ลังเลอยู่นานเชียวว่าจะเขียนไม่เขียนดี ^^' เอาเป็นว่า หากท่านใดในที่นี้เป็นแฟนของ WANKU (หรืออีกนัยหนึ่งคือคาโอริ ภรรยาของโทชิ) หรือตัวโทชิเอง ก็เลี่ยงไม่อ่านซะอาจดีกว่าเนะ จริงๆคือหากไม่อยากไม่สบายใจก็อย่าอ่านเลยดีกว่าค่ะ แม้จะพยายามพูดถึงแบบ "เบา" ที่สุดและน้อยเรื่องที่สุดแล้วก็ตาม (เวอร์ชั่นเผ็ดร้อนและมีดีเทลสงวนไว้เฉพาะคุยกันหลังไมค์)
เพื่อความไม่บาดตา ขอเซ็นเซอร์ไว้เน้
หากใครที่ติดตามข่าวโทชิมาอย่างต่อเนื่อง หรือไม่ต้องต่อเนื่องเท่าไหร่ แต่เป็นแฟนมานานพอที่จะผ่านช่วงเวลาที่โทชิมีข่าวว่าถูก "ล้างสมอง" ซึ่งก็ติดตามมาด้วยซีรีย์ของข่าวที่ชวนเจ็บปวดใจสำหรับแฟน X อีกชุดใหญ่ๆ คงจะพอจำกันได้ว่าช่วงที่วุ่นๆนั้น มีข่าวว่าคาโอริซึ่งเป็นภรรยาของโทชิเป็นผู้เลื่อมใสใน "ลัทธิ" อยู่ก่อน และยังเป็นคนที่ชักจูงโทชิให้เข้าลัทธินี้ตามไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็มีส่วนทำให้แฟนๆจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่ดีกับภรรยาของโทชิคนนี้เท่าไหร่ แล้วพอผนวกกับข่าวลืออื่นๆในเวลาต่อมา เช่นข่าวเรื่องมีเรื่องกับแฟนๆ บอกว่าคนที่ไม่ซื้อซีดีไม่นับว่าเป็นแฟน หรือข่าวเรื่องว่าโยชิกิว่าเป็น "เทพแห่งโรคระบาด" หรือ "เทพแห่งความตาย" (<-- อันนี้โทชิออกมาปฏิเสธแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเราก็เจอคนที่บอกว่าได้ยินมากับหูและถึงขั้นท้าให้ฟ้องด้วยน่ะนะ) ก็ยิ่งทำให้แฟน X จำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่ดีกับเธอเข้าไปใหญ่ ข่าวลือจะเป็นจริงหรือไม่นั่นถือเป็นอีกเรื่อง แต่ที่แน่ๆ การที่มีข่าวลือแบบนี้เกิดขึ้น ก็แสดงให้เห็นว่าอิมเมจของคาโอริในสายตาแฟนๆนั้นไม่ชวนให้พิศมัยเอาเสียเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีคอมเมนต์จากปากเมมเบอร์ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจไม่มีตลอดไป ก็ขนาดเรื่องโทชิเข้าลัทธิหรือถูกล้างสมองยังไม่มีเมมเบอร์คนไหนออกมาพูดซักแอะ (ซึ่งก็นับว่าดีแล้ว เพราะกรณีนี้ยากจะเรียกว่าเพื่อนไม่ช่วยเพื่อน บอกว่า "ทำตัวเอง" เห็นจะเหมาะที่สุด) แล้วเรื่องที่ส่วนตัวยิ่งกว่าอย่างเมียเพื่อนมีเหรอจะกล้าสอดปาก?
