สาเหตุที่ TAIJI ลาออกจาก X (?)
posted on 26 Apr 2009 06:42 by xfreak in Episodesวันก่อนมีเพื่อนมาถามถึงความเป็นไปของ X JAPAN ช่วงนี้ ว่าเป็นไงมาไงแล้วบ้าง ใกล้จะมาเล่นไลฟ์ที่ไทยแล้วรึยัง (เพื่อนคนนี้ไม่ใช่แฟนแต่ก็สนใจจะไปดูหากมาเนะ) เราเลยเล่าข่าวคราวคร่าวๆให้ฟัง แล้วเพื่อนก็พูดขึ้นว่า "เอ๊ะ นี่โยชิกิมีเรื่องกับมือเบสอีกแล้วเหรอ?"
อ่า...
มันมิใช่เช่นนั้นอ่ะ ___orz
แต่นั่นแหละ หากมองด้วยสายตาของคนที่ไม่ใช่แฟนมันก็คงจะคล้ายๆแบบนั้นสินะ ^^' เพื่อนเลยมีพูดถึงเรื่องไทจิ ซึ่งเราก็ตอบไปตามเรื่องตามราว แล้วไม่กี่วันต่อมาก็มีคนเอาคลิปสัมภาษณ์ไทจิมาให้ดู ซึ่งพอประกอบกับเรื่องวุ่นๆในปัจจุบัน เลยคิดว่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยอาจจะดีก็ได้ขึ้นมา...
ถึงอย่างนั้นก็ยังชั่งใจอยู่พักใหญ่ ^^' เพราะประเด็นนี้มันมีอะไรที่ออกจะเป็นการ offend อยู่ไม่น้อย และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงซะด้วยสิ แต่ไหนๆก็ไหนๆ......
เข้าประเด็น หากพูดถึงเรื่องไทจิ "ลาออก" จาก X เชื่อว่าแต่ละท่านก็คงพอทราบถึง "สาเหตุ" อยู่แล้วในใจกันคนละเรื่องสองเรื่องหรือหลายเรื่อง (หัวเราะ) ทั้งนี้เพราะเรื่องนี้มีมากกว่า 1 เวอร์ชั่น ไม่ว่าจะในระดับของข่าวลือหรือที่ออกจากปากของเจ้าตัวเองก็ตาม แล้วเวอร์ชั่นไหนกันแน่ที่ "จริง"
หากให้ตอบแบบฟันธง ก็ต้องบอกว่า "ไม่รู้" ค่ะ ฮ่ะๆ ที่เขียนนี่ก็ไม่ได้เพื่อจะบอกว่าตัวเองรู้ดีหรือรู้มากเกี่ยวกับเรื่องนี้กว่าคนอื่นๆหรอกเนะ เพียงแต่หลังจากที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานมาได้ระดับหนึ่งในระยะเวลาหนึ่ง (กลายเป็นสันดานที่แก้ไม่หายไปแล้ว ไอ้เรื่องปฏิบัติกับทุกอย่างที่เป็น text แบบเดียวกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์เนี่ย แต่ที่จริงทุกอย่างก็ถือเป็นหลักฐานได้ทั้งนั้นแหละ มันขึ้นอยู่กับว่า "คำถาม" ของเราคืออะไรต่างหาก) เราก็มีความเห็นของตัวเองอยู่ เป็นความจริงหรือไม่นั้นไม่รู้ แต่ด้วยหลักฐานที่เข้าถึงและการวิเคราะห์ส่วนตัว เรา "คิด" ว่ามันเป็นแบบนี้ และเอาเข้าจริง เดี๋ยวก็จะได้เห็นว่า แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังใช่ว่าจะรู้ว่า "ความจริง" เป็นยังไงเลยด้วยซ้ำ
เริ่มกันที่เวอร์ชั่น Official ก่อน เชื่อว่าหลายๆท่านคงเคยได้อ่านกันมาแล้ว หรือต่อให้ไม่อ่านก็รู้เนื้อความ แต่ในกรณีที่จะพูดเรื่องนี้ก็จำเป็นต้องเอาลงเนอะ
*แปลจาก text ที่เว็บ White Poem รวบรวมไว้ค่ะ
http://www2s.biglobe.ne.jp/~reiko/ml/digest/ml20000430taiji.html
คำแถลงเรื่องการลาออกของไทจิ วันที่ 31 มกราคม 1992
โดย X ที่กำลังอยู่ในช่วงพักกิจกรรมวง
แม้จะมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย แต่ในที่สุดก็สามารถกลับมาญี่ปุ่น ออกทัวร์รวมถึงแสดงที่โตเกียวโดม 3 วันได้โดยสวัสดิภาพเป็นที่เรียบร้อย ทั้งหมดนี้ หากปราศจากซึ่งการสนับสนุนของแฟนๆทุกท่าน สตาฟทุกคน และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วก็คงไม่อาจสำเร็จลุล่วงไปได้เลย กรุณาให้พวกเราได้กล่าวขอบคุณจากใจจริง ขอบพระคุณมากครับ
