Miscellaneous

   ยังคงไม่มีข่าวอะไรใหม่ๆ  (คือมันก็มี  แต่เป็นข่าวเกี่ยวกับหนังสือโยอ่ะ  ไม่รู้จะโปรโมตไปถึงไหน)  แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิด SUGIZO  เลยถือโอกาสมาอวยพรหน่อยเนะ  ปีนี้ 40 แล้ว  แต่หน้ายัง...  อืมมมม  (พูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำเท่าไหร่)  แต่ถึงจะมีริ้วรอยก็ยังหล่อนะ!  >w<  คนมันหน้าตาดีมาแต่กำเนิดนี่นา  ฮ่าๆ  ก็ขอให้มีความสุขสมหวังในทุกสิ่งเน้อ (คิดอะไรไม่ออกก็เอาคำอวยพรสำเร็จรูปงี้แหละ)  แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยกินให้มันเยอะๆหน่อยเถอะ  จะผอมไปหนายยยยยย 

 

   อ้อ  ข่าวเก่าแล้ว (ตอนนั้นขี้เกียจพูดถึง)  คือเมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมา SUGIZO ไปที่สตูดิโอของ ameba  ไปเพื่อ.... เอ่อ...  คุยเรื่อง Evangelion อ่ะ  (สมกับที่เคยพูดว่าตัวเองเป็นโอตาคุจริงๆแฮะ)  บอกว่าหากให้คบก็อยากคบกับอาสึกะ  แต่ที่ชอบน่ะคือเรย์  แต่ชอบทรงผมอาสึกะมากกว่า  ใครเป็นแฟนสุงิโซ่ก็ทำผมแบบอาสึกะซะนะ!!

 

   รูปตอนไปที่สตูดิโอของ Ameba ค่ะ  ผอมอ่ะ  ผิวดูไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่  กินเนื้อสัตว์บ้างเถอะพ่อคุณ

 

           

 

 

  

   อันนี้เป็นรูปโยที่เจอในเว็บ Josei Jishin  (เธอไปให้สัมภาษณ์เรื่องหนังสือเนะ)  เห็นแล้วมันแบรบว่าาาาา  น้ำลายไหลพรากๆอ่า

 

   นั่งแบบเจ้าหญิง

 

       

 

   กับท้องฟ้าสีคราม 

 

      

 

   แอร๊ยยยยยยยยยสสสสสสส์      ภาพนี้ให้อารมณ์เพศกลางดีจังเลยอ่ะ  ชอบบบบบบ

 

      

 

 

 

 

edit @ 9 Jul 2009 05:41:49 by XFreak

   ไม่มีข่าวเลยง่ะ  ___orz

 

   แต่ก็เพราะไม่มีข่าว  เลยหายหัวไปล้มหมอนนอนเสื่อได้อย่างสบายใจ  ^^'  พอดีว่าหวัดกิน (อีกแล้ว) เนะ  ไม่รู้จะเป็นไอ้ที่เขากำลังฮิตๆกันรึเปล่า  ว่าแต่ไทยนี่ยังไงน่ะ  นับวันยิ่งติดเพิ่มขึ้นทุกทีๆ  หากเป็นหวัดสเปนป่านนี้จะเป็นยังไงกันแล้วเนี่ย  = ='

 

   และเนื่องจากไม่มีข่าว  รวมทั้งยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี  เลยเอารูปมาแปะซะงั้นแหละค่ะ  เป็นรูปจากงานเยือนร้านหนังสือในโตเกียวเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.  เห็นเว็บของ Josei Jishin เพิ่งเอามาลงเมื่อ 3-4 วันก่อน  ดูแล้วสวยดีเลยเอามาแปะให้ดูกันเล่นแก้คิดถึง  ปกติหลังจากมีข่าวก็จะตามมาด้วยช่วงเงียบกริบแบบนี้เป็นนิจสิน (ที่จริงเมมเบอร์คนอื่นเขาก็ไม่เงียบกันหรอก  แต่พอดีเจ้าของบล็อกลำเอียง  ก็บอกแล้วชิมิว่าเป็นบล็อก X กับโยชิกิน่ะ  ><)  แล้วหลังจากนั้นก็จะตู้ม!  มีข่าวใหญ่ตามมา  ยังไงก็ดี  รอบนี้ขอเป็นข่าวดีๆนะ  แบบหัวใจจะวายนี่ขอเถอะ  TwT

 

   http://jisin.jp/news/2405/782/

 

 

   ใสกิ๊ง

  

 

   รองพื้นยี่ห้อไรอ่า

 

  

 

 

 

 

 

 

 

   ว่าแต่ใครรู้ช่วยบอกที  พ่อหนุ่มหัวใส (สะท้อนแสง) ที่หมอบราบกราบกรานอยู่แทบเท้าราชินีคือใคร 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ส่วนอันนี้ขี้เกียจเอาภาพมาแปะ (แหะๆ)  หากสนใจก็ตามลิงค์ไปดูกันนะคะ  มันคือเจ้ารถลัมบอร์กินีที่โยขับตอนมีแถลงข่าวเปิดตัว Rockstar เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ปีที่แล้วค่ะ  ถูกเอาไปโชว์ตัวในงานเกี่ยวกับรถงานนึง  รู้สึกจะเป็นที่จับตามองเอาการทีเดียว  ชื่อเธอถูกผนวกเข้ากับชื่อรถซะแล้วด้วยสิ  ^^'  อ้อ  ที่รู้มาเนี่ย  เห็นว่ารถคันนี้เป็นของประธานบริษัทอะไรซักอย่างค่ะ (น่าจะเป็นบริษัทที่นำเข้าร็อคสตาร์?)  ถูกเอามาโชว์ตัวบ่อยใช้ได้เหมือนกันนะ

 

   http://autos.yahoo.co.jp/docs/special/importcarshow/2009/pickup/detail.html?id=yjN_IC09_004

 

 

  ต่อมาเป็นรูปที่มีเก็บไว้ค่ะ  เป็นรูปที่สงในวารสารแฟนคลับ X สมัยเก๋ากึ้กมากๆๆๆๆ (ตั้งแต่ฮิเดะยังเป็นคนวาดปก)  รูปแรกกับรูปสุดท้ายนี่แน่นอนว่าเป็นฮิเดะวาด  ส่วนรูปที่สองนี่ก็คิดว่าเป็นฮิเดะแหละ  ข้างล่างเขียนว่า "self portrait"  ก็น่ารักดีเนอะ.........

 

 

   มีคิวทาโร่ด้วยล่ะ  wwwww 

  

 

   ข้างล่างเขียน "self portrait"  ส่วนข้างล่างยิ่งกว่านี่...... "การเล่นกับโยชิกิ" ?

 

    

 

   ภาพนี้.......  เอิ่ม..............  ฮะ ฮะ ฮะ......... 