ก็คิดแบบนี้มาตลอดล่ะนะ
จนกระทั่งอ่านหนังสือชีวประวัติ YOSHIKI ถึงหน้า 324 พูดถึงตอนที่โทชิแสดงเรื่อง Hamlet แล้วได้พบกับ "เนื้อคู่" ที่รับบทโอฟิเลีย (ควรบอกไหมว่าเป็นโอฟีเลียที่นักวิจารณ์กล่าวขวัญว่าเป็น "โอฟีเลียที่เลวร้ายยอดแย่ที่สุด" ?) แล้วมันมีประโยคนี้
"TOSHI ที่แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้หลังจากนั้นก็ได้พบกับโลกที่นอกเหนือจาก X ผ่านทางเธอ ความน่าพิศวงกับประสบการณ์แปลกใหม่นี้ค่อยๆเปลี่ยนแปลง TOSHI ไปทีละน้อย จนในที่สุด TOSHI ก็ตัดขาดจาก X ไปแสวงหาหนทางชีวิตของตัวเอง""
อืมมมมมมมม......
อ่านแล้วรู้สึกยังไงคะ?
อย่างที่บอกว่าหนังสอเล่มนี้ใช้วิธีเขียนเหมือนนิยาย ดังนั้นหากจะว่ากันแบบนิยาย ดูที่พล็อต การดำเนินเรื่อง ฯลฯ มันก็ดูชี้ไป "ทางนั้น" กันหมด เพราะหลังจากนี้โทชิจะเริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งเจ้าความ "เปลี่ยนไป" นี้ในที่สุดก็นำมาสู่การลาออกจากวง ซึ่งก็มีมากกว่า 1 ครั้งที่ mention ถึงคาโอริในแง่นี้ คือพอเจอกันแล้วโทชิก็เปลี่ยนไป และไม่ได้เปลี่ยนในแง่ที่เป็นผลดีกับวงหรือมิตรภาพ แน่นอนว่าไม่มีการเอ่ยชื่อออกมาล่ะนะ (หากไม่เรียก "เธอ" ก็สรรหาสรรพนามอื่นมาใช้แทน) ที่เราอยากรู้คือ ที่เขียนมาแนวๆนี้นี่เป็นมุมมองของโคมัตสึซังหรือเป็นมุมมองของตัวโยชิกิเอง? แต่หากไม่ใช่มุมมองของโย หรือเธอรู้สึกต่อต้านความเห็นทำนองนี้อย่างรุนแรง (ประมาณว่าแท้จริงเเล้วโยสนิทสนมกับภรรยาโทชิเป็นอย่างดี) มันก็ไม่น่าจะมีหลุดออกมาได้ใช่ไหม?
ว่าตามตรง เราเฉยๆมากกับเรื่องทำนองผู้หญิงเข้ามาเปลี่ยนแปลงมิตรภาพของผู้ชาย บลาๆๆ นะ คือตัวเองก็ได้อิทธิพลความคิดแบบเฟมินิสม์อยู่ค่อนข้างมาก เลยจะออกไปในแนว "แล้วทำไมถึงได้ประเมินค่าว่ามิตรภาพของผู้ชายมันสำคัญกว่าล่ะ!" มากกว่า ประกอบกับครอบครัวเราเองก็เคย suffered กับปัญหาทำนองนี้มาก่อน (รายละเอียดไม่เหมือนกันก็จริง แต่ก็แพทเทิร์นนี้เลยล่ะ) เพราะงั้นทั้งด้วยอุดมการณ์และประสบการณ์ส่วนตัว เราเข้าข้างฝั่งภรรยามากกว่าเพื่อนเสมอ (แต่ทั้งนี้ต้องดูกันที่ข้อมูลด้วยนะ) เรื่องยุบวงก็เหมือนกัน อย่าว่าแต่โทษคาโอริ แม้แต่โทชิเราก็ไม่โทษว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ X ต้องยุบวง จริงอยู่ว่ามันมีที่มาจากการลาออกของโทชิ แต่นั่นก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเขาที่จะเลือกชีวิตของตัวเอง หาก X JAPAN ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้โดยปราศจากนักร้องที่ชื่อโทชิ นั่นก็เป็นปัญหาของ X JAPAN ไม่ใช่ปัญหาอะไรของโทชิเลย
ด้วยเหตุที่ว่ามา เราจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชอบคาโอริเลยแม้แต่น้อย ตัวโทชิเองเราก็ไม่ได้โปรดปรานเขา "แบบนั้น" แล้วเกิดหึงหวงหรืออิจฉาอะไร เอาเข้าจริงตอนโทชิแต่งงานก็ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตอะไรเลยด้วยซ้ำ แฟนๆส่วนใหญ่พากันอวยพรให้เป็นอย่างดีด้วยซ้ำ จะบอกว่าคาโอริชักพาโทชิเข้าลัทธิ? อืม.... ต่อให้เป็นแบบนั้นโทชิก็มีส่วนตัดสินใจเองด้วยอยู่ดี จะโทษคาโอริคนเดียวแล้วให้โทชิเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารก็ดูยังไงๆชอบกล
แต่ถึงอย่างนั้น...