อาจจะกะทันหันไปอยู่ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องเรียนให้ทราบที่นี่ ความจริงแล้ว การแสดงที่โตเกียวโดมในวันที่ 7 มกราคมนั้นเป็นครั้งสุดท้าย มือเบส TAIJI ได้ตัดสินใจว่าจะก้าวเดินไปสู่จุดหมายที่แตกต่างไปจากพวกเรา 4 คนแล้ว มีช่วงหนึ่งที่เราคิดกันถึงเรื่องยุบวง แต่ทั้งเพื่อตัวพวกเราเอง ทั้งเพื่อตัว TAIJI และก็ทั้งเพื่อแฟนๆ เราคิดว่าจำเป็นต้องทำวงที่มีชื่อว่า X นี้ต่อไป ผลที่ได้จึงออกมาเป็นแบบนี้ แฟนๆทุกท่านก็คงมีความเห็นที่หลากหลายกันไปเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่นี่เป็นสิ่งที่พวกเราขบคิดกันอย่างจริงจังแล้วจึงตัดสินใจ และเนื่องจากตอนนี้พูดอะไรไปก็คงฟังเหมือนแก้ตัว เราจึงจะไม่พูดเกินไปจากนี้อีก
คำตอบทั้งหมดนั้น เมื่อ X กลับมาอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้น ในฐานะของนักดนตรี ในฐานะของศิลปิน พวกเราอยากจะตอบด้วยดนตรีครับ เราคิดว่า TAIJI เองก็คงจะคิดเช่นเดียวกัน
นับจากนี้ แม้จะแยกย้ายกันไป แต่ก็ได้โปรดคอยเฝ้าดูพวกเรา 4 คน แล้วก็ TAIJI ที่ต่างก็จะออก Start ครั้งใหม่ด้วยครับ
X ทุกคน (YOSHIKI, TOSHI, HIDE, PATA)
นี่คือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการโดยทางฝั่ง X อย่างไรก็ดี ใช่ว่าตอนนั้นไทจิจะเก็บปากเก็บคำอยู่อย่างเงียบกริบ เพราะเขาเองก็มีการแถลงเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองลงในนิตยสาร On Stage ฉบับเดือนเม.ย. 1992 เหมือนกัน ลองอ่านแล้วพิจารณาเอาเองนะคะว่าไทจิได้ "พูด" ถึงใครในวงบ้างรึเปล่า
ถึงแฟนๆ สตาฟ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน
กะทันมากเกินไปแบบนี้ คงทำความลำบากให้กับแฟนๆ สตาฟ แล้วก็ผู้เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ต้องเป็นห่วงกันมากมาย ต้องขอโทษด้วยนะครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่เคยสนับสนุนและช่วยเหลือผมสมัยที่อยู่ X ด้วยครับ
เกี่ยวกับการออกจาก X ครั้งนี้ มีเรื่องที่ผมคิดว่าต้องพูดกับทุกท่านอยู่
โดยตัวผมเองนั้น จริงอยู่ว่ามีความคิดเห็นที่แตกต่างกับทางวงอยู่หลายเรื่อง แต่ก็ได้พยายามที่จะทำ X ต่อไป
อย่างไรก็ดี ในวันที่ 31 ธันวาคมปีที่แล้ว หัวหน้าวงได้มาแจ้งผมเป็นการส่วนตัวว่าจะดำเนินกิจกรรมแยกกันไป ผมจึงลาออกโดยมีการแสดงที่โตเกียวโดมวันที่ 7 มกราคมเป็นครั้งสุดท้าย
แม้จะได้ไตร่ตรองดูมากมาย แต่แม้กระทั่งว่าจะทำยังไงดีผมก็ยังไม่สามารถทำได้เลย
หลังจากนี้ต้องนับว่าโชคดีที่ผมจะได้ร่วมเล่นกับศิลปินที่ตัวเองนับถือที่สุด
เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งในความปรารถนาดีของทุกท่านจากโซนี่มิวสิคเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โซนี่เร็คคอร์ด และสตาฟรูม 3rd มากครับ
