เพราะเขียนดีขึ้นตั้งเยอะแน่ะ!  (แม้บางอารมณ์จะอยากแหกปากถามว่าตกลงสตาฟล้วนแต่เป็นแฟนโยกันใช่มั้ยก็เถอะ)  เอ..... นึกก่อน (มีหลายเรื่องเกิน  พอไม่ได้อัพทันทีแล้วเอ๋อตลอด)  อ้อ  เมื่อซักสามสี่วันก่อน  หลังจากทำงานเสร็จสมบูรณ์  โยก็จัดการให้รางวัลตัวเองด้วยการไปช็อปแหลกที่เบเวอร์ลีฮิลส์  ไม่รู้ซื้ออะไรมาบ้าง  แต่ก่อนไปสตาฟแอบเตือนเธอว่า  "อย่าให้มีรถเพิ่มมานะ"  คงกลัวชีไปซื้อรถใหม่อีกคันล่ะมั้ง  ^^'  แล้วเมื่อวานก็ซุ่มซ่ามทำซอสมะเขือเทศเลอะเทอะเปื้อนตัวเอง (แล้วจะไม่ให้สงสัยว่าสตาฟ Ym เป็นแฟนได้ไง  เรื่องแบบนี้ยังเก็บมาบอก)  แล้วชีก็มีงานใหม่มาอีกแล้ว  คราวนี้เป็น Theme Song ครบรอบ 30 ปีของรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง  ช่วงนี้ทำแต่เพลงประกอบทั้งนั้นเลยแฮะ  แต่ยังไงก็ได้  ขอแค่ให้ได้ฟังก็สุขใจแล้ว (เป็นแฟนชีต้องหัดมักน้อยเข้าไว้)  อ๊ะ  แล้วก็นี่  >>

   http://www.sanspo.com/geino/news/090305/gnj0903051738019-n1.htm

   Sanspo บอกว่า X จะมีโปรเจ็คต์ใหม่  ซึ่งทางตัวเองจะเป็นเพียงเจ้าเดียวที่ได้ลง  ให้เตรียมซื้อ Sanspo วันที่ 6 (พรุ่งนี้) รอบเช้าไว้ให้ดี  จะเป็นเรื่องอะไรอีกล่ะนี่  ><

 

   ส่วนบัตรที่โตเกียวโดม  สำหรับแฟนโอเวอร์ซีแล้วเนี่ย  หากโยไม่เปิดให้มีการขายบัตรให้สำหรับแฟนต่างชาติโดยเฉพาะ  ก็เหลือทางอยู่แค่ต้องหาคอนเน็คชั่นในญี่ปุ่นเพื่อเปิดสงครามตบตีแย่งชิงบัตรกับแฟนที่นั่น  ไม่ก็รอประมูลเอาใน yahoo น่ะค่ะ  เป็นความลำบากที่ต่างจากเกาหลีหน่อยตรงที่ระบบไม่ได้งี่เง่า  แต่ตัวบัตรเองเนี่ยแม้แต่คนญี่ปุ่นยังใช่ว่ามีตังค์ซื้อก็จะได้มาได้ง่ายๆ  อ้อ!  สำหรับการขายบัตรครั้งนี้  รู้สึกว่าใครที่มี YOSHIKI Card จะได้อภิสิทธิ์ก่อนหน้าคนอื่น  รองลงมาก็รู้สึกจะเป็นสมาชิก Ym ที่สมัครมายาวนาน  จากนั้นก็สมาชิก Ym  จากนั้นค่อยเป็นสมาชิกของไซต์สมาชิกคนอื่น  อืมมมม  ช่างยุติธรรมเสียนี่กระไร  ^^'  