เราก็ยังไม่ชอบคาโอริอยู่ดี ___orz
ไม่ใช่ว่าไม่ชอบมาแต่ไหนแต่ไรนะ อย่างที่บอกว่าด้วยอุดมการณ์ส่วนตัวทำให้เราเฉยๆกับเรื่องทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามา ยอมรับว่าเมื่อก่อนตอนมีข่าวเรื่องล้างสมองเนี่ย เราตามข่าวแค่ผิวๆค่ะ เพราะยิ่งฟังยิ่งรู้สึกปวดตับ = =; รู้ไปก็เจ็บปวด เพราะงั้นไม่รู้เห็นจะดีกว่า (ซึ่งหลังจากที่มาไล่เก็บข้อมูลเพื่อคั้น fact เอาช่วงนี้ ขอยืนยันว่า "ไม่รู้จะดีกว่า" จริงๆ) ตอนได้ยินข่าวรียูเนี่ยน สิ่งแรกที่คิดก็คือเรื่องมาซายะนี่แหละ เพราะว่ากันตรงๆเลย ระหว่างที่เที่ยวล่องไปตาม "หนทางของตัวเอง" เนี่ย โทชิก็เคยพูดอะไรทำร้ายจิตใจแฟน X มาอย่างแสนสาหัส แล้วคนที่เคยพูดจาอย่างนั้นจะกลับมาทำหน้าชื่นเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อนเนี่ยนะ หน้าด้านไปหน่อยมั้ย? ตอนแรกก็นึกว่าจะมาแนว "ตาสว่างแล้ว" ซะอีก ปรากฏว่าไม่ใช่แฮะ (ในแง่นี้ก็ต้องนับถือนะว่ายึดมั่นศรัทธาจริง) ซึ่งตอนนั้นด้วยความดีใจก็ไม่คิดจะสงสัยหาความอะไร (จริงๆคือห้ามตัวเองไม่ให้สงสัยด้วย) ในเมื่อโทชิพูดมาตลอดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกสื่อนั่นมัน "กุขึ้นทั้งเพ" เราก็จะเชื่อแล้วกันนะว่ามันกุขึ้น ถึงจะหนังตากระตุกอยู่ซักหน่อยก็เถอะ ต่อมาเริ่มทำโซโล่ทันที (จริงๆก็ทำตั้งกะแรก เอามาโฆษณาในโดมด้วยซ้ำไป) ก็ยังเฉยๆ เริ่มไปทำวงแปลกๆคอนเซ็ปต์อนุรักษ์ธรรมชาติอะไรซักอย่าง ก็ขำๆ.... เอาเมียออกมา แรกๆก็ยังขำ แต่อยู่ไปอยู่มา... ชักจะขำไม่ออก......
