I lived for art, I lived for love,
I did no harm to any living soul!
With a secret hand
I aided all the misfortunates I knew.
Always with sincere faith
My prayer
Rose to the holy tabernacles.
Always with sincere faith
I gave flowers to the altar.
In the hour of sorrow
Why, why, Lord,
Ah, why do you reward me thus?
I gave jewels to the robe of the Madonna,
And gave song to the stars, to the sky,
Which smiled all the more beautifully.
In the hour of sorrow
Why, why, Lord
Ah, why do you reward me thus?
'I lived for art, I lived for love' คิดถึงโยอ้ะ >w< (แม้ไอ้ที่ว่า I did no harm to any living soul! จะแอบไม่จริง แต่โยก็ไม่ใช่คนที่มองตัวเองแบบคนอื่นมองซักหน่อยนี่นะ ขนาดหั่นลูกชิ้นปลาชียังว่าตัวเองชอบบริการชาวบ้านได้เลย) ที่จริง Tosca ได้ชื่อว่าเป็นโอเปร่าที่ซาดิสม์ที่สุดของปุชชินี (ก็ตัวละครสำคัญเล่นตายห่ะกันหมด) และยังเป็นเรื่องที่ถือว่าแสดงความซาดิสม์ของคนดูที่หาความบันเทิงจากการดูผู้หญิงถูกทรมานจิตใจและไล่ปล้ำบนเวทีอีกด้วย ^^' แต่มันก็ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ! เพราะในองก์สอง สิ่งที่ผู้ชมได้เห็นจริงๆคือวินาทีของการพิพากษาต่างหาก ตอนที่ทอสก้าแทงสการ์เปียแล้วร้องว่า "Muori!" (ตายซะ!) เนี่ย มันคือวินาทีแห่งการดำรงไว้ซึ่งศีลธรรมในจิตใจของคนดู (ที่ร้องในใจว่า "Muori!" ตาม) เลยนะนั่น บางคนวิจารณ์ว่าคนชอบดูทอสก้าเป็นพวกกระหายเลือด (และเคยมีคนวิจารณ์เวอร์ชั่นที่ฟอน คารายานเป็นคอนดัคเตอร์ว่าซาดิสต์เกินไปด้วย อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาอ่อนไหวเกินหรือเราเองที่วิปริตน่ะนะ) แต่ถึงจะกระหายเลือด ก็กระหายเลือดแบบมีศีลธรรมสูงส่งนา
สารภาพว่า.... เมื่อคืนเอาทอสก้าออกมาดู แล้วรู้สึกขึ้นมาองก์ 2 (ตั้งแต่มาริโอถูกจับถึงทอสก้าฆ่าสการ์เปีย) นี่ หากสมมติทอสก้าเป็นโย มาริโอ (ที่กำลังถูกทรมานอยู่ห้องใต้ดิน) เป็น X JAPAN (หรือโทชิ หรือใครก็ได้ตามแต่จะโมเอะ) แล้วสการ์เปียเป็นคณะกรรมการเนี่ย... แอบเข้าแฮะ ได้อารมณ์มากมาย (สาบานว่าไม่ได้นึกภาพโยถูกคณะกรรมการไล่ปล้ำเรยยยยย )
เลือกเวอร์ชันร้องโดย Luciano Pavarotti มาให้ฟังค่ะ เราว่าเสียงปาวารอตติเหมาะกับเพลงสนุกสนานเจ้าสำราญแบบนี้ล่ะ ฟังพวกเพลงที่บทดรามาอย่าง E lucevan le stelle ด้วยเสียงปาวารอตติแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
This woman is flighty
Like a feather in the wind,
She changes her voice — and her mind.
Always sweet,
Pretty face,
In tears or in laughter, — she is always lying.
The woman is flighty
Like a feather in the wind,
She changes the tone of her voice and her thoughts,
And her thoughts!
And her thoughts!
Always miserable
Is he who trusts her,
He who confides in her — his unwary heart!
Yet one never feels
Fully happy
Who on that bosom — does not drink love!
Woman is flighty
Like a feather in the wind,
She changes the tone of her voice and her thoughts,
And her thoughts!
And her thoughts!
"Always miserable is he who trusts her, He who confides in her — his unwary heart!"
จบจาก Piano Solo เข้า Without You แบบ short version เหมือนตอนโตเกียวโดม ยังคงมีแค่โยกับโทชิที่ออกมา อีตอนนี้แหละ ไม่รู้น้ำตามาจากไหน ทะลักทลายเหมือนเขื่อนแตก ไหลพรากจนคนฮ่องกงที่อยู่ใกล้ๆทนไม่ได้ ต้องหยิบยื่นทิชชู่ให้ใช้ซับน้ำตา ซึ่งหลังจากจบคอนเสิร์ตแล้วได้ถามไถ่คุณต้อยติ่ง ก็ปรากฏว่าได้รับน้ำใจประมาณนี้มาเหมือนกัน แต่ในกรณีเรานี่บังเอิญเป็นพวกได้คืบจะเอาศอก พอเค้าใจดีด้วยหน่อยเลยฉวยโอกาส คอยจิ้มถาม "What did Toshi say?" ก็ส่วนใหญ่โทชิพูดภาษากวางตุ้งอ่ะ TwT คงเพราะงี้ด้วยเลยไม่มี mc ยาวๆเหมือนอย่างในญี่ปุ่น (ซึ่งถูกใจแฟนๆบางส่วน เนื่องจากเค้าแพ้ mc สไตล์ iyashi kei กัน) แต่ในส่วนของการทำหน้าที่ frontman นั้น สมบูรณ์แบบจนนึกไม่ออกเลยว่าหาก X จะมีนักร้องนำคนอื่น (อย่างที่เคยมีพูดๆกัน) จะมีใครที่สามารถทำในสิ่งที่โทชิทำไว้ทั้งหมดได้
หลังจากน้ำตาแตกเสร็จก็เข้า Art of Life เป็นความรู้สึกที่ไม่รู้จะบรรยายยังไงที่ได้เห็นและได้ฟังเพลงนี้แบบไลฟ์สดๆ มันช่าง..... ได้แต่ภาวนาว่าจะเอามาเล่นที่เมืองไทย (มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเล่นทั้งเวิร์ลด์ทัวร์) อยากให้ทุกคนได้มีประสบการณ์นี้ร่วมกันจริงๆค่ะ