Review

   อ่านจบแล้วเมื่อคืนค่ะ  ^^b

 

   ถามว่ารู้สึกยังไง?  อืมมมม  ว่าไงดีล่ะ  เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ได้ทำการไล่เก็บข้อมูล X และโยมาอย่างบ้าคลั่ง  ดังนั้นเรื่องส่วนใหญ่ในหนังสือจึงเป็นอะไรที่รู้มาก่อนแล้ว  หากวัดคร่าวๆเรื่องที่รู้อยู่ก่อนแล้วคงมีซักประมาณ 85% ได้ล่ะมั้ง  เพราะงั้นนี่จึงดูจะเป็นหนังสือสำหรับคนทั่วไปที่ไม่รู้จัก YOSHIKI มากกว่าจะเป็นหนังสือสำหรับแฟนๆโดยเฉพาะ  ซึ่งหากลองคิดๆดู  หากเป็นหนังสือเพื่อแฟนโดยเฉพาะก็คงขายไม่ดีขนาดนี้หรอกเนาะ 

 

   อย่างไรก็ดี  แม้เรื่องส่วนใหญ่จะรู้ๆอยู่ก่อนแล้ว  เพราะอย่างที่เคยบอกไปว่าผู้เขียนไม่ได้ใช้ source จากการสัมภาษณ์กับตัว YOSHIKI เองอย่างเดียว  แต่ยังใช้พวกบทสัมภาษณ์ที่ลงในนิตยสาร (Fool's Mate ทุกเล่ม)  หนังสือรวมเล่มอื่นๆ  หนังสือพิมพ์  ดีวีดี ฯลฯ  ดังนั้นแฟนๆที่เคยผ่านตากับ source เหล่านี้มาก็น่าจะยังพอจำเนื้อหาได้  แต่ถึงอย่างนั้น  หนังสือเล่มนี้ก็เหมือนเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่ดีเล่มหนึ่ง  หรืออาจจะดีที่สุด?  เพราะเรื่องจะมาเถียงกันว่าจริงไม่จริงใครโกหกใครพูดจริงอะไรยังไงนั่นเป็นเรื่องของการตรวจสอบและวิพากษ์หลักฐานอีกที  จะเล่มไหนก็ต้องวิพากษ์เหมือนกันหากต้องการ "ความจริง"  ในที่นี้เราจึงหมายถึงว่ามันดีเด่นในแง่ของการรวบรวมข้อมูล "official" ตลอดจน "officialize" ข้อมูลบางอย่างที่เมื่อก่อนเคยมีสถานะเป็นข่าวลือให้เป็นข้อมูลที่เป็นทางการ  ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีหนังสือเล่มไหนซักเล่ม (ทั้งออฟฟิศเชียลและหนังสือหมวด "แฉ" ทั้งหลาย) ที่จะครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบันได้ขนาดนี้  ดังนั้นแม้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว  เราก็ยังคิดว่านี่เป็น "the must" ที่แฟนๆที่สนใจเรื่องราวของ X JAPAN กับ YOSHIKI ควรมีติดตัวไว้ค่ะ

 

   ในส่วนของการเขียน  เล่มนี้ใช้วิธีเขียนแบบเหมือนนิยาย (โดยมีโยชิกิเป็นตัวเอก)  ซึ่งก็ทำให้อ่านง่ายและบันเทิงใช้ได้ทีเดียว  แต่ด้วยรสนิยมส่วนตัว  เค้าไม่ค่อยชอบง่ะ  ^^'  ที่จริงอยากให้เขียนในรูปแบบของสารคดีมากกว่าเนะ  ยิ่งถ้ามีเชิงอรรถประกอบว่าข้อมูลตรงนี้มาจากไหนๆได้จะยิ่งวิเศษ (แม้อ่านๆไปจะรู้ก็ว่าอันนี้มาจากไหนก็เถอะ)  แต่อันนี้ก็รสนิยมใครรสนิยมมัน  ไอ้แบบที่เราชอบคนอื่นก็คงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ด้วยสิ  เรารู้สึกว่าโคมัตสึซังเหมือนจะปลื้มหรือรู้สึกดีกับโยอยู่  ในขณะที่ตัวเราเองอยากอ่านอะไรที่มาจากมุมมองที่ objective กว่านี้  สงสัยหากอยากอ่านต้องเขียนเองซะแล้วล่ะมั้งเนี่ย  = =;     

 

   อ้อ  เกี่ยวกับการเขียนต่ออีกนิด  อย่างที่เคยบอกว่าอ่านแล้วรู้สึกเหมือนโยจจังเป็น "นางเอก" (ย้ำว่านางเอก) นิยายแสนเศร้ารันทด  แล้วก็มีประโยคนึงในหน้า 356 ที่ทำเอาสำลักน้ำ  (สำลักจริงๆไม่ใช่คำอุปมา  พอดีเป็นมนุษย์ที่กินน้ำเยอะมากกกก  หากอยู่บ้านจะนั่งจิบน้ำทั้งวัน)  เป็นตอนที่พูดถึง DAHLIA TOUR  ที่โยเดินมากอดโทชิ  ซึ่งโคมัตสึซังบรรยายว่า

 

   "ราวกับคู่รักที่ทั้งๆที่รัก  แต่หัวใจก็กลับสวนทาง"

 

   เอิ่ม.......  อ่า.........  อืมมมมมมมมม

 

   พอดีช่วงนี้ไม่ปลื้มคู่นี้เท่าไหร่ด้วยนี่สิ  ^^' 

 

 

 

ป.ล. คันไม้คันมืออยากสปอยล์ + เมาธ์เรื่องนึงในหนังสือมาก  แต่ไม่รู้จะพูดดีรึเปล่า    แบบว่าพูดไปก็เหมือนตัวเองเป็นนางร้ายน่ะนะ  เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภรรยาของโทชิ  มีใครอยากฟังหรือเมาธ์ด้วยบ้างมั้ยคะ  >< 

 

 