 

              

 

 

 

EDIT:  อ่า  พอดีคุยกับคุณ purple pride  แล้วเลยได้รู้ว่าในบอร์ดนี้    http://lnx.xradicaldreamers.net/xboards/index.php?showtopic=1195&st=80  ตรงคอมเมนต์ที่ 93  มีบอกว่าตอนโหวตออนไลน์สำหรับไลฟ์โตเกียวโดมที่ผ่านมา  เพลง Desperate Angel ของไทจิได้โหวตเป็นอันดับ 1 ! ! ?  อ่า..... จำได้ว่าเราเคยคาบข่าวมาบอกตั้งแต่ตอนเปิดให้โหวตใหม่ๆแล้วว่ามีแฟนของไทจิช่วยกันปั่นโหวต  (ถึงขั้นมาบอกวิธีว่าหากลบ cookie ออกจะโหวตได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง  แล้วก็มีคนมารายงานว่าโหวตเพลงนั้นเพลงนี้ของไทจิไปกี่ร้อยครั้งแล้วด้วย)  จนไม่รู้ว่าเพราะเรื่องนี้รึเปล่า  วันต่อมา (อีกซักสองสามวันนี่แหละ  จำได้แต่ว่าไม่นานเลย) Ym ก็มีเปิดให้โหวตผ่านทาง Ym  คราวนี้ให้โหวตได้มากกว่าหนึ่งแถมรีเควสต์เองได้ด้วย  แต่เท่าที่เรารู้  มันไม่มีการประกาศผลโหวตไม่ใช่เหรอ?  หรือประกาศแล้วแต่เราไม่รู้เอง???  แต่ไปเช็คในเว็บออฟฟิศเชียลมันก็ไม่มีอ่ะ  ใครมีข้อมูลเรื่องนี้รบกวนช่วยบอกทีได้มั้ยคะ?  พลีสสส

 

 

 

   

edit @ 5 Jul 2009 22:44:11 by XFreak

   ลังเลอยู่นานเชียวว่าจะเขียนไม่เขียนดี  ^^'  เอาเป็นว่า  หากท่านใดในที่นี้เป็นแฟนของ WANKU (หรืออีกนัยหนึ่งคือคาโอริ ภรรยาของโทชิ) หรือตัวโทชิเอง  ก็เลี่ยงไม่อ่านซะอาจดีกว่าเนะ  จริงๆคือหากไม่อยากไม่สบายใจก็อย่าอ่านเลยดีกว่าค่ะ  แม้จะพยายามพูดถึงแบบ "เบา" ที่สุดและน้อยเรื่องที่สุดแล้วก็ตาม  (เวอร์ชั่นเผ็ดร้อนและมีดีเทลสงวนไว้เฉพาะคุยกันหลังไมค์)  

 

   เพื่อความไม่บาดตา  ขอเซ็นเซอร์ไว้เน้ 

 

   หากใครที่ติดตามข่าวโทชิมาอย่างต่อเนื่อง  หรือไม่ต้องต่อเนื่องเท่าไหร่  แต่เป็นแฟนมานานพอที่จะผ่านช่วงเวลาที่โทชิมีข่าวว่าถูก "ล้างสมอง"  ซึ่งก็ติดตามมาด้วยซีรีย์ของข่าวที่ชวนเจ็บปวดใจสำหรับแฟน X อีกชุดใหญ่ๆ  คงจะพอจำกันได้ว่าช่วงที่วุ่นๆนั้น  มีข่าวว่าคาโอริซึ่งเป็นภรรยาของโทชิเป็นผู้เลื่อมใสใน "ลัทธิ" อยู่ก่อน  และยังเป็นคนที่ชักจูงโทชิให้เข้าลัทธินี้ตามไปด้วย  ซึ่งเรื่องนี้ก็มีส่วนทำให้แฟนๆจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่ดีกับภรรยาของโทชิคนนี้เท่าไหร่  แล้วพอผนวกกับข่าวลืออื่นๆในเวลาต่อมา  เช่นข่าวเรื่องมีเรื่องกับแฟนๆ บอกว่าคนที่ไม่ซื้อซีดีไม่นับว่าเป็นแฟน  หรือข่าวเรื่องว่าโยชิกิว่าเป็น "เทพแห่งโรคระบาด" หรือ "เทพแห่งความตาย"  (<-- อันนี้โทชิออกมาปฏิเสธแล้ว  แต่ในขณะเดียวกันเราก็เจอคนที่บอกว่าได้ยินมากับหูและถึงขั้นท้าให้ฟ้องด้วยน่ะนะ)  ก็ยิ่งทำให้แฟน X จำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่ดีกับเธอเข้าไปใหญ่  ข่าวลือจะเป็นจริงหรือไม่นั่นถือเป็นอีกเรื่อง  แต่ที่แน่ๆ  การที่มีข่าวลือแบบนี้เกิดขึ้น  ก็แสดงให้เห็นว่าอิมเมจของคาโอริในสายตาแฟนๆนั้นไม่ชวนให้พิศมัยเอาเสียเลย  ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีคอมเมนต์จากปากเมมเบอร์  ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจไม่มีตลอดไป  ก็ขนาดเรื่องโทชิเข้าลัทธิหรือถูกล้างสมองยังไม่มีเมมเบอร์คนไหนออกมาพูดซักแอะ (ซึ่งก็นับว่าดีแล้ว  เพราะกรณีนี้ยากจะเรียกว่าเพื่อนไม่ช่วยเพื่อน  บอกว่า "ทำตัวเอง" เห็นจะเหมาะที่สุด)  แล้วเรื่องที่ส่วนตัวยิ่งกว่าอย่างเมียเพื่อนมีเหรอจะกล้าสอดปาก?  

 

 

   ก็คิดแบบนี้มาตลอดล่ะนะ

 

 

   จนกระทั่งอ่านหนังสือชีวประวัติ YOSHIKI  ถึงหน้า 324  พูดถึงตอนที่โทชิแสดงเรื่อง Hamlet แล้วได้พบกับ "เนื้อคู่" ที่รับบทโอฟิเลีย (ควรบอกไหมว่าเป็นโอฟีเลียที่นักวิจารณ์กล่าวขวัญว่าเป็น "โอฟีเลียที่เลวร้ายยอดแย่ที่สุด" ?)  แล้วมันมีประโยคนี้

 

 

   "TOSHI ที่แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้หลังจากนั้นก็ได้พบกับโลกที่นอกเหนือจาก X ผ่านทางเธอ  ความน่าพิศวงกับประสบการณ์แปลกใหม่นี้ค่อยๆเปลี่ยนแปลง TOSHI ไปทีละน้อย  จนในที่สุด  TOSHI ก็ตัดขาดจาก X  ไปแสวงหาหนทางชีวิตของตัวเอง""

 

 

   อืมมมมมมมม......

 

   อ่านแล้วรู้สึกยังไงคะ?

 

 

   อย่างที่บอกว่าหนังสอเล่มนี้ใช้วิธีเขียนเหมือนนิยาย  ดังนั้นหากจะว่ากันแบบนิยาย  ดูที่พล็อต  การดำเนินเรื่อง ฯลฯ  มันก็ดูชี้ไป "ทางนั้น" กันหมด  เพราะหลังจากนี้โทชิจะเริ่มเปลี่ยนไป  ซึ่งเจ้าความ "เปลี่ยนไป" นี้ในที่สุดก็นำมาสู่การลาออกจากวง  ซึ่งก็มีมากกว่า 1 ครั้งที่ mention ถึงคาโอริในแง่นี้  คือพอเจอกันแล้วโทชิก็เปลี่ยนไป  และไม่ได้เปลี่ยนในแง่ที่เป็นผลดีกับวงหรือมิตรภาพ  แน่นอนว่าไม่มีการเอ่ยชื่อออกมาล่ะนะ  (หากไม่เรียก "เธอ" ก็สรรหาสรรพนามอื่นมาใช้แทน)  ที่เราอยากรู้คือ  ที่เขียนมาแนวๆนี้นี่เป็นมุมมองของโคมัตสึซังหรือเป็นมุมมองของตัวโยชิกิเอง?  แต่หากไม่ใช่มุมมองของโย  หรือเธอรู้สึกต่อต้านความเห็นทำนองนี้อย่างรุนแรง  (ประมาณว่าแท้จริงเเล้วโยสนิทสนมกับภรรยาโทชิเป็นอย่างดี)  มันก็ไม่น่าจะมีหลุดออกมาได้ใช่ไหม?