 

edit @ 5 Mar 2009 17:43:14 by XFreak

   ตอนแรกกะว่าจะแปลให้เสร็จหมดก่อนแล้วลงรวดเดียว  แต่นั่งเพ่งแล้วปวดตามากมาย  T0T  ถึงงั้นที่เอามาลงนี่ก็ประมาณ 3 ใน 4 แล้วล่ะค่ะ  เพียงแต่ช่วงที่น่ารักสุดขีดมันอยู่ตรง 1 ส่วนสุดท้ายเท่านั้นเอง  >w<  จะพยายามรีบแปลเน้  อ๊ะ  บทสัมภาษณ์นี้ลงในนิตยสารฮานาโกะ (มีคนบอกมาว่าเป็นนิตยสารสำหรับผู้หญิงอายุ 30-40 ปี) ซึ่งผู้อ่านส่วนใหญ่ไม่น่าจะรู้จักโย (คืออาจรู้จักชื่อ  แต่ไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย)  เพราะงั้นเค้าเลยจะเขียนแบบกึ่งๆแนะนำโยไปด้วย  ก็อ่านเพลินดีค่ะ 

   **ขอขอบพระคุณในความอนุเคราะห์ของคุณ staybeautiful สำหรับสแกนบทสัมภาษณ์นี้ค่ะ**

 

 

   From Hanako (ハナコ) 2009年 2/26号

 

 

       ตัวผมมีทั้งส่วนที่อ่อนแอและเข้มแข็งปนกันอยู่

 

   เมื่อพูดถึง YOSHIKI ซัง  เราจะเห็นภาพของผู้ชายที่เป็นหัวหน้าวงของ X JAPAN ที่เริ่มมีกิจกรรมอีกครั้งจากไลฟ์เคานท์ดาวน์ที่ผ่านมา  เป็นผู้ชายที่มีเรื่องราวเป็นตำนานทิ้งไว้มากมาย  เป็นคนที่สามารถตีกลองได้เร็วถึง 800 ครั้งใน 1 นาที  เป็นคนที่เอาตัวพุ่งเข้าใส่กลองระหว่างเล่นไลฟ์  พังเครื่องดนตรี  หมดสติกลางเวที  เป็นคนที่เต็มไปด้วย Episode ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

 

   โฉมหน้าที่เผยให้เราได้เห็นภายนอกอาจดูฉูดฉาดบาดตา  แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ  ในโลกของดนตรี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยู่ในวงร็อคแล้ว  YOSHIKI ซังคือ 'พระเจ้า' ที่ได้รับการยกย่องบูชาอย่างที่สุด  คือเป้าหมายที่น่าเกรงขาม  แต่ YOSHIKI ซังที่อยู่ตรงหน้าเรานี้กลับดูเป็น nice guy ที่ห่อหุ้มด้วยออร่าที่แสนจะนุ่มนวล  ถึงอย่างนั้น  แม้กระทั่งขณะกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศอันเงียบสงบ  ท่าทางที่บ่งว่าอ่านสถานการณ์ทั่วไปออกได้เป็นอย่างดีของเขาก็ยังคงทำให้เรารู้สึกได้ถึง charisma

 

   นิ่มนวลกับเข้มแข็ง  เมื่อเริ่มพูดคุยกัน  เราก็สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างสองสิ่งนั้นของ YOSHIKI ซังทันที

 

   "เวลาอยู่หน้าฉากแล้วผมเป็นคนที่ฉูดฉาดเตะตา  คนทั่วไปเลยมักคิดกันว่าผมคงใช้ชีวิตแบบนั้นด้วย  แต่จริงๆแล้วมันธรรมดามากเลยครับ  ในส่วนของนิสัยเองก็มีทั้งจุดที่อ่อนแอมากๆกับเข้มแข็งมากๆปนกันอยู่  ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยรู้ดีเท่าไหร่ (หัวเราะ)  แถมยังเจ้าน้ำตาด้วยนะครับ  อย่างหนังเรื่อง 'ET' เนี่ย  ดูทีไรเป็นต้องร้องห่มร้องไห้ทุกที  ผมเลยไม่อยากไปโรงหนังกับเพื่อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะคงไม่พ้นไปนั่งร้องไห้ข้างๆเขา  อายน่ะครับ  แม้แต่บนเครื่องบิน  บางทีดูหนังยังร้องไห้ออกมาเลย  ถึงต้องใส่แว่นดำเอาไว้...คล้ายๆอย่างนั้นน่ะครับ (หัวเราะ)"