   โอ๊ทส์  จำกันได้ไหมเอ่ยว่าพรุ่งนี้ 25 พ.ค. เป็นวันอะไร  แม่นแร้ววว  วันที่หนังสือ "YOSHIKI/佳樹" จะวางจำหน่ายนั่นเอง  แน่นอนว่าข้าพเจ้ายังไม่มีอยู่ในมือ  (แต่ที่ญี่ปุ่นมีบางคนได้แล้วนะ  ฮือออ  อิจฉา  กำลังลังเลอยู่ว่าตั้งแต่พรุ่งนี้จะเข้าไปร่วงวงดีมั้ย  เพราะตั้งท่าเตรียมสปอยล์กันกระจายแล้ว)  ก็เลยเอาที่มีมาพูดถึงหน่อยก็แล้วกัน  ถือเป็นออเดิร์ฟเล็กๆน้อยๆก่อนเมนคอร์สเนะ  = =+

 

   ที่กำลังจะพูดถึงคือเล่มนี้ค่ะ

 

      

 

 

   ได้มาจากคุณ Sandy ในมีตติ้งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  ^^b  (ขอบคุณมากๆค่า)  ตอนนี้ก็อ่านจบแล้ว  เอามาพูดถึงหน่อยนึงละกันเนอะ

 

   หากถามว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร  ก็ตรงตามไตเติ้ลที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า  "Beginning of All about X" เลยค่ะ  ผู้เขียนคือสึดะ นาโอชิซังที่เคยเป็นไดเร็กเตอร์ของ X  (พูดง่ายๆคือเป็นประมาณคนปั้น X) สมัยอยู่โซนี่  และแม้ X จะออกจากโซนี่แล้วก็ยังมีสัมพันธ์อันดีกับสึดะซังอยู่  ตอนช่วงปี 2000 ต้นๆที่โยตั้ง Extasy Japan ขึ้นมาก็มีการดึงตัวสึดะซังให้มาช่วย  เรียกได้ว่าเป็นคนที่ YOSHIKI ให้ความไว้วางใจมากๆคนหนึ่ง  จึงไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าเล่มนี้จะออกไปในทางหนังสือ "แฉ" รึเปล่า  เรื่องแบบนั้นไม่มีทางออกจากปากของสึดะซังอยู่แล้ว  555  อะไรที่พูดไม่ได้หรือยากที่จะพูดก็ไม่ต้องพูดมันซะ  นี่แหละคือหนทางที่ฉลาดที่สุด  หรือไม่จริง?

 

   ที่จริง  แทนที่จะพูดว่าเป็น "หนังสือที่สึดะซังเขียนถึง X"  เรียกว่า "หนังสือที่สึดะซังเขียนถึงตัวเองตอนทำงานกับ X" น่าจะเหมาะกว่า  เพราะส่วนใหญ่เป็นการพูดถึงเบื้องหลังการทำงาน  ตั้งแต่ตอนที่ได้รู้จัก X ครั้งแรกเพราะรุ่นน้องมาแนะนำ  พบกับเมมเบอร์ X ครั้งแรก  เริ่มสนิทสนมไว้ใจจนในที่สุดก็นำไปสู่การทำสัญญากับโซนี่  เรื่องในบริษัทโซนี่  การอัดเสียงอัลบั้ม Blue Blood  ฯลฯ  บางช่วงมีคนวิจารณ์ว่าน่าเบื่อเพราะให้อารมณ์เหมือนลุงมานั่งรำลึกถึง "Good Old Days"  แต่ถ้ามองในแง่ที่ว่านี่เป็นการบอกเล่าถึง X และตัวตนของเมมเบอร์สมัยยังรุ่นๆก็นับว่าน่าสนใจค่ะ  ว่าไงดีล่ะ..  อย่างเช่น  ทุกวันนี้แฟนๆจะมีอิมเมจของ YOSHIKI ที่เป็น Big Name  เป็นเซเล็บ  เป็นคนที่ "ยิ่งใหญ่" ไม่น้อยในวงการบันเทิงญี่ปุ่น (โดยเฉพาะในโลกของวีเคย์)  ซึ่งตามพวกบทสัมภาษณ์หรือคำบอกเล่าของคนที่ได้พบเจอโยชิกิในปัจจุบันก็จะสอดรับกันไปในแนวนี้  อย่างว่าเธอมีออร่าบ้าง  ยิ่งใหญ่บ้าง  ไม่ยอมถอดเกือกบ้าง (<-- อันนี้ผิดประเด็นไปนิด)  แต่ในหนังสือเล่มนี้  โยชิกิยังเป็นหนุ่มน้อยอายุ 20 ต้นๆที่ประหม่าและหวาดระแวงค่ายเพลงเมเจอร์อยู่เลย  เมมเบอร์แต่ละคนก็ยังเอ๊าะๆ  เรียกว่าเป็นหนังสือที่จะเผยให้ได้เห็นภาพของ X สมัยแรกเริ่มที่ยังเป็นมือสมัครเล่น  มีความฝัน ความหวัง  โตเกียวโดมยังไม่ใช่อะไรที่นึกอยากเล่นก็จะเล่นได้อย่างทุกวันนี้  พูดง่ายๆ  หากอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังของ X ว่ามีความเป็นมายังไง  การทำงานภายในโซนี่ในส่วนที่เกี่ยวกับ X เป็นแบบไหน  หรือเอ็นจอยกับเมมเบอร์ของ X สมัยยังอายุน้อยๆ (กว่าเราในปัจจุบัน  ฮือๆ)  ก็ถือได้ว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านค่ะ  แต่หากคาดหวังอยากอ่านอะไรประมาณความลับอันดำมืดของ X  แฉกระจายหมดไส้หมดพุงล่ะก็  หนังสือเล่มนี้อาจทำให้ท่านเบื่อได้เนะ

 

 