 

   ว่าตามตรง  เราเฉยๆมากกับเรื่องทำนองผู้หญิงเข้ามาเปลี่ยนแปลงมิตรภาพของผู้ชาย บลาๆๆ นะ  คือตัวเองก็ได้อิทธิพลความคิดแบบเฟมินิสม์อยู่ค่อนข้างมาก  เลยจะออกไปในแนว  "แล้วทำไมถึงได้ประเมินค่าว่ามิตรภาพของผู้ชายมันสำคัญกว่าล่ะ!" มากกว่า  ประกอบกับครอบครัวเราเองก็เคย suffered กับปัญหาทำนองนี้มาก่อน (รายละเอียดไม่เหมือนกันก็จริง  แต่ก็แพทเทิร์นนี้เลยล่ะ)  เพราะงั้นทั้งด้วยอุดมการณ์และประสบการณ์ส่วนตัว  เราเข้าข้างฝั่งภรรยามากกว่าเพื่อนเสมอ (แต่ทั้งนี้ต้องดูกันที่ข้อมูลด้วยนะ)  เรื่องยุบวงก็เหมือนกัน  อย่าว่าแต่โทษคาโอริ  แม้แต่โทชิเราก็ไม่โทษว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ X ต้องยุบวง  จริงอยู่ว่ามันมีที่มาจากการลาออกของโทชิ  แต่นั่นก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเขาที่จะเลือกชีวิตของตัวเอง  หาก X JAPAN ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้โดยปราศจากนักร้องที่ชื่อโทชิ  นั่นก็เป็นปัญหาของ X JAPAN  ไม่ใช่ปัญหาอะไรของโทชิเลย

 

   ด้วยเหตุที่ว่ามา  เราจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชอบคาโอริเลยแม้แต่น้อย  ตัวโทชิเองเราก็ไม่ได้โปรดปรานเขา "แบบนั้น" แล้วเกิดหึงหวงหรืออิจฉาอะไร  เอาเข้าจริงตอนโทชิแต่งงานก็ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตอะไรเลยด้วยซ้ำ  แฟนๆส่วนใหญ่พากันอวยพรให้เป็นอย่างดีด้วยซ้ำ  จะบอกว่าคาโอริชักพาโทชิเข้าลัทธิ?  อืม....  ต่อให้เป็นแบบนั้นโทชิก็มีส่วนตัดสินใจเองด้วยอยู่ดี  จะโทษคาโอริคนเดียวแล้วให้โทชิเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารก็ดูยังไงๆชอบกล   

 

   แต่ถึงอย่างนั้น...

 

   เราก็ยังไม่ชอบคาโอริอยู่ดี  ___orz

 

   ไม่ใช่ว่าไม่ชอบมาแต่ไหนแต่ไรนะ  อย่างที่บอกว่าด้วยอุดมการณ์ส่วนตัวทำให้เราเฉยๆกับเรื่องทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามา  ยอมรับว่าเมื่อก่อนตอนมีข่าวเรื่องล้างสมองเนี่ย  เราตามข่าวแค่ผิวๆค่ะ  เพราะยิ่งฟังยิ่งรู้สึกปวดตับ  = =;  รู้ไปก็เจ็บปวด  เพราะงั้นไม่รู้เห็นจะดีกว่า  (ซึ่งหลังจากที่มาไล่เก็บข้อมูลเพื่อคั้น fact เอาช่วงนี้  ขอยืนยันว่า "ไม่รู้จะดีกว่า" จริงๆ)  ตอนได้ยินข่าวรียูเนี่ยน  สิ่งแรกที่คิดก็คือเรื่องมาซายะนี่แหละ  เพราะว่ากันตรงๆเลย  ระหว่างที่เที่ยวล่องไปตาม "หนทางของตัวเอง" เนี่ย  โทชิก็เคยพูดอะไรทำร้ายจิตใจแฟน X มาอย่างแสนสาหัส  แล้วคนที่เคยพูดจาอย่างนั้นจะกลับมาทำหน้าชื่นเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อนเนี่ยนะ  หน้าด้านไปหน่อยมั้ย?  ตอนแรกก็นึกว่าจะมาแนว "ตาสว่างแล้ว" ซะอีก  ปรากฏว่าไม่ใช่แฮะ (ในแง่นี้ก็ต้องนับถือนะว่ายึดมั่นศรัทธาจริง)  ซึ่งตอนนั้นด้วยความดีใจก็ไม่คิดจะสงสัยหาความอะไร  (จริงๆคือห้ามตัวเองไม่ให้สงสัยด้วย)  ในเมื่อโทชิพูดมาตลอดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกสื่อนั่นมัน  "กุขึ้นทั้งเพ"  เราก็จะเชื่อแล้วกันนะว่ามันกุขึ้น  ถึงจะหนังตากระตุกอยู่ซักหน่อยก็เถอะ  ต่อมาเริ่มทำโซโล่ทันที (จริงๆก็ทำตั้งกะแรก  เอามาโฆษณาในโดมด้วยซ้ำไป) ก็ยังเฉยๆ  เริ่มไปทำวงแปลกๆคอนเซ็ปต์อนุรักษ์ธรรมชาติอะไรซักอย่าง  ก็ขำๆ....  เอาเมียออกมา  แรกๆก็ยังขำ  แต่อยู่ไปอยู่มา...  ชักจะขำไม่ออก......

 

   ที่จริงของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมเป็นหลักน่ะนะ  แต่โดยรสนิยมส่วนตัวแล้ว  เราไม่ชอบผู้หญิงแบบคาโอริเลยอ่ะ  ___orz  อย่างที่บอกว่าเดิมเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับคาโอริเลย  ออกจะเห็นใจหน่อยๆด้วยซ้ำ (ที่ไม่ได้เห็นใจมากมายหรือกรี๊ดกร๊าดอะไรเธอก็เพราะเมื่อก่อนไม่ได้สนใจเลยนั่นเอง)  ทำนองว่าเขาดูเป็นสามีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากกันมาดีเนอะ  ดูสมกันดีเนาะ  ฯลฯ  จริงๆในส่วนนี้นี่จนปัจจุบันความคิดเราก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงเนะ  เขาสมกันดีจริงๆ  อยู่ด้วยกันแล้วเหมือนคู่ผัวเมียไม่เต็มบาทดี....  หากถามว่าแล้วมาเริ่มไม่ชอบคาโอริเอาตอนไหน  ก็คงเป็นตอนที่เธอเริ่มเขียนบล็อกตัวเองนี่แหละ...  ว่าไงดี  การเขียนบล็อกมันต่างจากพวก "เรื่องจากข่าว" ตรงที่มันแสดงถึงตัวตนของผู้เขียนออกมาโดยตรงน่ะนะ  เราไม่ใช่แฟนบล็อกของคาโอริ (อย่างที่บอกว่าไม่เคยสนใจเธอมาแต่ไหนแต่ไร)  พอรู้ข่าวว่ามีบล็อกก็ลองเข้าไปดูหนนึง  ไม่ได้สนใจจะอ่านอะไร  สิ่งที่จำได้คือหนวกหูเสียงเพลง + ฮากับแฟชั่นสุดเฉิ่ม (ที่บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่านี่หยุดเวลาเอาไว้ในยุค 80 สมัยที่ตัวเองเป็นไอด้อลขายไม่ออกเหรอ?) แล้วก็จากไป  ไม่ได้สนใจอะไรอีก  จนพอมีประเด็นเรื่อง "อึสีเขียว" ที่เป็นที่กล่าวขวัญฮือฮากันอย่างยิ่งยวดในคอมมิวนิตี้แฟนญี่ปุ่น  เราเลยเกาะกระแสเข้าไปดูกับเขาบ้าง  แล้วก็ -->   (สำหรับท่านที่ไม่รู้  มันเป็นบล็อกที่คาโอริเขียนเกี่ยวกับว่าตัวเองกินยาชนิดหนึ่งซึ่งมีสีเขียว  จึงทำให้อึออกมาเป็นสีเขียว  ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่รู้ทำไมเธอถึงตื่นเต้นที่จะเอามาเขียนลงบล็อกนัก  แต่ที่สำคัญคือมันทำให้อิมเมจของคาโอริในสายตาแฟน X ดิ่งวูบทันที  แน่นอนว่ารวมไปถึงโทชิผู้ "แต่งงานกับผู้หญิงที่เล่าเรื่องอึตัวเองลงบล็อก" ด้วย)  แต่ตอนนั้นก็ยังรู้สึกแค่ประมาณ  "เป็นผู้หญิงที่เปิดเผยเรื่องของตัวเองดีนะ"  (หัวเราะแห้งๆ)  