ที่จริงของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมเป็นหลักน่ะนะ แต่โดยรสนิยมส่วนตัวแล้ว เราไม่ชอบผู้หญิงแบบคาโอริเลยอ่ะ ___orz อย่างที่บอกว่าเดิมเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับคาโอริเลย ออกจะเห็นใจหน่อยๆด้วยซ้ำ (ที่ไม่ได้เห็นใจมากมายหรือกรี๊ดกร๊าดอะไรเธอก็เพราะเมื่อก่อนไม่ได้สนใจเลยนั่นเอง) ทำนองว่าเขาดูเป็นสามีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากกันมาดีเนอะ ดูสมกันดีเนาะ ฯลฯ จริงๆในส่วนนี้นี่จนปัจจุบันความคิดเราก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงเนะ เขาสมกันดีจริงๆ อยู่ด้วยกันแล้วเหมือนคู่ผัวเมียไม่เต็มบาทดี.... หากถามว่าแล้วมาเริ่มไม่ชอบคาโอริเอาตอนไหน ก็คงเป็นตอนที่เธอเริ่มเขียนบล็อกตัวเองนี่แหละ... ว่าไงดี การเขียนบล็อกมันต่างจากพวก "เรื่องจากข่าว" ตรงที่มันแสดงถึงตัวตนของผู้เขียนออกมาโดยตรงน่ะนะ เราไม่ใช่แฟนบล็อกของคาโอริ (อย่างที่บอกว่าไม่เคยสนใจเธอมาแต่ไหนแต่ไร) พอรู้ข่าวว่ามีบล็อกก็ลองเข้าไปดูหนนึง ไม่ได้สนใจจะอ่านอะไร สิ่งที่จำได้คือหนวกหูเสียงเพลง + ฮากับแฟชั่นสุดเฉิ่ม (ที่บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่านี่หยุดเวลาเอาไว้ในยุค 80 สมัยที่ตัวเองเป็นไอด้อลขายไม่ออกเหรอ?) แล้วก็จากไป ไม่ได้สนใจอะไรอีก จนพอมีประเด็นเรื่อง "อึสีเขียว" ที่เป็นที่กล่าวขวัญฮือฮากันอย่างยิ่งยวดในคอมมิวนิตี้แฟนญี่ปุ่น เราเลยเกาะกระแสเข้าไปดูกับเขาบ้าง แล้วก็ -->
(สำหรับท่านที่ไม่รู้ มันเป็นบล็อกที่คาโอริเขียนเกี่ยวกับว่าตัวเองกินยาชนิดหนึ่งซึ่งมีสีเขียว จึงทำให้อึออกมาเป็นสีเขียว ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่รู้ทำไมเธอถึงตื่นเต้นที่จะเอามาเขียนลงบล็อกนัก แต่ที่สำคัญคือมันทำให้อิมเมจของคาโอริในสายตาแฟน X ดิ่งวูบทันที แน่นอนว่ารวมไปถึงโทชิผู้ "แต่งงานกับผู้หญิงที่เล่าเรื่องอึตัวเองลงบล็อก" ด้วย) แต่ตอนนั้นก็ยังรู้สึกแค่ประมาณ "เป็นผู้หญิงที่เปิดเผยเรื่องของตัวเองดีนะ" (หัวเราะแห้งๆ)
จากนั้นก็ยังคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับบล็อกของคาโอริดังเดิม (เป็นพวกที่หากไม่ชอบก็ไม่ยุ่ง) แต่ปัญหาคือ ในคอมมิวนิตี้ที่เราสิงอยู่มีประชากรมากมายมหาศาล (ว่ากันตามตรงก็ที่สุดในโลก) ซึ่งก็แน่นอนว่าย่อมมีพวกแอนตี้เข้ามาป่วน วิธีป่วนอย่างนึงที่แพร่หลายมากคือการ copy-paste ข้อความมาแปะซ้ำๆหลายรีพลาย (ข้อความจะเป็นอะไรก็ได้ แต่โดยมากมักเป็นข้อความที่มีเนื้อหาที่เข้าใจว่าคนที่สิงในหัวข้อนั้นอ่านแล้วไม่บันเทิงอารมณ์) ที่ผ่านมาก็เคยเจอกระแสป่วนแบบนี้มาเยอะ อย่างตอนโยมีคดีซูโม่นั่นก็ต้องฝ่าคลื่นลมกันแบบทรหดทีเดียว