   พูดถึงเรื่องสำมะคัญกันบ้าง  ในที่สุดพรุ่งนี้หนังสือชีวประวัติของ YOSHIKI ก็จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ  ใครใคร่อุดหนุนก็อุดหนุนกันนะจ๊ะ  (เชียร์ให้อุดหนุนกันเยอะๆเน้  เลื่อนแล้วเลื่อนอีกมาขนาดนี้  นึกว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันได้อ่านซะแล้ว)  คนที่สั่งซื้อจาก Ym จะได้ปกขาวพร้อมไกด์บุ๊ค  ซื้อจากที่อื่นจะได้ปกดำ  แต่หากสั่งจากเว็บ Tsutaya  จะได้ปกดำแถมโปสการ์ดเนะ  ล่าสุด Ym อัพ  บอกถึงความเป็นไปได้ว่าอาจมีงานแจกลายเซ็นต์ด้วยล่ะ  เธอว่าอยากไปแจกลายเซ็นต์ในที่ที่มีของอร่อย  เลยทำให้แฟนๆเริ่มขุดหาของอร่อยประจำถิ่นตัวเองมาล่อกันแล้ว  (เห็นแล้วก็ตะโกน  "โยจจัง!  เมืองไทยต้มยำกุ้งอร่อยนะ!!"  <-- เผ็ด  โมโหกลับไปอีก)  อย่างไรก็ดี  ด้วยความที่เป็น YOSHIKI  แฟนๆก็ยังอดตั้งคำถามในใจไม่ได้ล่ะนะว่า  "มันจะเกิดขึ้นได้จริงๆเรอะ"  เหอๆ  แล้วถ้าเกิดขึ้นได้เนี่ย  จะจำกัดคนไปในงานกี่คน  จะคัดเลือกกันยังไง  จะเกิด panic ขึ้นรึเปล่า  ก็ต้องรอดูกันต่อไปเนอะ

 

   อย่าลืมซื้อล่ะ!!!  (ตาชีจิกมาก)

 

  

 

 

   อ้อ  และเนื่องในโอกาสที่หนังสือจะขาย  พรุ่งนี้ก็จะมีเรื่องนี้ถ่ายทอดทางรายการ Zoom in ด้วยค่ะ  รอคนใจดีอัพลงยูทูบเน้

 

   http://www.ntv.co.jp/zoomin/

 

 

   บอกซ้ำเผื่อใครยังไม่รู้  รู้สึกว่าโยมีกำหนดการจะไปเยือนจีนที่เซี่ยงไฮ้กับปักกิ่งในวันที่ 6-7 มิ.ย.นี้ค่ะ  อา....  ไลฟ์ที่จีนใกล้ความจริงเข้าเรื่อยๆแล้วสินะ  ในขณะที่บางที่....  เหอๆ 

                 

 

 

EDIT:  เอิ้ก  ลืมไปเลย  ว่าจะแปล Episode ในหนังสือสึดะซังให้อ่านเล่นนี่นา  ขอโทษค่า  ><  เลือกอันนี้มาเพราะอ่านแล้วฮาดีค่ะ  น่ารักด้วย  สมัยเอ๊าะๆนี่เธอช่าง..... 

 

   อันนี้ตัดตอนเอานะคะ  ไม่ได้แปลมาหมดทั้งบท  ที่ยกมาอยู่ในหน้า 175-176  อยู่ในบท 'Haru no Chikai' - 'คำสาบานในฤดูใบไม้ผลิ'  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนฤดูใบไม้ผลิปี 1989  ช่วงที่ซากุระกำลังเริ่มบาน  สึดะซังเล่าว่าโยเข้ามาหาคนของ Staff Room 3rd (เป็น section ของโซนี่ที่ตั้งขึ้นสำหรับดูแล X โดยเฉพาะ)  มาสัญญากับทุกคนว่าจากนี้ X จะมุ่งสู่การเป็นที่หนึ่งของญี่ปุ่น  ซึ่งในการนั้นก็ย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อหลายสิ่งหลายอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือของสตาฟหรือการสนับสนุนของแฟนๆ  ดังนั้นในฐานะหัวหน้า  โยเลยสัญญาว่าแม้ที่ผ่านมาเธอจะถูกคนเข้ามาหาเรื่องบ่อยๆเพราะแต่งตัวฉูดฉาดไม่เหมือนชาวบ้าน  ซึ่งตลอดมาก็ไม่เคยพลาดที่จะมีเรื่องด้วย  แต่นับจากนี้ไปเธอจะอดทน  ต่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกแค่ไหนก็จะยอมก้มหัวขอโทษ  จะไม่ยอมมีเรื่องกับคนทั่วไปเด็ดขาด  แล้วก็บอกว่าเมื่อวานถูกผู้ชายท่าทางเป็นพนักงานบริษัทเข้ามาหาเรื่อง  ปกติก็คงซัดกระเด็นไปแล้ว  แต่เธอก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้เลยยอมก้มหัวให้ผู้ชายคนนั้น  ถึงจะเจ็บใจมากก็ตามที 

 

   ความจริงเรื่องทำนองนี้สึดะซังเองก็กำลังคิดอยู่  ตั้งใจว่าจะต้องบอกโยให้เข้าใจซักวันด้วย  (ยังไงๆโลกของเมเจอร์กับอินดีส์มันก็ต่างกัน)  แต่โยกลับคิดได้เองโดยไม่ต้องบอก  เป็นคนที่สมกับเป็นหัวหน้าจริงๆ  แต่แล้วเธอก็ตบท้ายว่า  "แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดา (อย่างเช่นคนในวงการด้วยกัน) ก็จะมีเรื่องด้วยอย่างสาสมนะครับ  ข้าวของก็จะพังมากเท่าๆกับที่พังมาจนถึงทุกวันนี้เหมือนกัน"

 

   ทีนี้หลังจากนั้นซักพักสึดะซังก็ไปดื่มกับฮิเดะ พาตะ แล้วก็ไทจิ  ระหว่างนั้นก็โดนยากูซ่าเข้ามาหาเรื่อง  สึดะซังเลยตัดสินใจคุกเข่าก้มหัวขอโทษเพื่อให้เรื่องจบ  แล้วก็นึกดีใจที่โยไม่ได้มาด้วย  เพราะหากเธอฟิวส์ขาดขึ้นมาทั้งๆที่เพิ่งสัญญาแบบนั้นไปคงเสียใจน่าดู  แล้วก็เข้า Episode นี้ค่ะ  -->