 

   จากนั้นก็ยังคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับบล็อกของคาโอริดังเดิม  (เป็นพวกที่หากไม่ชอบก็ไม่ยุ่ง)  แต่ปัญหาคือ  ในคอมมิวนิตี้ที่เราสิงอยู่มีประชากรมากมายมหาศาล (ว่ากันตามตรงก็ที่สุดในโลก)  ซึ่งก็แน่นอนว่าย่อมมีพวกแอนตี้เข้ามาป่วน  วิธีป่วนอย่างนึงที่แพร่หลายมากคือการ copy-paste ข้อความมาแปะซ้ำๆหลายรีพลาย  (ข้อความจะเป็นอะไรก็ได้ แต่โดยมากมักเป็นข้อความที่มีเนื้อหาที่เข้าใจว่าคนที่สิงในหัวข้อนั้นอ่านแล้วไม่บันเทิงอารมณ์)  ที่ผ่านมาก็เคยเจอกระแสป่วนแบบนี้มาเยอะ  อย่างตอนโยมีคดีซูโม่นั่นก็ต้องฝ่าคลื่นลมกันแบบทรหดทีเดียว  แต่คราวนี้  มีพวกที่มาป่วนโดยก๊อปปี้ข้อความในบล็อกคาโอริมาแปะอ่ะ  ___orz  (ในแง่หนึ่ง  การที่ข้อความในบล็อกของภรรยาเมมเบอร์สามารถเป็นเครื่องมือของพวกแอนตี้ได้นี่ก็สุดยอดไปเลยนะ)  เพราะงั้นต่อให้ไม่อยากอ่าน  มันก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าเองจนได้  = =;  ส่วนใหญ่ก็จะลากเมาส์หนีอย่างรวดเร็ว  แต่เนื่องจากข้อความมันยาว  ลากยังไงก็ต้องมีประโยคที่ผ่านตาบ้าง  แล้วพอผ่านเข้าตาบ่อยๆเข้ามันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า  "อายุขนาดนี้แล้วใช้ภาษาแบบนี้ไม่อายบ้างเหรอ..."  อันนี้ก็เป็นอะไรที่พูดลำบาก  เป็นไปได้ก็อยากให้พิสูจน์กันเอง (แต่ก็ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นดีในระดับนึงเนาะ)  คือมันเป็นสำนวนภาษาแบบที่เราตั้งชื่อให้ว่า  "คุณป้าแอ๊บแบ๊ว" อ่ะ    ขอบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาคนเลียนแบบ  เมื่อก่อนตอนโดนป่วนแบบนี้ใหม่ๆเคยสงสัยว่าคนป่วนเมคเองเพื่อใส่ร้ายคาโอริจนตามไปดูบล็อกเพื่อพิสูจน์ด้วย  แล้วผลก็.......  ภาษามันปัญญาอ่อนเหมือนแอนตี้จงใจแกล้ง  แต่แม้แต่แอนตี้ก็ยังยากจะเลียนแบบ  อีกอย่าง  จะเลียนแบบทำไมในเมื่อของจริงมันอ่านแล้วปวดตับกว่าอีกล่ะนะ   

 

   แต่นั่นก็ยังไม่ได้จะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบคาโอริอยู่ดี (แค่ออกแนวแหยงๆหยึยๆ)  เหตุผลหลักเนี่ย  มันคือตอนที่แฟนๆเริ่มจับกลุ่มเมาธ์ว่าโดน "ลบคอมเมนต์" หรือ "คอมเมนต์ไม่โชว์" มากกว่า  เรื่องของเรื่องคือ  มีแฟนบางคนที่เข้าไปเมนต์พูดถึงโย  ซึ่งก็ไม่ได้จะมีพิษมีภัยหรือวิพากษ์วิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น  แค่เมนต์ไปว่า  "YOSHIKI ก็น่ารักนะคะ"  แล้วก็ถูกลบ...  แฟนอีกหลายคนก็พบเจอประสบการณ์แบบเดียวกัน  (ถึงขั้นเคยแกล้งยกโขยงไปเมนต์ในบล็อกคาโอริเพื่อดูว่าอันไหนจะโดนลบอันไหนจะได้ขึ้นด้วย)  จนเป็นที่ขึ้นชื่อ (ในหมู่แฟน) ว่าในบล็อกคาโอริห้ามเอ่ยถึงโยชิกิ  ซึ่งเมื่อประกอบกับข่าวลืออันโด่งดังที่มีมานาน (ว่าคาโอริเคยเรียกโยว่าเป็น "เทพแห่งโรคระบาด" หรือ "เทพแห่งความตาย")  ก็ทำให้แฟนๆยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าคาโอริคงจะไม่ชอบโยชิกิจริงๆ  แต่ในส่วนของเรื่องนี้ก็อย่างที่บอก  เราเข้าข้างฝ่ายภรรยามากกว่า  และมองว่าการที่โยชอบให้คนอื่นคอยโอ๋เนี่ย  จะถูกเขาเกลียดก็ไม่แปลกอะไรซักนิด  ที่เราติดใจคือ  ทำไมกับแค่คอมเมนต์ที่ไม่มีพิษมีภัยอะไรถึงต้องลบทิ้ง?  ดูวางตัวไม่เป็น + ไม่ค่อยฉลาดยังไงชอบกล  คือในเมื่อคุณถูกแฟนๆลืออยู่ว่าไม่ถูกกับหัวหน้าวงของสามี  ทำไมถึงได้เปิดช่องให้ข่าวลือมันดูมีมูลความจริงขึ้นมาล่ะ?

 

   นอกจากนั้นก็มีอีกเรื่องที่น่าสังเกต  คือก่อนหน้านี้  คาโอริเขียนบล็อกถึงโทชิบ่อยมากกกกกก  แต่เป็นโทชิในโซโล (ซึ่งทำกันในลัทธิตัวเอง) เท่านั้น  เหมือนกับไม่มีโทชิที่เป็นนักร้องของ X JAPAN อยู่ในโลกนี้ก็ไม่ปาน  อันนี้แฟนบางคนวิจารณ์ว่าเหมือนจงใจบอกว่าสำหรับโทชิ X เป็นแค่งาน  โซโลต่างหากที่โทชิมีความสุขจริงๆ  แต่ส่วนนี้ก็แล้วแต่มุมมอง  จะมองว่าเธอไม่อยากหาประโยชน์จากชื่อเสียงของ X ก็ได้ใช่มั้ยล่ะ?  ถึงจะรู้สึกว่ามันแปลกๆตรงที่ในเมื่อเขียนเรื่องของสามีขนาดนี้แล้ว  ทำไมถึงไม่เขียนเรื่องของวงที่สามีเป็นนักร้องอยู่  ไม่จำเป็นต้องเขียนถึงละเอียดลอออะไร  แค่บอกคร่าวๆก็ได้ไม่ใช่เหรอ?  "ความเงียบ" น่ะมีเสียงนะ  ยิ่งเงียบกริบยิ่งดังจนแสบแก้วหู  (หัวเราะ)  แต่จริงๆก็แอบคิดอยู่ว่าหรือทางคณะกรรมการจะมีบอกไว้ว่าห้ามพูดอะไรเกี่ยวกับ X หรือ YOSHIKI?  (ก็ชื่อเสียง + อิมเมจของโทชินอก X JAPAN ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องมันเน่าจนกู่ไม่กลับแล้วนี่นา)

 