แต่คราวนี้ มีพวกที่มาป่วนโดยก๊อปปี้ข้อความในบล็อกคาโอริมาแปะอ่ะ ___orz (ในแง่หนึ่ง การที่ข้อความในบล็อกของภรรยาเมมเบอร์สามารถเป็นเครื่องมือของพวกแอนตี้ได้นี่ก็สุดยอดไปเลยนะ) เพราะงั้นต่อให้ไม่อยากอ่าน มันก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าเองจนได้ = =; ส่วนใหญ่ก็จะลากเมาส์หนีอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากข้อความมันยาว ลากยังไงก็ต้องมีประโยคที่ผ่านตาบ้าง แล้วพอผ่านเข้าตาบ่อยๆเข้ามันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า "อายุขนาดนี้แล้วใช้ภาษาแบบนี้ไม่อายบ้างเหรอ..." อันนี้ก็เป็นอะไรที่พูดลำบาก เป็นไปได้ก็อยากให้พิสูจน์กันเอง (แต่ก็ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นดีในระดับนึงเนาะ) คือมันเป็นสำนวนภาษาแบบที่เราตั้งชื่อให้ว่า "คุณป้าแอ๊บแบ๊ว" อ่ะ
ขอบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาคนเลียนแบบ เมื่อก่อนตอนโดนป่วนแบบนี้ใหม่ๆเคยสงสัยว่าคนป่วนเมคเองเพื่อใส่ร้ายคาโอริจนตามไปดูบล็อกเพื่อพิสูจน์ด้วย แล้วผลก็....... ภาษามันปัญญาอ่อนเหมือนแอนตี้จงใจแกล้ง แต่แม้แต่แอนตี้ก็ยังยากจะเลียนแบบ อีกอย่าง จะเลียนแบบทำไมในเมื่อของจริงมันอ่านแล้วปวดตับกว่าอีกล่ะนะ
แต่นั่นก็ยังไม่ได้จะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบคาโอริอยู่ดี (แค่ออกแนวแหยงๆหยึยๆ) เหตุผลหลักเนี่ย มันคือตอนที่แฟนๆเริ่มจับกลุ่มเมาธ์ว่าโดน "ลบคอมเมนต์" หรือ "คอมเมนต์ไม่โชว์" มากกว่า เรื่องของเรื่องคือ มีแฟนบางคนที่เข้าไปเมนต์พูดถึงโย ซึ่งก็ไม่ได้จะมีพิษมีภัยหรือวิพากษ์วิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น แค่เมนต์ไปว่า "YOSHIKI ก็น่ารักนะคะ" แล้วก็ถูกลบ... แฟนอีกหลายคนก็พบเจอประสบการณ์แบบเดียวกัน (ถึงขั้นเคยแกล้งยกโขยงไปเมนต์ในบล็อกคาโอริเพื่อดูว่าอันไหนจะโดนลบอันไหนจะได้ขึ้นด้วย) จนเป็นที่ขึ้นชื่อ (ในหมู่แฟน) ว่าในบล็อกคาโอริห้ามเอ่ยถึงโยชิกิ ซึ่งเมื่อประกอบกับข่าวลืออันโด่งดังที่มีมานาน (ว่าคาโอริเคยเรียกโยว่าเป็น "เทพแห่งโรคระบาด" หรือ "เทพแห่งความตาย") ก็ทำให้แฟนๆยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าคาโอริคงจะไม่ชอบโยชิกิจริงๆ แต่ในส่วนของเรื่องนี้ก็อย่างที่บอก เราเข้าข้างฝ่ายภรรยามากกว่า และมองว่าการที่โยชอบให้คนอื่นคอยโอ๋เนี่ย จะถูกเขาเกลียดก็ไม่แปลกอะไรซักนิด ที่เราติดใจคือ ทำไมกับแค่คอมเมนต์ที่ไม่มีพิษมีภัยอะไรถึงต้องลบทิ้ง? ดูวางตัวไม่เป็น + ไม่ค่อยฉลาดยังไงชอบกล คือในเมื่อคุณถูกแฟนๆลืออยู่ว่าไม่ถูกกับหัวหน้าวงของสามี ทำไมถึงได้เปิดช่องให้ข่าวลือมันดูมีมูลความจริงขึ้นมาล่ะ?