 

 

   หลังจากนั้นก็ผ่านมาหลายวัน  อยู่มาวันหนึ่ง  ตอนกำลังออกไปดื่มด้วยกันกับเมมเบอร์ครบ 5 คนก็เกิดเดินผ่านที่เดิมที่เคยเกิดเหตุเข้า  ตอนกำลังคิดว่า  'อา  เคยมีเรื่องแบบนั้นด้วยนี่นะ  หน้าป้อมตำรวจด้วยสิ'  YOSHIKI ก็โบกแท็กซี่ให้จอด  'เอ๋?  จะกลับแล้วเหรอ?  เร็วจังแฮะ'  กำลังนึกๆแบบนี้อยู่  YOSHIKI ที่ทำท่าจะเข้าไปทางประตูที่เปิดอยู่ก็มีปากเสียงอะไรซักอย่างกับโชเฟอร์  จนในที่สุดก็ตะโกนขึ้นมาว่า  "ปฏิเสธผู้โดยสาร!!"  แล้วปีนขึ้นหลังคารถแท็กซี่!

 

   'หวา!  ปีนขึ้นหลังคาไปแล้ว!'  ผมคิด  ปากก็ตะโกนว่า  "โยจจัง  อันตราย!"  พลางรีบตาลีตาเหลือกวิ่งเข้าไปหา  แต่แท็กซี่ก็กลับค่อยๆขับออกไปทั้งๆยังมี YOSHIKI เกาะอยู่บนหลังคา!

 

   "เฮ้ยยย!"  ทั้งผมทั้งเมมเบอร์ต่างก็ลนลานว่าจะทำยังไงกันดี  แต่แล้วแท็กซี่ก็ค่อยๆเลี้ยวกลับ  จนมาจอดลงตรงที่เดิม

 

   'ป้อมก็อยู่ตรงนี้อีก  อ๊า!  ต้องกลายเป็นเรื่องแน่ๆเลย!?'

 

   วินาทีที่คิดอย่างนั้นพร้อมกับรีบพุ่งเข้าไปหา  YOSHIKI ก็กลับโดดลงจากหลังคา  วิ่งเข้าไปในป้อมตำรวจ  ร้องโวยวายดังลั่น

 

   "คุณตำรวจ  ปฏิเสธผู้โดยสารล่ะ!  โชเฟอร์คนนี้ใจร้ายมากเลยครับ!  ปฏิเสธผู้โดยสารล่ะครับ!  คุณตำรวจ!"

 

   หันไปอีกที  แท็กซี่ก็ขับผ่านไปเรียบร้อย  ลงเอยกันได้อะไรแบบนี้นี่

 

   เป็นพาวเวอร์ของหนูน้อยที่น่ากลัวจริงๆ

 

   ทำไมพอเป็น YOSHIKI แล้วเรื่องถึงพัฒนาไปแบบการ์ตูนซะได้นะ

 

 

  

   บะ..  บ้าแต่น่ารักอ้ะ  >w<  555  จะว่าไปโยก็เป็นคนที่เหมือนจะเจอได้แต่ในการ์ตูนหรือนิยายจริงๆนั่นแหละ  หลายคนจะหาว่าเธอเฟคก็ไม่แปลก  เพียงแต่เธอไม่ได้เฟคเท่านั้นเอง 

 

 

 

ป.ล. ใน amazon มีคนรีวิวหนังสือโยแล้ว  ยิ่งอยากอ่านเข้าไปใหญ่  ฮือๆๆๆ  เมื่อไหร่ของเราจะส่งถึงม่างงงง

 

 

 

 

EDIT:  วันนี้โยจะออกรายการ FNN Super News ทางช่องฟูจิด้วยค่ะ!!  เหอๆ  ของเค้าโปรโมตแรงดีจริงๆ

 

 

   รายการซูมอินเมื่อเช้าค่ะ  รอ FNN Super News ต่อละ

 

 

 

 

   ที่จริงในซูมอินไม่เชิงว่าจะพูดถึงหนังสือชีวประวัติเธอเท่าไหร่  คือโฆษณาให้ว่าจะขายแล้วนะ  เธอจะเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองเป็นครั้งแรกนะ  บลาๆๆๆ  (แต่เท่าที่ฟังสปอยล์  รู้สึกว่าหากเป็นแฟนมานานและติดตามข่าวอย่างเข้มข้นในระดับนึงก็น่าจะรู้เรื่องอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่เนะ  ถึงงั้นก็มีแต่คนบอกอ่านแล้วน้ำตาทะลัก  อย่าเผลออ่านในที่สาธารณะกันเยอะเชียว)  แต่ที่ฮาคือที่คนของรายการไปหาโย  น่าร้ากกกก  (โยสวยเนอะ)  ตอนที่เขายื่นนามบัตรให้  พอโยดูแล้วก็หัวเราะ

 

   นาทีที่ 0.38  YOSHIKI:  "เป็นนามบัตรที่น่าสนใจดีนะครับ"

 

                    Mori:  "อ๊ะ  เหรอครับ  ตั้งใจทำขึ้นมาเลยนะครับ  ตรงไหนที่คิดว่าน่าสนใจเหรอครับ"

 

                    YOSHIKI:  "ตรงที่เขียนว่าโสดครับ"  (มีรูปมือชี้ให้ดูว่า  'ตรงเนี้ย')

 

                    Mori:  "ว่าจะลองใช้เรียกร้องความสนใจดูน่ะครับ"

 

                    YOSHIKI:  "เรียกร้องความสนใจกับผมไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ"

 

   ตามธรรมดาก็คงไม่ได้  แต่ในแง่นึงก็อาจจะช่วยได้ก็ได้นะตัวเอง  www

 

   จากนั้นก็พูดถึงหนังสือโยว่าเต็มไปเรื่องราวและรูปลับมากมาย  แถม YOSHIKI ยังจะพูดถึงชีวิตประจำวันที่ private อีกด้วย!!  (กรุณาติดตามชม)