   แต่แล้ววันที่เขียนถึงก็เกิดขึ้นจนได้ (หัวเราะ)  ไม่สิ  จะว่าเขียนถึงก็ไม่เชิง  เรียกว่าเอารูปลง (ครั้งแรกคือตอนโดมเดือน 5 ที่ผ่านมา)  บอกว่าเป็นโตเกียวโดม  อ้อ  มีรูปโทชิถ่ายกับฮีธแล้วก็สุงิโซ่ด้วยนี่นะ  แต่ไม่มีคำว่า X JAPAN หลุดออกมา  (จนบางทียังแอบนึกว่าหากเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆมาอ่านบล็อก  เขาจะนึกว่าโทชิไปทำอะไรที่โตเกียวโดมนะ)  ตอนนั้นก็แปลกใจใช้ได้  แต่ที่ถึงขั้นสะเทือนขวัญนี่ต้องเป็นไลฟ์ไต้หวันที่โทชิมีการเอารูปลงเรียกน้ำย่อยในบล็อกตัวเอง  เสร็จแล้วก็เขียนบอกว่าให้ไปดูต่อในบล็อกของ WANKU (ของนินทานิดว่าแรกสุดน่ะใช้ชื่อ "WANK" ด้วย  แต่ไม่รู้ว่าไปได้ยินเสียงเมาธ์ว่าคงจะ wank บ่อยจนเอามาตั้งเป็นชื่อหรือยังไง  ต่อมาถึงได้เติม u เข้าไปกันอุจาด)  ช่างเป็นการโฆษณาที่...  จากนั้นก็ตามมาด้วยรูปอัพเดทจากไต้หวันแบบน็อนสต็อป  จะว่าดีใจก็....  แฟน X จะดีใจกว่านี้เยอะมากๆหากโทชิเอาลงบล็อกตัวเองแทนที่จะเป็นบล็อกเมียน่ะนะ  แล้วที่ช็อคแฟนที่สุดก็คือรูปถ่ายกับโยชิกิปิดท้าย  อันเป็นชนวนเหตุให้เกิดอาการช็อคอีกอย่างตามมา

 

   ส่วนตัวแล้ว  ถามว่าดีใจมั้ยกับรูปที่โทชิส่งมาให้ภรรยาอัพลงบล็อก  คำตอบคือ  "ไม่ดีใจ"  เอาให้ตรงกว่านั้นก็ต้องบอกว่ารู้สึกแย่อีกต่างหาก  จริงอยู่ว่าส่วนนึงเพราะรู้สึกเหมือนโย "แปดเปื้อน" ที่ถูกเอาไปลงบล็อกแบบนั้น (จริงๆต้องพูดว่ารูปนี้ "ว่อน" ไปทั่วมากกว่าสินะ)  แต่อีกส่วนคือเพราะ "จังหวะ" ตอนนั้นมันไม่ชวนให้คิดถึงในแง่ดีเอาซะเลยนี่สิ  = =' 

 

   "จังหวะ" ที่ว่าก็คือ  ก่อนหน้าไลฟ์ไต้หวันนิดเดียว  ศาลก็พิพากษายืนให้ HOH และพวกโทชิ (มีชื่อคาโอริด้วย) ชดใช้ค่าเสียหายให้กับ "เหยื่อ" ที่ถูก mind control ให้ต้องจ่ายเงินให้กับ "เซมินาร์" นี้  สื่อไต้หวันลงข่าวด้วยว่าที่โทชิมาไต้หวันช้ากว่าเมมเบอร์คนอื่นก็เพราะติดเรื่องคดี  และตัวโทชิเองก็แสดงอาการ "หัวเสีย" อย่างเห็นได้ชัดกับคำตัดสิน (ลองไปอ่านบล็อกเขาดูได้)  คือโทชิก็พูดแบบที่เคยพูดมาตลอดล่ะนะว่าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก  โลกนี้ไม่ความยุติธรรม บลาๆๆๆ  (บอกตามตรงว่าฟังแบบนี้แล้วสงสารโจทก์นะ)  ตัวเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันโกหกหรือมันจริงอะไรยังไง  แต่ที่แน่ๆ  การที่ศาลตัดสินแบบนี้ (แถมเป็นการพิพากษายืน  อ้อ  ให้จ่ายเงินเพิ่มจากที่ตัดสินครั้งแรกด้วย)  ก็แสดงว่าฝ่ายโจทก์ย่อมต้องมีหลักฐานที่แน่นหนาพอดู  เทียบกันแล้วก็น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าที่โทชิพูดมาตลอดว่าโกหกหรือกุเอา  อ้อ  ไม่รู้พูดไปจะดีรึเปล่า  อาจทำให้ไม่สบายใจกันไปเปล่า  แต่ยังไงๆเอ็นทรี่นี้มันก็ไม่ใช่เรื่องสบายใจแต่แรกอยู่แล้ว  (เราเตือนท่านแล้ว)  เพราะงั้นก็บอกเลยละกัน  ยังมีคดีแบบนี้ที่ฝั่งโทชิเป็นจำเลยต่อคิวรอศาลตัดสินอยู่อีกเพียบ...

 

   แล้วหากจำได้ (เราเอาข่าวนี้พูดลงบล็อกด้วย)  มีหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเรื่องนี้อยู่หลายฉบับพอดู  แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าไหร่ก็ตาม (เป็นที่น่าสังเกตว่า  หลังรียูเนี่ยนข่าวที่เคยโจมตีโทชิหายวับไปอย่างน่าใจหาย  ซึ่งเขาก็ซุบซิบกันว่าเกิดจากอิทธิพลของโยชิกิไม่ก็คณะกรรมการล่ะนะ)  ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ได้ทำให้อิมเมจของ HOH ในสายตาแฟน X ที่ประเมินค่าให้แบบต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่แล้วพุ่งสูงขึ้นมา  แล้วท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้  บล็อกที่เมื่อก่อนขึ้นชื่อว่าไม่เขียนถึง X และคำว่า YOSHIKI เป็นคำต้องห้ามก็กลับลงรูป X ทั้งวัน  แถมเลยไปจนถึงรูปของ YOSHIKI ที่ว่าอีกต่างหาก

 