นอกจากนั้นก็มีอีกเรื่องที่น่าสังเกต คือก่อนหน้านี้ คาโอริเขียนบล็อกถึงโทชิบ่อยมากกกกกก แต่เป็นโทชิในโซโล (ซึ่งทำกันในลัทธิตัวเอง) เท่านั้น เหมือนกับไม่มีโทชิที่เป็นนักร้องของ X JAPAN อยู่ในโลกนี้ก็ไม่ปาน อันนี้แฟนบางคนวิจารณ์ว่าเหมือนจงใจบอกว่าสำหรับโทชิ X เป็นแค่งาน โซโลต่างหากที่โทชิมีความสุขจริงๆ แต่ส่วนนี้ก็แล้วแต่มุมมอง จะมองว่าเธอไม่อยากหาประโยชน์จากชื่อเสียงของ X ก็ได้ใช่มั้ยล่ะ? ถึงจะรู้สึกว่ามันแปลกๆตรงที่ในเมื่อเขียนเรื่องของสามีขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงไม่เขียนเรื่องของวงที่สามีเป็นนักร้องอยู่ ไม่จำเป็นต้องเขียนถึงละเอียดลอออะไร แค่บอกคร่าวๆก็ได้ไม่ใช่เหรอ? "ความเงียบ" น่ะมีเสียงนะ ยิ่งเงียบกริบยิ่งดังจนแสบแก้วหู (หัวเราะ) แต่จริงๆก็แอบคิดอยู่ว่าหรือทางคณะกรรมการจะมีบอกไว้ว่าห้ามพูดอะไรเกี่ยวกับ X หรือ YOSHIKI? (ก็ชื่อเสียง + อิมเมจของโทชินอก X JAPAN ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องมันเน่าจนกู่ไม่กลับแล้วนี่นา)
แต่แล้ววันที่เขียนถึงก็เกิดขึ้นจนได้ (หัวเราะ) ไม่สิ จะว่าเขียนถึงก็ไม่เชิง เรียกว่าเอารูปลง (ครั้งแรกคือตอนโดมเดือน 5 ที่ผ่านมา) บอกว่าเป็นโตเกียวโดม อ้อ มีรูปโทชิถ่ายกับฮีธแล้วก็สุงิโซ่ด้วยนี่นะ แต่ไม่มีคำว่า X JAPAN หลุดออกมา (จนบางทียังแอบนึกว่าหากเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆมาอ่านบล็อก เขาจะนึกว่าโทชิไปทำอะไรที่โตเกียวโดมนะ) ตอนนั้นก็แปลกใจใช้ได้ แต่ที่ถึงขั้นสะเทือนขวัญนี่ต้องเป็นไลฟ์ไต้หวันที่โทชิมีการเอารูปลงเรียกน้ำย่อยในบล็อกตัวเอง เสร็จแล้วก็เขียนบอกว่าให้ไปดูต่อในบล็อกของ WANKU (ของนินทานิดว่าแรกสุดน่ะใช้ชื่อ "WANK" ด้วย แต่ไม่รู้ว่าไปได้ยินเสียงเมาธ์ว่าคงจะ wank บ่อยจนเอามาตั้งเป็นชื่อหรือยังไง ต่อมาถึงได้เติม u เข้าไปกันอุจาด) ช่างเป็นการโฆษณาที่... จากนั้นก็ตามมาด้วยรูปอัพเดทจากไต้หวันแบบน็อนสต็อป จะว่าดีใจก็.... แฟน X จะดีใจกว่านี้เยอะมากๆหากโทชิเอาลงบล็อกตัวเองแทนที่จะเป็นบล็อกเมียน่ะนะ แล้วที่ช็อคแฟนที่สุดก็คือรูปถ่ายกับโยชิกิปิดท้าย อันเป็นชนวนเหตุให้เกิดอาการช็อคอีกอย่างตามมา
ส่วนตัวแล้ว ถามว่าดีใจมั้ยกับรูปที่โทชิส่งมาให้ภรรยาอัพลงบล็อก คำตอบคือ "ไม่ดีใจ" เอาให้ตรงกว่านั้นก็ต้องบอกว่ารู้สึกแย่อีกต่างหาก จริงอยู่ว่าส่วนนึงเพราะรู้สึกเหมือนโย "แปดเปื้อน" ที่ถูกเอาไปลงบล็อกแบบนั้น (จริงๆต้องพูดว่ารูปนี้ "ว่อน" ไปทั่วมากกว่าสินะ) แต่อีกส่วนคือเพราะ "จังหวะ" ตอนนั้นมันไม่ชวนให้คิดถึงในแง่ดีเอาซะเลยนี่สิ = ='