 

   นาทีที่ 1.25  บอกว่ารูปนี้เป็นรูปที่โยถ่ายกับน้องชาย  ตอนนั้นเธอ 8 ขวบ  (ตอนออกเกียวเร็ตสึบอก 10?)  ส่วนโคกิซังน้องชาย 3 ขวบ  ถึงจะเด็กขนาดนี้  แต่โยตอน 8 ขวบก็ใช้เปียโนแต่งเพลงได้แล้วนะ  (ตอนนาทีที่ 1.35 มีเสียงผู้ชายพูดว่า  "หน้าสวย" ด้วยล่ะ  ww) พอขึ้นมัธยมก็เริ่มทำวง  ก้าวเดินบนเส้นทางสู่ความเป็นร็อคสตาร์

 

   นาทีที่ 1.42  YOSHIKI:  "อาจารย์บอกให้เขียนว่าอนาคตจะเป็นอะไรน่ะครับ  มีอยู่ 2 ครั้งตอน ม.ต้นกับ ม.ปลาย  แล้วก็เขียนไปว่าจะเป็นร็อคสตาร์ทั้งสองครั้งเลย" 

 

   นาทีที่ 2.35  (พูดถึงเพลง BLUE SKY HEAVEN) 

 

   Mori:  มีเปิดทุกเช้าเลย  ไม่ทราบว่าได้ชมบ้างรึเปล่าครับ?

 

   YOSHIKI:  ได้ดูครับ  หลายครั้งเลย

 

   Mori:  โอ๊ะ!  จริงเหรอครับ!?

 

   YOSHIKI:  ครับ  รู้สึกว่าอยากให้มีเสียงร้องขึ้นมาเรื่อยๆแล้วล่ะ  ว่าไงดีล่ะ  หากใส่เสียงร้องเข้าไปคงดีกว่านี้น่ะครับ 

 

 

   นาทีที่ 2.50  ว่าไปแล้วเมื่อก่อนโยชิกิซังก็เคยพูดแบบนี้ตอนสัมภาษณ์ด้วย  -->  ขึ้นภาพโยตอนที่พูดว่าที่ผ่านมาเธอเป็นมนุษย์ที่ชอบสายฝน  ความมืด  แล้วก็กลางคืน  เลยจะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนตัวเองเป็น "มนุษย์รุ่งอรุณ" กับเขาบ้าง

 

 

   นาทีที่ 3.10  Mori:  เคยบอกไว้ว่าจะเป็นมนุษย์รุ่งอรุณนี่ครับ?

 

   YOSHIKI:  ครับ  เป็นขึ้นมาเยอะเลยล่ะ

 

   Mori:  โอ้!  เหรอครับ

 

   YOSHIKI:  ครับ

 

   Mori:  ยังไงเหรอครับ

 

   YOSHIKI:  เข้านอนเร็วครับ  

 

   (หัวเราะ)

 

   YOSHIKI:  พอเข้านอนเร็วก็จะพลอยตื่นเร็วด้วยนะครับ 

 

   Mori:  นั่นสิครับ  ว่าแต่เข้านอนเร็วของ YOSHIKI ซังนี่คือประมาณกี่โมงเหรอครับ?

 

   YOSHIKI:  ตีสามครับ

 

   Mori:  ตอนกลางคืน?  (ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงตีสามหรือบ่ายสามก็ได้  เลยต้องถามย้ำเพื่อความมั่นใจ)

 

   YOSHIKI:  ครับ

 

   Mori:  งั้นที่ผ่านมานี่ประมาณกี่โมงครับ

 

   YOSHIKI:  เป้าหมายก่อนหน้านี้คือพยายามจะนอนก่อนฟ้าจะสว่างน่ะครับ

 

   Mori:  งั้นก็เร็วขึ้นเยอะเลยนะครับ

 

 

   โยจจัง.....  แต่ก็ยังนอนเร็วกว่าเราอยู่ดี  ___orz  ตอนนี้ก็กำลังพยายามจะนอนให้ได้โดยที่ฟ้ายังเป็นสีดำอยู่เหมือนกัน  ฮือๆ  อ้อ  แต่โยมีแย้มๆว่าอาจออก BLUE SKY HEAVEN เป้นซีดีด้วยล่ะค่ะ  แต่ก็นะ  จะออกของโยชิกิมันก็....  เหอะๆๆๆ 

 

      

 

 

EDIT:  รูปจากคนที่ได้หนังสือที่สั่งจาก Ym (พร้อม shiori) แล้ว  チャンエロすぎる  www

 

 

           

 

 

 

 

EDIT:  คลิป FNN Super News มาแล้วค่า

 

 

 

 

   ตอนที่พูดถึงฮิเดะจังมันช่าง....  T___T  (โยบอกว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลบเบอร์ฮิเดะออก  แม้ว่าจะไม่มี...อีกต่อไปแล้วก็ตาม)  อ้อ  ยังคงพูดถึงเรื่องอยากได้ลูกแฮะ  (ตอนถูกเขาถามเรื่องแต่งงาน)  บอกว่าอยากได้หลายๆคนด้วยสิ  ดูไปดูมา  เธอดูอยากได้ลูกมากกว่าอยากได้เมียเยอะเลยนะ  = =;

 

 

   อาจารย์ดีไซน์เนอร์คิตตี้ก็ได้หนังสือจากโยค่ะ  แน่นอนว่ามีลายเซ็นด้วย (อิจฉา!)  เหอๆ  แต่เป็นแบบปกดำแฮะ  อ้อ  ส่วน yoshikitty ที่เปิดให้จองไปนั่นเห็นว่าสินค้าอื่นๆจะส่งให้ได้ในต้นเดือน 7  แต่เฉพาะตุ๊กตาจะส่งให้ได้ตอนต้นเดือน 8 ค่ะ

 

   http://yamaguchiyuuko.cocolog-nifty.com/blog/2009/05/yoshiki-fb1f.html

 

 

 

EDIT:  มีข่าวออกแล้วค่ะ

 

   http://sankei.jp.msn.com/entertainments/music/090525/msc0905252256001-n1.htm

 