   อืมมมมม  อาจฟังดูใจแคบ  แต่สารภาพว่าไม่อยากให้คนที่มี "ชื่อเสีย" เข้ามาเกี่ยวข้องกับ X โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโยชิกิเท่าไหร่  โทชินั่นเป็นกรณีสุดวิสัย  และมันก็ยังแยกได้ว่านี่ป็นงานส่วนนั่นเป็นเรื่องส่วนตัว  แต่เลยมาจนถึงภรรยาเนี่ย...  มันให้อารมณ์เหมือนมายุ่งขิงกันเกินไปหน่อยมั้ย?  เมื่อก่อนไม่เห็นจะเคยพูดถึง  พอแพ้คดีแล้วกลับเห็นรูปหราเนี่ยนะ  (หากมองในแง่ร้าย  รูปที่ลงตอนโดมนั่นก็เพราะมันใกล้ช่วงตัดสินแล้ว?)  เราอาจมองในแง่ร้ายเกินไป  แต่ "จังหวะ" มันก็ไม่ชวนให้มองในแง่ดีซักเท่าไหร่เลยจริงๆ  อีกอย่าง  ก่อนหน้าข่าวเรื่องแพ้คดีนิดเดียว  หนังสือชีวประวัติโยชิกิก็ออกวางขาย  ซึ่งประโยคที่เรายกมาก็ถูกแฟนๆเอามาวิพากษ์วิจารณ์  แน่นอนว่าได้ผลสรุปที่ไม่ได้ดีต่อคาโอริเท่าไหร่  (คือยิ่งตอกย้ำความเชื่อของแฟนๆที่คิดว่าสองคนนี้ไม่ถูกกันหนักข้อ)  คดีที่เกิดตามมาเลยชวนให้น่าสงสัย  ที่มีคนใช้ชื่อ "คานะ" เข้าไปเมนต์ในบล็อกคาโอริว่าน่าแปลกที่คนที่เคยเรียกโยว่าเป็นเทพแห่งโรคร้ายกลับเอารูปโยมาลง  แล้วโทชิก็ "ด่าเช็ด" ลงบล็อกตัวเอง (ซึ่งทำให้แฟนจำนวนมากนึก "กลัว" ขึ้นมาจริงๆ)  อย่างที่บอกว่าที่ผ่านมาคอมเมนต์ที่มีชื่อโยหรือเรื่องเกี่ยวกับโยจะถูกลบทิ้งแบบไม่สนใจเนื้อหา  แล้วจากการที่แฟนๆจำนวนไม่น้อยเคยลองส่งคอมเมนต์ "ป่วน" เพื่อดูว่าจะขึ้นรึเปล่า  ซึ่งก็ไม่ขึ้น  แฟนบางคนก็เคยเขียนคอมเมนต์แบบสุภาพแต่เนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ส่งไป  ก็ไม่ขึ้นอีกเช่นกัน  ในสภาพแบบนี้  เราไม่เชื่อว่าจะไม่เคยมีใครพิมพ์คอมเมนต์เนื้อหาแนวนี้ส่งไป  แต่ทำไมถึงมีแต่ "ครั้งนี้" (ที่ตัวเองเพิ่งแพ้คดี  และหนังสือชีวประวัติโยชิกิซึ่งมีข้อความแบบนั้นปรากฏอยู่ออกวางขาย) เท่านั้นที่คอมเมนต์แนวนี้ถูก approved ให้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชน?  มองในแง่ร้ายก็คืออยากแก้ข่าวเรื่องเกลียดโย  (สามารถดูเธอเล่นบทนางเอกผู้น่าสงสารได้ในบล็อก)  มองในแง่ดีก็...  มองไม่ออกง่ะ  = ='  จิตใจเราคงชั่วร้ายเกิน  อย่างน้อยหากไม่เคยลบคอมเมนต์ที่เขียนแค่ว่า  "YOSHIKI ก็น่ารักนะคะ" ออกก็ยังพอจะนึกอะไรดีๆให้ได้อยู่  แต่ในเมื่ออดีตเคยลบทิ้งซะเหี้ยนเตียนขนาดนั้น  มาคราวนี้มันก็ดู "จงใจ" ไปหน่อยมั้ยอ่ะ

 

 

   อา....  ยาวเหยียด (แต่จริงๆคงแค่ 15% ของทั้งหมด)  รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางร้ายยังไงชอบกล  ^^'  หากอ่านแล้วไม่สบายใจก็ขอโทษด้วยนะคะ  แต่นั่นแหละ  บอกแล้วชิมิว่าอย่าอ่าน  ดังนั้นเอ็นทรี่นี้ไม่ accept any blame เนะ

 

 

 

ป.ล. Ym เมื่อคืนพูดอะไรชวนระทึกขวัญ  บอกว่าจะมีประกาศอะไรซักอย่าง  ขอให้เป็นเรื่องดีๆด้วยเถอะ  TwT   

    

 

 

 

edit @ 30 Jun 2009 09:41:03 by XFreak

   กำลังพิมพ์รีพอร์ตต่อก็บังเอิญไปเจอภาพนี้เข้า  ตอนแรกส่งให้คุณต้อยติ่ง  แล้วมารู้สึกว่าไม่ควรจะนั่งกรี๊ดอยู่แค่สองคนสินะ  แบบว่า...  มันน่ารักมากเลยอ้ะ~!!  >w<

   เชื่อว่าหลายๆคน (หรือทุกคน?) น่าจะเคยได้ผ่านตากับภาพหญิงโยสมัยยังเป็นแยงกี้บ้านนอกกันมาก่อนแล้ว  ไอ้เจ้ารูปที่ใส่ชุดกักคุรันทำผมทรงรีเจนท์นั่นน่ะ  = ='  สารภาพว่ามันเป็นรูปที่ทำให้เราได้รู้ซึ้ง  ว่าคนเราเนี่ยยย  ทรงผมและการแต่งตัวมันสามารถทำให้กลายเป็นเหมือนคนละคนได้จริงๆ  ก็ดูรูปแยงกี้บ้านนอกนั่นสิ  หากดูหน้าจริงๆจะรู้ว่าหน้าโยไม่เปลี่ยนเลย  แต่บรรยากาศโดยรวมมันช่าง..... 

   ที่ผ่านมานั้น  เราปลอบใจตัวเองมาตลอดว่านั่นก็มันแค่เพียงจุดด่างจิ๊บๆในชีวิตของโยชิกิ  คนเรามันก็มีช่วงที่พลาดกันได้เป็นธรรมดา  อย่าใส่ใจ!  แถมทุกวันนี้เธอยังมีสถานะเป็นเซเล็บไปแล้วเรียบโร้ยยย (ถึงจะพูดแบบนี้  แต่ตอนได้ยินคนญี่ปุ่นที่ไม่ได้เป็นแฟนโยหรือเอ็กซ์เลยบอกว่าโยเป็น "ร็อคสตาร์เซเล็บ" ก็แอบกึ้กนิดๆนะ)  อย่างไรก็ดี  พอมาเจอรูปนี้ (ที่ด้านล่างเขียนว่าสมัยม.ต้น)  จู่ๆก็เกิดอาการ...

 

   ก่อนจะแสดงความเห็น  เราจะให้ท่านได้พิสูจน์ด้วยสายตาตัวเองก่อน 

 

 

            

 

 

   นะ...  น่ารักกกกกกกกกกกกกโคตตตตตตตตร ~ ! ! !

 

   かわぇぇぇぇぇええええええ

 

   กรี๊ดดดดด  น่ารักมากมาย  รู้สึกให้อารมณ์ต่างจากเด็กคนอื่นยังไงไม่รู้  ทรงผมก็น่ารัก  แอบยาวกว่าเด็กผู้ชายคนอื่น  ดำขลับเงางามอีกต่างหาก  ว่าไป...  พอเห็นทรงผมเลยนึกถึงที่โยเคยพูดขึ้นมาได้  ว่าคุณแม่ต้องเป็นคนดูแลกิจการของที่บ้าน  เลยต้องยกภาระเรื่องเลี้ยงโยให้กับคุณผู้ช่วยสองคน  ซึ่งเขาก็เลี้ยงเธอมาแบบ 中性的 (เพศกลาง)  โยเลยว่าที่ตัวเองกึ่งชายกึ่งหญิง  ไม่ค่อยจะแมนเท่าไหร่ (เห็นมั้ยว่าชีรู้ตัว) ก็เพราะถูกเลี้ยงมาแบบนี้เนี่ยแหละ  เหอๆ  เมื่อก่อนแอบไม่เชื่อ  ประมาณว่าจริงอ่ะ  ไม่ใช่ว่าเกิดมาก็เป็นแบบนี้แล้วหรอกเหรอ  ทีโคกิซังยังไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย (>> มีการลามถึงน้องถึงนุ่ง)  แต่พอเห็นทรงผมเธอตอนนี้ก็เริ่มคิด  อืมมมม  หรือจะจริงนะ   

 

   แหมมมม  ก่อนหน้าจะกลายเป็นแยงกี้บ้านนอกเนี่ย

 

   เคยน่ารักขนาดนี้เชียวน๊า ドキドキ 

 

   นี่หากเธออยู่เมืองกรุง  และทำตัวโนะเนะแบบนี้เรื่อยไป  อาจถูกลากไปออดิชั่นจอห์นนี่ก็ได้นะ  ^^  (ตกอยู่ดี  ร้องเพลงก็ไม่ได้  เต้นก็ไม่เป็น  ขนาดพูดยังไม่ชัดเลย)

 

 

   ไหนๆก็เอารูปมาแปะแล้ว  ขอแปะแถมอีกรูป  เป็นอะไรที่เห็นแล้วรู้สึกว่า......