 

   พอได้ยินว่าเจ้าน้ำตา  เราก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็นคนขี้เหงา  แล้วเขาก็เป็นผู้ชายที่รักความโดดเดี่ยวเสียด้วย

 

   "เวลามีเพื่อนมาบ้านที่แอลเอ  ทุกคนเป็นต้องตกใจกับความกว้างกันครับ  บอกว่า 'อยู่บ้านกว้างๆแบบนี้คนเดียวไม่กลัวเหรอ?'  แต่ผมชอบช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวนะ (หัวเราะ)  แล้วเขาก็จะ 'ไม่กลัวเหรอ?' พอถูกถามซ้ำผมก็จะเกิดกลัวขึ้นมา  ดูพวกหนังสยองขวัญไม่ได้เลยครับ"

 


      งานวิจัยดนตรีบำบัดที่ศึกษามาตลอด

 


   เราเผลอคิดขึ้นมาว่า "น่ารักจัง!"  แล้วตอนที่กำลังนึกว่าจะมี episode แบบที่กระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นแม่ออกมารึเปล่า  เขาก็เริ่มพูดถึงเรื่องดนตรี  และดนตรีบำบัดที่ทำร่วมกับงานดนตรีประจำวันในลักษณะไลฟ์เวิร์ค  เผยให้เราเห็นถึงโฉมหน้าของ "ชายผู้เปี่ยมไปด้วยพลัง"  ดนตรีบำบัดที่ว่านี้เริ่มต้นจากเป้าหมายที่ต้องการจะรักษาโรคนอนไม่หลับที่ตัว YOSHIKI ซังเองต้องทุกข์ทรมานมายาวนาน  คนที่ร่วมศึกษาด้วยก็ไม่ใช่ระดับ "งั้นมาลองทำดูกันหน่อย" เลย  พาร์ทเนอร์ของ YOSHIKI ซังนั้นเป็นถึงนายแพทย์ปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย  ดร.คาโต้ โทโมอากิ*ผู้สามารถเปลี่ยนถ่ายอวัยวะภายในได้ถึงหกแห่งในคราวเดียว  YOSHIKI ซังไปสถาบันที่มีผู้ป่วยทางจิตเพื่อเล่นเปียโนแล้วเก็บข้อมูลคลื่นสมอง  ไม่ก็ทำการทดลองโดยหอบเอาเครื่องไม้เครื่องมืออย่างคีย์บอร์ดไปที่โรงพยาบาล  ดูเป็นนักวิจัยมากกว่านักดนตรีเสียอีก

 

   "การไปเล่นเปียโนที่แผนกจิตเวชเป็นสิ่งที่ผมประทับใจมากเลยครับ  ตรงที่ที่เหมือนจะใช้สำหรับการบำบัดกลุ่มจะมีอัพไรท์เปียโนอยู่  ผมจะเล่นเปียโนตัวนั้น "ต่อไปอยากฟังอะไรครับ?" ถามคุณผู้ป่วยไปแล้วก็เล่นไป  บางทีก็มีคนที่ออกไปกลางคัน  ผมก็จะคิด "เพลงนี้คงไม่ดีล่ะมั้ง"  แล้ว อ.คาโต้กับศัลยแพทย์ด้านสมองท่านอื่นก็จะช่วยกันตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเพลงแนวนั้นส่งผลต่อสมองยังไง  ผมก็รู้สึกว่าตัวเองได้ศึกษาไปด้วยตลอด  ที่จริงพวกคุณหมอก็ทำด้วยเหมือนกันนะครับ  จนตอนนี้ก็รวบรวมข้อมูลของดนตรีที่ใช้ได้ระดับหนึ่งแล้ว  แต่การจะทำดนตรีที่นั่นเนี่ย  ลำพังแค่พวกตัวเองที่เป็นหมอไม่สามารถทำได้  ก็เลยกลายเป็นว่ามาทำด้วยกันไป  เรื่องนี้เนี่ย  หากชั่วชีวิตนี้ของผมจะสามารถทำให้เกิดผลอะไรขึ้นมาได้บ้างก็คงดีนะครับ  หรือต่อให้ไม่เกิดผลอะไรขึ้นมาเลย  ผมก็อยากให้มันเชื่อมต่อกับยุคต่อไปได้น่ะครับ"