"จังหวะ" ที่ว่าก็คือ ก่อนหน้าไลฟ์ไต้หวันนิดเดียว ศาลก็พิพากษายืนให้ HOH และพวกโทชิ (มีชื่อคาโอริด้วย) ชดใช้ค่าเสียหายให้กับ "เหยื่อ" ที่ถูก mind control ให้ต้องจ่ายเงินให้กับ "เซมินาร์" นี้ สื่อไต้หวันลงข่าวด้วยว่าที่โทชิมาไต้หวันช้ากว่าเมมเบอร์คนอื่นก็เพราะติดเรื่องคดี และตัวโทชิเองก็แสดงอาการ "หัวเสีย" อย่างเห็นได้ชัดกับคำตัดสิน (ลองไปอ่านบล็อกเขาดูได้) คือโทชิก็พูดแบบที่เคยพูดมาตลอดล่ะนะว่าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก โลกนี้ไม่ความยุติธรรม บลาๆๆๆ (บอกตามตรงว่าฟังแบบนี้แล้วสงสารโจทก์นะ) ตัวเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันโกหกหรือมันจริงอะไรยังไง แต่ที่แน่ๆ การที่ศาลตัดสินแบบนี้ (แถมเป็นการพิพากษายืน อ้อ ให้จ่ายเงินเพิ่มจากที่ตัดสินครั้งแรกด้วย) ก็แสดงว่าฝ่ายโจทก์ย่อมต้องมีหลักฐานที่แน่นหนาพอดู เทียบกันแล้วก็น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าที่โทชิพูดมาตลอดว่าโกหกหรือกุเอา อ้อ ไม่รู้พูดไปจะดีรึเปล่า อาจทำให้ไม่สบายใจกันไปเปล่า แต่ยังไงๆเอ็นทรี่นี้มันก็ไม่ใช่เรื่องสบายใจแต่แรกอยู่แล้ว (เราเตือนท่านแล้ว) เพราะงั้นก็บอกเลยละกัน ยังมีคดีแบบนี้ที่ฝั่งโทชิเป็นจำเลยต่อคิวรอศาลตัดสินอยู่อีกเพียบ...
แล้วหากจำได้ (เราเอาข่าวนี้พูดลงบล็อกด้วย) มีหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเรื่องนี้อยู่หลายฉบับพอดู แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าไหร่ก็ตาม (เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังรียูเนี่ยนข่าวที่เคยโจมตีโทชิหายวับไปอย่างน่าใจหาย ซึ่งเขาก็ซุบซิบกันว่าเกิดจากอิทธิพลของโยชิกิไม่ก็คณะกรรมการล่ะนะ) ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ได้ทำให้อิมเมจของ HOH ในสายตาแฟน X ที่ประเมินค่าให้แบบต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่แล้วพุ่งสูงขึ้นมา แล้วท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ บล็อกที่เมื่อก่อนขึ้นชื่อว่าไม่เขียนถึง X และคำว่า YOSHIKI เป็นคำต้องห้ามก็กลับลงรูป X ทั้งวัน แถมเลยไปจนถึงรูปของ YOSHIKI ที่ว่าอีกต่างหาก