 

   ช่างทำไปได้

 

 

       

 

   แต่เหมือนใช้ได้เลยนะ   www

 

 

EDIT:  ลืมบอกไปค่า  สาเหตุที่เติม (?) เอาไว้นั้นเนื่องจากมีคนบอกมาว่ารูปนี้ไม่ใช่โยตอน ม.ต้น  แต่เป็นตอนประมาณ ป.3 ระหว่างเดินทางไปปิคนิคกับทางโรงเรียน  ซึ่งรูปเต็มๆเนี่ยจะเห็นว่า  ในขณะที่ชาวบ้านเขานั่งเรียงกัน  ชีกลับเป็นคนเดียวที่ยืนนิ่งเด่นเด้งขึ้นมาซะงั้น (แหมมม   ก็ชีเป็นเจ้าหญิงเนะ)  แต่เนื่องจากใต้รูปมันมีเขียนว่า ม.ต้น (แต่ก็อาจเป็นคำโปรยของภาพข้างล่างเนอะ) เราเลยแปะเป็น ม.ต้น (?) ไป

ส่วนรูปอโฟรไดท์ข้างล่าง  อันนี้ก็ต้องเข้าใจว่าชีเป็นภาคจำแลงของเทพีวีนัสเนะ  (ภาพเป็นลมจากไลฟ์ฮ่องกง  ของจริงก็งามมากมายค่า)  หน่มน้มที่ดูมๆขึ้นทุกทีก็เข้าใจว่าเป็นผลมาจากเธอกำลังจะคืนร่างเป็นนางฟ้าแล้วนั่นเอง www

 

 

 

 

edit @ 27 Jan 2009 01:32:09 by XFreak

   สุขสันต์วันเกิด! 

   Happy Birthday!

   お誕生日おめでとう!

   เมื่อคืนนี้ HBD เธอตอนเวลาเที่ยงคืนของญี่ปุ่นไปแล้ว  แต่มาน็อคซะก่อนเที่ยงคืนไทย (ไม่น่ากินยาเล้ย)  แต่นั่นแหละ  ไม่รู้จะอวยพรชีตามเวลาท้องถิ่นของที่ไหนดี  ญี่ปุ่น  ไทย  หรือแอลเอ  ^^'

   43 แล้วเหรอ....

   สี่สิบสามแต่ผิวยังงั้นแถมหุ่นยังงั้นทั้งๆที่กินเยอะขนาดนั้น  หล่อนไม่ใช่คนใช่ม้ายยย  ศัตรูของผู้หญิงชัดๆ! (เขย่าคอ) 

   นับนิ้วดู  จะว่าไปไอ้เราก็มานั่ง HBD โยตั้งแต่ชียังไม่ 30 เลยแฮะ  จนตอนนี้ปาเข้าไป 40 กว่าเเล้ว  เป็นอะไรที่รู้สึกไม่น่าเชื่อยังไงชอบกล  สารภาพตามตรงว่าเคยแอบคิดว่าหากโยแก่ตัวลงจะเป็นยังไง  ตอนนั้นนึกภาพโยอายุ 40 ไม่ออกจริงๆ  จะจินตนาการก็กลัว (บังเอิญตัวอย่างอายุ 40 อัพใกล้ตัวมักมีสภาพเหมือนถูกสิบล้อชนมาสิบครั้งเนะ)  ใครเลยจะนึกว่าชีจะยังสวยปิ๊ง (แถมสาวแตก) ขนาดนี้  หม่ามี้ปลื้มฮ่ะ  T^T

   ยังไงก็ดี  ปีนี้ก็เป็นปีที่โยดูผ่านอะไรมาเยอะ  ทั้งเรื่องดีๆและเรื่องชวนเครียด (อย่างที่ตอนนี้ดูจะกำลังมีปัญหาอยู่)  ถึงขั้นออกปากพูดขึ้นมาว่า "อยากถอนตัวจาก X JAPAN" (จากสตาฟรีพอร์ต Ym)  ถึงจะว่าโยพูดแบบกึ่งเล่น  แต่เธอก็ต้องเครียดจัดสุดขีดนั่นแหละถึงหลุดคำนั้นออกมาได้  ส่วนนึงเพราะตอนนี้ต้องทำงานของ X แบบถูกคนอื่นยื่นเดดไลน์ให้รึเปล่า?  แต่ไม่ว่าจะยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยเถอะนะ     

   วันนี้โทชิจะโทรไป HBD รึเปล่าเนี่ย?

 

   よっちゃんお誕生日おめでとう!!
   生まれてきてくれて有難う!!
   大好きだ!!

 

ป.ล. Ym ว่ามาว่าโยออกไปดูทะเล  ขับรถไปที่ทะเลตรงชานเมืองซานตาโมนิกาที่ไม่มีคน  แอบให้อารมณ์เหงานิดๆแฮะ  โทชิ!  รีบโทรมาคุยเป็นเพื่อนเร็วเข้า!!

 

EDIT:  โยอัพบล็อก my space แล้วววววววววววว  คราวนี้ภาษาฝรั่งเศสวุ้ย  เขียนเองหรือให้คนอื่นแปลให้เนี่ย (ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าเรียนภาษาฝรั่งเศสทุกวันอยู่)

http://blogs.myspace.com/index.cfm?fuseaction=blog.view&friendID=14155082&blogID=450350854

 

 Mes Excuses

Je vous présente toutes mes excuses. Je suis vraiment désolé....

Je ne sais pas comment décrire mes sentiments envers nos fans,

vous qui vous êtiez réjouis à l'idée de voir les concerts de

X Japan à Paris et au japon.

Même si la decision n'était pas la mienne… J'en prends pleine responsabilité…

Et je ne le prends pas à la légère.

J'en ai encore le coeur serré. Je ne supporte pas la douleur d'àvoir brisé le coeur de nos très très cher fans, vous qui m'avez tant soutenus toutes ces années.

J'avais vraiment hâte de faire ces concerts mais notre companie de production a beaucoup de problèmes à resoudre avant que nous puissions recommencer notre tournée.

J'étais prêt à partir en tournée dans n'importe quelles conditions. Si nous avions pu être là, nous vous aurions offer le meilleur spectacle.

Parfois je déteste tout…Je déteste la vie…Je me déteste aussi…

Haissez  moi…. Haissez  moi encore…Mais je vous aime toujours.

Je me demande parfois si j'aurais du rouvrir cette porte qui

s'appelle "X Japan". Mais en meme temps, je ne sais pas non plus comment la fermer.

 

Avec Amour,

 

YOSHIKI

 

  ขอโทษ+อธิบายสาเหตุที่เลื่อนไลฟ์ด้วยล่ะ    TwT

 

Parfois je déteste tout…Je déteste la vie…Je me déteste aussi…

Haissez  moi…. Haissez  moi encore…Mais je vous aime toujours.

 

 บางครั้งผมก็เกลียดทุกสิ่งทุกอย่าง...  ผมเกลียดชีวิต... ผมเกลียดตัวผมเองด้วย 

เกลียดผมเถอะ.... เกลียดผมอีก... แต่ผมจะยังรักพวกคุณตลอดไป 

 

  อ่านตรงนี้แล้วน้ำตาไหล...