 


      จะแง่ดีหรือแง่ร้าย  ผมว่าตัวเองก็มีอิทธิพลอยู่นะครับ

 


   พร้อมๆกับเรื่องดนตรีบำบัด  YOSHIKI ซังก็ยังมีโครงการที่จากนี้จะทำร่วมกันไปในฐานะไลฟ์เวิร์คอีกด้วย

 

   นั่นคือ YOSHIKI FOUNDATION ซึ่งร่วมมือกับ Grammy Foundation ในการจะดำเนินกิจกรรมการกุศลด้วยความคิดที่เป็นอิสระ

 

   "เป็นของที่จู่ๆผมก็คิดขึ้นตอนกำลังรู้สึกว่าชีวิตนี้จะไม่ทำอะไรให้เหลือทิ้งไว้บ้างเลยเหรอน่ะครับ  จะแง่ดีหรือแง่ร้าย  ผมว่าตัวเองก็เป็นคนที่มีอิทธิพลอยู่  แล้วตอนที่กำลังคิดว่าจะไม่ใช้อิทธิพลนี้ทำอะไรบ้างเลยเหรอ  เรื่อง charity นี้ก็ผุดขึ้นมาครับ  เมื่อก่อนก็เคยคิดว่าจะทำๆมาตลอด  แต่ตัวผมก็ไม่ใช่คนประเภทบุคคลตัวอย่างด้วยใช่ไหมล่ะครับ (หัวเราะ)  ทั้งอิมเมจก็ด้วย  ทั้งเรื่องมาสายบ้าง  เรื่องทำลายข้าวของบ้าง  เรื่องกลับบ้านเพราะแกงกะหรี่เผ็ดบ้าง (หัวเราะ)  อิมเมจแบบนั้นมันห่างไกลจากเรื่องการกุศลมากๆ  แต่ผมว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องเป็นเด็กดีเท่านั้นถึงจะทำได้หรอกนะ  ถึงจะย้อมผม  ถึงจะยังทำตัวเหมือนเด็ก  แต่สิ่งที่สำคัญก็คือการมีใจจะทำครับ"

 

   สิ่งที่เป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดในการตั้ง Foundation นี้ขึ้นมาคือบาดแผลทางใจที่ YOSHIKI ซังได้รับจากการที่พ่อฆ่าตัวตายเมื่อตอนอายุ 10 ขวบ  คงจะเพราะ YOSHIKI ซังยังคงต้องต่อสู้กับบาดแผลที่แม้ตอนนี้ก็ยังไม่อาจเยียวยานี่เอง  เขาจึงสามารถยืนหยัดในฐานะของผู้ที่จะช่วยเหลือคนอื่นในการทำกิจกรรมการกุศลได้  

   