   แน่นอนว่ายังคงเป็นเรื่องหนังสือ  ซึ่งในการวางจำหน่ายรอบแรกก็มียอดพพิมพ์ปาเข้าไป 8 หมื่นแล่มแล้ว  (พิมพ์ครั้งแรก 7 หมื่น  พิมพ์เพิ่มอีก 1 หมื่น)  จัดว่าเป็น Big Hit เลยทีเดียว  นอกนั้นก็เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือ  มีสัมภาษณ์โย (เรื่องหนังสือ) ด้วยนิดหน่อย  (ตอนนี้ปวดหัวง่ะ  ขอโทษค่า)  อา....  อยากอ่านจังเยยยยย  TwT  จริงๆรู้มาว่าเล่มสีขาวของตัวเองส่งถึงแล้ว  แต่กว่าจะส่งมาไทยก็วันศุกร์  แถมยังถูกล็อคไว้เป็นตัวประกันอีก  ___orz  (<-- นี่เรียกว่าถูกกุมจุดอ่อนเอาไว้ใช่ไหม)  กว่าจะได้อ่านก็อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปสินะ 

 

   อ้อ  เขาว่าวิธีเขียนของเล่มนี้จะอารมณ์ประมาณนิยายที่มีโยเป็นตัวเอกค่ะ  แล้วก็...  เหอะๆ  ได้ยินสปอยล์มาว่าเขียนถึงเรื่องไทจิออกจากวงด้วยแฮะ  จะได้กลับไปแก้เอ็นทรี่ที่เคยเขียนไว้ใหม่ไหมนะ?  (Note: งานประวัติศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอเมื่อเกิดการค้นพบหลักฐานใหม่)  แต่ถ้าเป็นทำนองที่พูดมาก็ถือว่าไม่ได้เป็นอะไรที่เกินคาด  แฟนๆก็คิดๆถึงเรื่องนั้นกันมานานแล้ว  เพราะตอนที่ไทจิ (ถูกไล่) ออกแล้วมีกระแสแฟนที่พากันรุมด่าโย  (แม้เธอจะมีอิมเมจเหมือนทำอะไรใครๆก็สรรเสริญเยินยอ  แต่ความจริงแล้วโยทำอะไรก็มีคนด่าทั้งนั้นแหละ  เพียงแต่เมื่อเทียบกันแล้วคนที่เลือกจะเชื่อและอยู่ข้างเธอมีเยอะกว่าเท่านั้นเอง)  ฮิเดะก็ฟิวส์ขาด  (<-- อาจสงสัยว่า "อีกแล้ว"  แต่ฮิเดะฟิวส์ขาดทุกครั้งที่มีคนว่าโยจริงๆเนะ)  พูดว่า  "โยชิกิไม่ผิด  มันเป็นเรื่องที่พูดออกมาไม่ได้  ดังนั้นจะไม่พูด  และจะเอาติดตัวไปจนถึงหลุมฝังศพด้วย"  (ซึ่งในกรณีนี้ฮิเดะก็ทำได้อย่างที่พูดไว้จริงๆ  แม้เทียบกันแล้วเราจะอยากให้ฮิเดะผิดคำพูดมากกว่าก็ตาม...)  พอพูดออกมาอย่างนี้ก็จำกัดอยู่แค่ไม่กี่เรื่องหรอก  ก็เรื่องที่ "พูดไม่ได้" โดยที่ยังไม่ถึงขั้นถูกจับเข้าคุกมันมีอยู่ซักกี่เรื่องกันล่ะ  เห็นว่าในหนังสือโยจะว่าไทจิ "ทำผิดกฎ" ของ X  ถ้าพูดถึงกฎของ X แล้วล่ะก็....  อืมมม  นึกออกอยู่แค่เรื่องเดียวแฮะ...  เหอะๆ

 

 

 

 

EDIT:  พรุ่งนี้ (27 พ.ค.)  รายการ Super Morning ช่องทีวีอาซาฮิจะมีออกอากาศสัมภาษณ์โยค่ะ

 

 

 

 

edit @ 26 May 2009 20:15:59 by XFreak

       ความที่แปลเรื่องในหนังสือเล่มนี้มาลงบล็อก  จะไม่พูดถึงรายละเอียดเลยก็กระไรอยู่ (ประกอบกับเดี๋ยวจะต้องไปต่างจังหวัด 3-4 วัน  หาเรื่องอัพบล็อกไว้หน่อยน่าจะดี) 

       Sayonara 'Visual Kei' ~ Kurenai ni Somatta SLAVE tachi ni Sasagu เป็นหนังสือรวมบทสนทนา (ไม่ค่อยให้อารมณ์เหมือนสัมภาษณ์สักเท่าไหร่) ที่ผู้เขียนคือ Ichikawa Tetsushi ได้ไปพูดคุยกับคนในวงการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "Visual Kei"  ที่จริงอิจิคาวะซังเคยออกหนังสือที่เกี่ยวกับ "V-kei" มาแล้ว 2 เล่มก่อนหน้านี้  คือหนังสือชื่อ Watashi ga 'Visual Kei' datta Koro (2005) กับ Watashi mo 'Visual Kei' datta Koro (2006)  และจะว่าไป  เล่ม Sayonara 'Visual Kei' นี้ก็เป็นกึ่งๆ ฉบับบุนโกะ (หนังสือเล่มเล็กขนาดฝ่ามือของญี่ปุ่น) ของเจ้าสองเล่มที่ว่ามานั่นเอง  อย่างไรก็ดี  ใช่ว่าคนที่ซื้อทั้งสองเล่มก่อนหน้านั้นมาแล้วไม่จำเป็นต้องแลเล่มนี้เลยสักนิดหรอกนะ  อันที่จริงดูจากชื่อหนังสือก็บอกชัด (จริงๆ คือไอ้ที่ห้อยไว้ข้างท้ายมากกว่า) ว่ากลุ่มเป้าหมายของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่คนกลุ่มไหน  แม่นแล้ว  แฟนของ X JAPAN และ Luna Sea นั่นเอง    