อืมมมมม อาจฟังดูใจแคบ แต่สารภาพว่าไม่อยากให้คนที่มี "ชื่อเสีย" เข้ามาเกี่ยวข้องกับ X โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโยชิกิเท่าไหร่ โทชินั่นเป็นกรณีสุดวิสัย และมันก็ยังแยกได้ว่านี่ป็นงานส่วนนั่นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เลยมาจนถึงภรรยาเนี่ย... มันให้อารมณ์เหมือนมายุ่งขิงกันเกินไปหน่อยมั้ย? เมื่อก่อนไม่เห็นจะเคยพูดถึง พอแพ้คดีแล้วกลับเห็นรูปหราเนี่ยนะ (หากมองในแง่ร้าย รูปที่ลงตอนโดมนั่นก็เพราะมันใกล้ช่วงตัดสินแล้ว?) เราอาจมองในแง่ร้ายเกินไป แต่ "จังหวะ" มันก็ไม่ชวนให้มองในแง่ดีซักเท่าไหร่เลยจริงๆ อีกอย่าง ก่อนหน้าข่าวเรื่องแพ้คดีนิดเดียว หนังสือชีวประวัติโยชิกิก็ออกวางขาย ซึ่งประโยคที่เรายกมาก็ถูกแฟนๆเอามาวิพากษ์วิจารณ์ แน่นอนว่าได้ผลสรุปที่ไม่ได้ดีต่อคาโอริเท่าไหร่ (คือยิ่งตอกย้ำความเชื่อของแฟนๆที่คิดว่าสองคนนี้ไม่ถูกกันหนักข้อ) คดีที่เกิดตามมาเลยชวนให้น่าสงสัย ที่มีคนใช้ชื่อ "คานะ" เข้าไปเมนต์ในบล็อกคาโอริว่าน่าแปลกที่คนที่เคยเรียกโยว่าเป็นเทพแห่งโรคร้ายกลับเอารูปโยมาลง แล้วโทชิก็ "ด่าเช็ด" ลงบล็อกตัวเอง (ซึ่งทำให้แฟนจำนวนมากนึก "กลัว" ขึ้นมาจริงๆ) อย่างที่บอกว่าที่ผ่านมาคอมเมนต์ที่มีชื่อโยหรือเรื่องเกี่ยวกับโยจะถูกลบทิ้งแบบไม่สนใจเนื้อหา แล้วจากการที่แฟนๆจำนวนไม่น้อยเคยลองส่งคอมเมนต์ "ป่วน" เพื่อดูว่าจะขึ้นรึเปล่า ซึ่งก็ไม่ขึ้น แฟนบางคนก็เคยเขียนคอมเมนต์แบบสุภาพแต่เนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ส่งไป ก็ไม่ขึ้นอีกเช่นกัน ในสภาพแบบนี้ เราไม่เชื่อว่าจะไม่เคยมีใครพิมพ์คอมเมนต์เนื้อหาแนวนี้ส่งไป แต่ทำไมถึงมีแต่ "ครั้งนี้" (ที่ตัวเองเพิ่งแพ้คดี และหนังสือชีวประวัติโยชิกิซึ่งมีข้อความแบบนั้นปรากฏอยู่ออกวางขาย) เท่านั้นที่คอมเมนต์แนวนี้ถูก approved ให้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชน? มองในแง่ร้ายก็คืออยากแก้ข่าวเรื่องเกลียดโย (สามารถดูเธอเล่นบทนางเอกผู้น่าสงสารได้ในบล็อก) มองในแง่ดีก็... มองไม่ออกง่ะ = =' จิตใจเราคงชั่วร้ายเกิน อย่างน้อยหากไม่เคยลบคอมเมนต์ที่เขียนแค่ว่า "YOSHIKI ก็น่ารักนะคะ" ออกก็ยังพอจะนึกอะไรดีๆให้ได้อยู่ แต่ในเมื่ออดีตเคยลบทิ้งซะเหี้ยนเตียนขนาดนั้น มาคราวนี้มันก็ดู "จงใจ" ไปหน่อยมั้ยอ่ะ
อา.... ยาวเหยียด (แต่จริงๆคงแค่ 15% ของทั้งหมด) รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางร้ายยังไงชอบกล ^^' หากอ่านแล้วไม่สบายใจก็ขอโทษด้วยนะคะ แต่นั่นแหละ บอกแล้วชิมิว่าอย่าอ่าน ดังนั้นเอ็นทรี่นี้ไม่ accept any blame เนะ
ป.ล. Ym เมื่อคืนพูดอะไรชวนระทึกขวัญ บอกว่าจะมีประกาศอะไรซักอย่าง ขอให้เป็นเรื่องดีๆด้วยเถอะ TwT
edit @ 30 Jun 2009 09:41:03 by XFreak