   "หากให้พูดถึงเรื่องการตายของพ่อแบบจริงๆจังๆแล้ว  จนเดี๋ยวนี้น้ำตาผมก็ยังไหลออกมาอยู่เลยนะ  คงเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันหายไปตลอดชีวิตล่ะมั้งครับ  ผมเลยคิดว่าเราจำเป็นต้องทำอะไรซักอย่างสินะ  หากจะร้องไห้ระหว่างสัมภาษณ์เพราะคุยเรื่องนั้นก็ช่วยไม่ได้  แต่ ณ ตอนนั้น  ที่ผมคิดก็คือ  คนเรานี่เวลาตายไป  ความสนใจจะไปเน้นอยู่แต่ตรงที่ความตายนะ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของคนที่ฆ่าตัวตาย  แต่กลับไม่มีใครสนใจเลยว่าคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังจะรู้สึกยังไง  ผมเลยคิดว่าหากเราจะทำอะไรเพื่อพวกเขาได้บ้างก็คงดี  ซึ่งในส่วนนี้ผมก็มีประสบการณ์มากับตัวเอง  เลยสามารถเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพบเจอกับเรื่องแบบนั้นได้น่ะครับ  และเพราะอย่างนี้  ผมถึงรู้สึกว่าต่อให้เป็นเราก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ  แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นกองทุนอย่างที่กำลังพยายามทำอยู่ตอนนี้เท่านั้นอะไรหรอกนะครับ  ผมอยากดำเนินกิจกรรมแบบอิสระมากกว่า  ผมมองว่าหากมีที่ว่างที่เป็นอิสระเหลือไว้หน่อยน่าจะทำอะไรได้หลากหลายกว่าด้วย"



     

* เกี่ยวกับคุณหมอคาโต้ โทโมอากิสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ http://www.reuters.com/article/latestCrisis/idUSN24328126  เท่าที่ทราบคือคุณหมอผ่าตัดให้คนไข้รายหนึ่งที่เป็นมะเร็ง  โดยในระหว่างผ่าตัดนั้นคุณหมอได้จัดการตัดเอาอวัยวะภายในของคนไข้ออกมาไว้ข้างนอกก่อนถึง 6 อย่าง  เพื่อจะได้ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อร้ายออกก่อนจะใส่อวัยวะกลับคืนเข้าไปดังเดิม  

 

   ไหนๆก็ไหนๆ  ตอนนี้ X JAPAN กำลังเอาแจ็กเกตออกขายอยู่ค่ะ  ราคาแพงมหันต์ถึง 16800 เยน  TwT  สวยดีทีเดียว  แต่ในการจะซื้อจำเป็นต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิก X JAPAN Street Army เสียก่อน (ฟรี  แต่ต้องการที่อยู่ในญี่ปุนด้วย)  เชิญชมภาพได้ที่  http://www.xjapan.ne.jp/members/store/

 

   อีกเรื่อง  หลังจากสงสัยมานานว่าเหตุใด X ถึงไม่ได้ลงพวกนิตยสารดนตรี  ในที่สุดมันก็มีลงแร้วววว  >0<  ยังคงเป็น Fool's Mate เจ้าเดิม (หากเจ้านี้ยังโสทิ้งก็เลิกหวังกับเล่มอื่นได้เลย)  http://www.fools-mate.co.jp/pc/is003.html  แต่ที่แปลกใจคือไหงเอาเรื่องโยแถลงข่าวเป็นสปอนเซอร์รถแข่งมาลง  จริงอยู่ว่ามีเรื่อง X ประกาศไลฟ์เดือนพฤษภาด้วย  แต่ไหงไม่มีพูดถึงไลฟ์เคานท์ดาวน์กับฮ่องกงเลย?  มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังรึเปล่าเนี่ย

 

 

EDIT: Ym รายงานว่าเพลงประกอบภาพยนตร์ (ที่ตอนนั้นว่าใกล้เส้นตาย) ที่โยรับทำปัจจุบันอัดเสียงเสร็จโดยสมบูรณ์แล้ว  เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซเชียวนะ!  อยากฟังเร็วๆจังเลย  ><

 

 

edit @ 1 Mar 2009 22:31:26 by XFreak