      ในส่วนของเนื้อหา  Sayonara 'Visual Kei' ประกอบด้วยตัวบททั้งในส่วนที่ตัดออกมาจากหนังสือสองเล่มก่อนหน้า  และส่วนที่เขียนเสริมขึ้นมาใหม่ (อันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างการกลับมารียูเนี่ยนของทั้งสองวง)  เรียกว่าเอาใจแฟนเอ็กซ์กับลูน่ากันแบบสุดๆ  แต่โดยส่วนตัวแอบรู้สึกว่าแฟนเอ็กซ์ (โดยเฉพาะแฟนโย?) ออกจะคุ้มกว่าหน่อยนึง  ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากปริมาณบทที่ก็มีการพูดคุยกับสมาชิกหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเอ็กซ์มากกว่า  คือมีบทที่คุยกับโยชิกิ พาตะ โคมุโระ เท็ตสึยะ  ไม่พอ  ส่วนที่เขียนเสริมยังเป็น "บทของโยชิกิอีกสักรอบ" กับ VIOLET UK  และแม้จะไม่มีบทของฮิเดะเดี่ยวๆ ในนี้  ผู้อ่านก็ยังสัมผัสได้ว่ามี 'hide ron' แฝงอยู่ในหลายๆ บท (เช่นเดียวกับ 'YOSHIKI ron' ที่ก็แฝงตัวแบบเนียนๆ ในหลายๆ ที่)  และอีกส่วน  ก็เนื่องมาจากหนังสือเล่มนี้ดูจะพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับ Visual Kei ทั้งในด้านของที่มา ความหมาย กระบวนการ ฯลฯ ซึ่ง X ก็เป็นวงที่ค่อนข้างจะได้รับเครดิตตรงจุดนี้ไปเยอะ  จึงช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า Sayonara 'Visual Kei' มีกลิ่น X ฉุนจัดกว่าลูน่าซี  แต่อย่างไรก็ดี  ขอบอกว่าบทของลูน่าซีนั้น "ถึงกึ๋น" ที่สุดในบรรดาบททั้งหมดเลยทีเดียว 

     ที่น่าสนใจก็คือ  นอกจากจะมีการพูดคุยกับศิลปินที่ถูกถือว่าเป็นผู้บุกเบิก 'Visual Kei' แล้ว  ยังมีบทที่เป็นการสนทนากับ Ohshima Akemi เพื่อนร่วมวงการนักเขียนด้วยกันที่ถือว่าบารมีสูงมากอีกคนหนึ่ง (คนนี้สนิทกับฮิเดะอย่างแรง)  และยังมีขยายไปถึงในส่วนของประเด็น gender (ซึ่งแน่นอนว่ามีพวกเรื่อง JUNE หรือ yaoi เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย) อีกด้วย  สำหรับผู้ที่มีความสนใจในกระแส Visual Kei (ที่ดูจะตายๆ ดับๆ ยังไงชอบกลในเอเชีย  แต่เจือกกำลังเปรี้ยงในหมู่ฝรั่ง)  หนังสือเล่มนี้น่าจะตอบอะไรได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ      

 

    Contents

    ภาค 1: Sayonara X

    Version 1: YOSHIKI to, 'X no Jidai' o Omoidashitemita >> คุยกับโยชิกิถึงเรื่องสมัย X  อ่านแล้วรู้สึกขึ้นมาว่าควรมีใครเอาไปทำเป็นแบบเรียน  เพราะ miracle ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับ X นั้นแท้จริงแล้วไม่ได้ "เกิดขึ้น"  แต่คือโยชิกิที่เป็นคน "สร้าง" ทุกอย่างขึ้นมา  ความสำเร็จที่เป็นส่วนผสมทั้งจากพรสวรรค์ ความมุ่งมั่น และความพยายามของคุณชายน่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนได้ดี  บอกได้คำเดียวว่า  "โยชิกิเป็นคนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะประสบความสำเร็จ" 

    Version 2: PATA to ''X no Jidai' o Noboshitemita >> สนทนากับพาตะ  เห็นลุงแกเงียบๆ  แต่ถ้ามีใครชวนคุยแกก็พูดนา  ซึ้งซะด้วย

    Version 3: 2008.03.28 Tokyo Dome >> พูดถึงคอนเสริ์ตรียูเนี่ยนของเอ็กซ์ที่โตเกียวโดม

    ภาค 2: Sayonara LUNA SEA

    Version 1: SUGIZO to, 'LUNA SEA no Sedai' o Furi Kaettemita >> อันนี้ค่อนข้างเกรียวกราวกันพอสมควรในหมู่แฟนลูน่าซี  สาเหตุเพราะโซ่พูดตรงมากกกกกก  อ่านแล้วนั่งสะดุ้งเป็นพักๆ  แรงอีก  โซ่มันแรงได้อีกกกกกกกก  เห็นเขาว่ากันว่าคนเป็น Slave อ่านแล้วปวดใจกันไม่น้อย  บางคนถึงกับรู้สึกไม่ดีกับโซ่ไปเลยก็มี (ญี่ปุ่นน่ะนะ  ไทยเป็นไงหนูไม่รู้)  ส่วนตัวแล้วก็ชอบลูน่าซี  ฟังเพลงหมดทุกเพลง  แต่ไม่ได้นับว่าตัวเองเป็น Slave  ไม่รู้เพราะงี้รึเปล่าเลยไม่ปวดใจอะไรไปกับเขา  ^^'  บอกตามตรงว่าสมัยก่อนนู้นนนเราค่อนข้างชอบริวและเฉยๆ กับสมาชิกคนอื่น (ไม่อยากจะบอกว่าซื้อซีดีอัลบั้ม Love แผ่นญี่ปุ่นด้วยนา วันก่อนหยิบมานั่งฟังยังอายตัวเอง สมัยก่อนนี่ชั้นหวานแหววได้ขนาดนี้เลยเร้อ)  แต่พออ่านบทนี้  รู้สึกขึ้นมาทันใดว่าโซ่เท่มากกกกกกกกกก  มีไม่กี่คนในโลกนี้หรอกที่จะกล้าวิพากษ์ตัวเองได้ถึงระดับเดียวกับ Sugizo  คุณจะหาคนที่กล้าตีแสกหน้าว่าวงตัวเองเป็นวงที่ล้มเหลวอย่างแรงได้จากไหนอีก? (แน่นอนว่าโยไม่มีวันทำ  ถึงชีจะเป็นมาโซ  แต่ก็มีปม narcism อยู่พอตัวเลยล่ะ)  จริงๆคงยกโซ่ให้เป็นหนุ่มเจร็อคที่มีความคิดเท่ที่สุดในโลกไปแล้วหากไม่ไปเจอ myspace ของฮีซะก่อน  เล่นตระหนักถึงปัญหาตั้งแต่โลกร้อนยันพอลพตในพารากราฟเดียว  ทำเอาอะฮั้นเสียวในอารมณ์อย่างบอกไม่ถูกเลยฮ่ะ  = ='