 

EDIT: เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย  Barks ลงข่าวเรื่องบล็อกโยวันนี้ด้วยล่ะ   http://www.barks.jp/news/?id=1000045101  เริ่มแน่ใจขึ้นมาแล้วว่าคนเขียนข่าวเกี่ยวกับ X และโยของ Barks นี่ต้องเป็นหนึ่งในแฟนแหงๆ  เขียนเชียร์มากกกกกก  น่าจะจ้างคนนี้ให้ไปเขียนรีพอร์ตใน Ym นะ  แฟนๆคงจิตตกน้อยกว่าทุกวันนี้เยอะ 

 

ป.ล. ว่าแต่มีคนแปลมายสเปซโยไปแล้วรึยังเนี่ย? (อ่านรอบแรกแล้วเฟลจนไม่มีอารมณ์แปล)  ถ้ายังก็จะได้แปล  แต่ถ้ามีแล้วก็จะได้ไม่แปล  ขี้เกียจง่ะ  = ='

   แปะภาพโยจาก Barks หน่อยแล้วกัน  ขอให้เธอสบายใจ (อย่างน้อยก็กว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน) ขึ้นเร็วๆด้วยเถอะ

 

        

 

   สี่สิบกว่าแล้วยังปิ๊งได้ขนาดนี้  นับว่าหนูมีลาภอันประเสริฐแล้วล่ะลูก    

 

edit @ 20 Nov 2008 23:27:54 by XFreak

   เหลือบลงไปมองเอ็นทรี่ข้างล่าง  ไหงมันชวนหดหู่สลดใจเยี่ยงนั้น  = ='  หลุดคอนเซ็ปต์บล็อกอย่างแรง (ว่าแต่บล็อกนี้มีไอ้คอนเซ็ปต์อะไรนั่นด้วยเรอะ)  ทำเอาอดรนทนไม่ได้ต้องหาอะไรไร้สาระมาแปะทับทีเดียว  หากใครมีอะไรประมาณนี้แล้วอยากแบ่งปันก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงฮ่า  ดูทีไรอดขำไม่ได้ทุกที

   อย่างไรก็ดี  อันแรกนี้เริ่มต้นมาแบบขำไม่ค่อยจะออกเท่าไหร่แฮะ  

 

 

   อยากอ่านการ์ตูนเรื่องนี้อ้ะ  www  เห็นเขาว่าลงในนิตยสารอะไรสักอย่างที่ขายในเซเว่นที่ญี่ปุ่น  เนื้อหาก็รวมๆกันไปทั้งเรื่องจริงที่พิสูจน์ได้และเรื่องลือสไตล์มิติพิศวง (คือพิสูจน์ไม่ได้นั่นเอง)  ลายเส้นดูงามแงะไม่หยอก  ทำเอาแต่ละคนไม่มีใครหน้าตาไม่ดีเลยฟร่ะ (exaggerated มั่กๆ) โดยเฉพาะโทชิ  หล่อเด้งเท่คมอ๊ะอั๊งขาดใจ  ให้อารมณ์เหมือนเฮียแกเป็นบอดี้การ์ดจากหนังฮอลลีวู้ดที่ไหนก็ไม่ปาน  ส่วนหญิงโย......  ไม่รู้ทำไม  เห็นแล้วจิตประหวัดถึงยูกิ เอย์ริ  พระเอกเรื่อง Gravitation ไปซะงั้น (โยเป็นคนเดียวที่ยังไม่เคยเห็นใครวาดการ์ตูนได้เหมือนแบบเป๊ะๆเลยซักคนแฮะ)  ฮีธนี่แอบหล่อสู้ตัวจริงไม่ได้  พาตะแอบดูดี  ส่วนไทจิ  โคตรเหมือนเลยว่ะ  = ='

 

   เริ่มที่ภาพที่ไม่ค่อยจะฮานักไปแล้ว  มาดูเวอร์ชั่นฮาแตกกันบ้าง  มันคือ...  มันคือ......

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

         หมัดเทพเจ้าดาวเหนือออออออออ ! ! ! ! ! (เวอร์ชั่น X ฮ่ะ)

 

                

 

   สะท้านอารมณ์จนพูดไม่ออกเลยทีเดียว (พาตะแบรบว่า...)  = ='

 

 

   สุดท้ายของวัน  ขอปิดด้วยรูปฝีมือฮิเดะจัง (รู้ชิมิว่าฮิเดะชอบวาดรูป  หน้าปกนิตยสารแฟนคลับเล่มแรกๆก็เป็นภาพวาดฝีมือฮิเดะนี่แหละ)  มาดูกันว่าในสายตาฮิเดะ  สมาชิก X แต่ละคนมีอิมเมจยังไง

 

       

 

   อืม......  นอกจากตัวเองกับโยแล้ว  แต่ละคนดูไม่มีดีกันเลยยังไงชอบกล  = ='  ฮิเดะจังลำเอียงอ่ะ  แอบวาดโยคล้ายมาไรค์ (นายเอก) ของเรื่อง Patariro ด้วย (ท่าชีแร่ดอย่างแรง  ฮิเดะจังคิดอะไรอยู่)      

  

   หากมีอารมณ์  เดี๋ยวมาต่อกันคราวหน้าด้วยเรื่องQทาโร่!  อย่าเพิ่งตกใจ  ยังไม่ได้จะเปลี่ยนจากบล็อก X เป็นบล็อกการ์ตูนแต่อย่างใด  มันก็เกี่ยวกับ X อยู่ดี  แค่คราวนี้ X ดันไปเอี่ยวกับ Qทาโร่ด้วยเท่านั้นเอง   

 

   ครบรอบ 1 ปี......

 

   ไม่รู้จะพูดอะไรดี  = ='

 

   คิดอีกที  หากไม่มีการรียูเนี่ยนซะ  ชีวิตก็คง "ง่าย" กว่านี้เยอะ  ไม่ต้องมานั่งพะวง  ไม่ต้องมานั่งเครียดกับเรื่องที่จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยซักนิด  เรื่องที่จบแล้วก็ให้มันจบไป  เหลือเป็นตำนานให้หวนย้อนนึกถึงก็พอ  ไม่ต้องมาสะกิดแผลเก่าที่เคยร้องไห้จะเป็นจะตายเมื่อสิบปีก่อนด้วย (ชีวิตนี้ไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนั้นมาก่อนเลยจริงๆนะ)

 

   แต่แล้วก็มีรียูเนี่ยน

 

   แต่แล้วเวลาที่หยุดไป 10 ปีก็เริ่มเดินอีกอีกครั้ง

 

   ชีวิตมักสอนมนุษย์ให้หัดมองโลกในแง่ร้าย  หัดหวาดระแวง  หัดประชดประชัน  เพราะนี่คือวิธีที่ "ฉลาดกว่า" ในการดำรงอยู่ในสังคม  และบางครั้ง  วิธีที่เหมือนจะฉลาดที่สุดก็คือการ "ปฏิเสธ" การมีชีวิต (แต่จะว่าอะไรได้ล่ะ  จำที่ไซเลนัสบอกราชาไมดาสถึงความสุขสูงสุดของมนุษย์ได้ไหม  สิ่งที่ดีรองลงมาจากการไม่เกิด  ไม่มีอยู่  ไม่ต้องเป็นอะไรทั้งสิ้นก็คือ "ได้ตายเร็ว" ใช่ไหมล่ะ)

 

   ไม่ปฏิเสธว่าเราเองก็เชื่อแบบนั้นอยู่ลึกๆ  

 

   แต่พอได้เห็นภาพสมาชิก X ที่เหลืออยู่มารวมกัน  โดยเฉพาะพอได้เห็นภาพ "เพื่อนสนิท" สองคนที่เคยคิดว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่มีวันได้เห็นเขาหวนกลับมาหากันอีกแล้ว...

 

   เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รู้สึกว่า  "ดีนะที่ยังมีชีวิตอยู่"

 

   และอย่างกับหนังน้ำเน่า (แต่ดันเป็นเรื่องจริง)  ลูกพี่ลูกน้องที่อายุน้อยกว่าก็มาจากไปด้วยอุบัติเหตุในแบบไม่น่า  อันยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกว่า  "ดีนะที่ยังมีชีวิตอยู่"

 

   เพราะยังมีชีวิตอยู่  ทุกอย่างถึงยังไม่จบ

 

   เพราะยังมีชีวิตอยู่  ทุกอย่างถึงสามารถดำเนินต่อไป

 

   และเพราะยังมีชีวิตอยู่  เราถึงยังสามารถร้องไห้ให้กับผู้จากไป

 

   生まれてくれて、ありがとう

 

 

ป.ล.  ยังไงก็ดี  ขายตั๋วปารีสได้แล้วว้อยยยยยย

 

edit @ 22 Oct 2008 21:14:30 by XFreak