   Version 2:  พูดถึงไลฟ์รียูเนี่ยนของลูน่าเช่นกัน

   ภาค 3: Sayonara 'Visual Kei' >> เป็นส่วนที่คุยกับโอสึกิ เคนจิ  โอชิมะ อาเคมิ  และอิโนอุเอะ ทาคาโกะ  หากอยากรู้ถึงประเด็นที่ถกกันถึงความเป็นมาหรือเจนเดอร์ใน Visual Kei ก็ต้องบทนี้เลย  อย่างหนึ่งที่พึงจำให้ขึ้นใจ  คืออย่างไรนี่ก็ไม่ใช่งานวิชาการ (หรือต่อให้เป็นงานวิชาการก็เถอะ)  จงอย่าคาดหวังความ objective หรือภววิสัยสมบูรณ์แบบอะไรจากหนังสือเล่มนี้ (หรือหนังสือเล่มไหนก็ตาม)  ตัวอย่างเช่น  สังเกตได้ว่าอิจิคาวะซัง  ซึ่งถึงแม้จะมีอิมเมจชอบจิกกัดเหน็บแนม แต่ก็เห็นได้ว่ารักโยชิกิมายาวนานหลายสิบปี (ไม่ได้รักแบบนั้นนะ) มักจะตอบคำถามด้วยโยชิกิเป็นหลัก  อะไรๆ ก็โยชิกิๆๆๆๆๆๆ (ไม่ได้แปลว่าอิจิคาวะซังจะถูกหรือผิดทั้งหมด  ของแบบนี้มันต้องดูประกอบกับเหตุผล  แต่แกมักจะมีแนวโน้มที่เอียงไปทางโยอยู่สักหน่อย  อย่างไรก็ดี  หากเทียบกับไรท์เตอร์คนอื่นที่ก็มีศิลปินในดวงใจ  ส่วนตัวคิดว่าอิจิคาวะซังออกอาการน้อยแล้วนะ  )  หรือโอชิมะ อาเคมิซังที่ซี้ย่ำปึ้กกับฮิเดะ  ก็มีแนวโน้มที่จะตอบคำถามโดยอิงกับฮิเดะเป็นสำคัญ  อะไรๆ ก็ฮิเดะจังๆๆๆๆๆๆ  ไม่ต้องพูดถึงอุสึมิ ฮิเดอากิซัง หรือชื่อเล่น "อุสึมิน" (บ.ก.ใหญ่นิตยสาร Fool's Mate  เคยฟังแทรคที่สัมภาษณ์โยในอัลบั้ม Perfect Best มั้ย  นั่นแหละคืออุสึมิน) ผู้เป็นที่รู้กันดีในหมู่แฟน X ยุ่นว่าแกเป็นแฟนเอ็กซ์  ไม่พอ  ยังเป็นแฟนที่ "เร่าร้อน" ของชายโยด้วย  อุสึมินมักมีบทความลงใน Xpress (วารสารแฟนคลับของเอ็กซ์) บ่อยๆ  บินไปสัมภาษณ์คุณชายก็บ่อย  ตอนที่ชายโยเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวหลังฮิเดะตาย (ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะงาน Extasy Night นะ)  คุณอุสึมิที่ไปเป็นพิธีกรรับเชิญถึงขั้นแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่  อันยังคำถามมาสู่เอ็กซ์ฟรีคว่า  แกเป็นแค่แฟนจริงๆ เหรอเนี่ย?  เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ฉันทาคติย่อมมีอยู่ในมรรตัย  ก่อนจะเชื่ออะไรสนิทใจก็คิดให้รอบคอบก่อนนะจ๊ะ

   ภาค 4: Sayonara 'Visual Kei' Densetsu  >>  ฟังชื่อก็รู้อยู่  เนื่องจากโยชิกิมีฉายาที่เขาเรียกกันแบบเหน็บๆ หน่อยว่า 'Densetsu no Otoko' (ผู้ชายแห่งตำนาน  เพราะขยันก่อคดีเหลือเกิน)  ภาคนี้จึงเป็นเรื่องที่เอี่ยวกับคุณชาย (บอกแล้วว่าแฟนเอ็กซ์และแฟนโยซื้อแล้วคุ้ม)   มีบทคุยกับ TK  โยชิกิร่งฉบับเพิ่มเติม และ VIOLET UK (โปรเจ็คต์พันล้านปี  เริ่มรู้สึกขึ้นมาจริงๆ ว่ามันอาจเป็นแค่ตำนานที่หลอนกันไปเอง) 

 

   สรุป: หากคุณเป็นแฟน X หรือ Luna Sea มีความสนใจในจุดเริ่มต้นของกระแส Visual Kei  เกิดอารมณ์ nostalgia โหยหาอดีตอันแสนหวาน (?) ครั้งร็อคญี่ปุ่นยังเป็นอะไรที่ฟังดูเป็นร็อค  อยากรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของวงการดนตรีญี่ปุ่น  นี่คือหนังสือสำหรับคุณค่ะ

 

edit @ 14 Aug 2008 15:10:49 by XFreak