และสุดท้ายนี้ แฟนๆทุกท่าน
จากนี้ไปผมอยากให้ฟังเสียงของผมด้วยหูของตัวเอง แล้วรับผมไว้ด้วยตัวเองครับ
TAIJI
รู้สึกเหมือนมองเห็นอะไรระหว่างบรรทัดมั้ยคะ? ^^' รู้สึกว่ามีความแตกต่างระหว่างแถลงการณ์ของทางวงกับตัวไทจิบ้างรึเปล่าเอ่ย
มาที่ "ข่าวลือ" ในหมู่แฟนๆกันบ้าง แน่นอนว่าก็เป็นอย่างที่สมาชิกบอกไว้จริงๆนั่นแหละ คือมี "ความเห็นที่หลากหลาย" กันไปเกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย ยากจะพูดได้ว่าข่าวลือพวกนี้มีที่มาจากไหน อาจเป็นได้ตั้งแต่จินตนาการล้วนๆของแฟนๆ ความเห็นที่เกิดจากการสังเกตและติดตามข่าว หรือการได้ข้อมูล "วงใน" ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ในส่วนของเนื้อหา ก็อาจแบ่งได้เป็น 3 ข้อใหญ่ๆ
1) ไทจิไม่พอใจเรื่องเงินที่โยชิกิได้ส่วนแบ่งมากกว่าสมาชิกคนอื่นๆในวง เพราะโยชิกิเป็นคนแต่งเพลงหลัก นอกจากนั้นยังมีส่วนในด้านโปรดิวซ์ และยังกุมอำนาจเรื่องการเลือกเพลง (ว่าจะเอาและไม่เอาเพลงไหน) ไว้ในมือ แถมไทจิยังเป็นคนที่คอยออกความเห็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องกลองกับเปียโนของโยชิกิแบบไม่เกรงใจอยู่เสมอ พูดง่ายๆคือปกครองลำบาก โยชิกิจึงจัดการไล่ออกซะเลย
2) ไทจิเป็นตัวก่อปัญหาของวง ทั้งๆที่เดบิวต์แล้วแต่ก็ยังไม่เลิกมีเรื่องชกต่อยกับคนทั่วไป แถมยังมีอะไรกับแฟนเพลงผู้หญิง โซนี่เลยบังคับโยชิกิว่าให้เลือกเอาระหว่างไล่ไทจิออกกับยุบวง โยเลยต้องจำใจไล่ไทจิออก
3) ไทจิทำร้ายโยชิกิ ทำร้ายแบบไหนยังไงกรุณาจินตนาการกันตามแต่วิจารณญาณ เหตุเกิดที่ค่ายเก็บตัวยามานากะโกะ
* ที่จริงมีมากกว่านี้ เช่นไทจิโดดซ้อมของ X ไปดู Loudness ซึ่งทำให้โยชิกิโมโห แต่อันนั้นดูเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่ใหญ่กว่าซึ่งคือ "ไทจิขัดแย้งกับโยชิกิ" จึงไม่นำไปรวมไว้ค่ะ
เห็นได้ว่าข่าวลือ 3 เรื่องนี้ต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เรียกได้ว่ามีจุดร่วมที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือการ "ลาออก" (หรือ "ไล่ออก") ครั้งนี้ดูจะเป็นเรื่องระหว่างไทจิกับโยชิกิ สมาชิกคนอื่นดูไม่มีบทบาทอะไรเท่าไหร่นัก และเมื่อดูจากคำพูดของไทจิที่ลงในนิตยสาร คนเดียวใน X ที่ถูกปูนป้ายให้มีบทก็คือ "หัวหน้า" ดังนั้นที่ซุบซิบกันว่าจริงๆแล้วไทจิไม่ได้ "ลาออก" หากถูกโยชิกิ "ไล่ออก" เพราะขัดแย้งกัน (จะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม) จึงฟังดูมีน้ำหนักอยู่พอสมควร ว่าแต่ 1-3 นี่ อันไหนที่เป็นเรื่องจริงล่ะ?
เรื่องที่ 1: ปัญหาเรื่องเงิน ส่วนแบ่งที่ไม่ลงตัว
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นิตยสาร Rockin'f ฉบับปี 2000 เคยสัมภาษณ์โยชิกิอยู่ ความว่า
--- ว่าไป พอวงกลายเป็นอะไรที่ใหญ่โตขึ้นมา ก็มักไม่พ้นมีปัญหาเรื่องสมาชิกในวงแก่งแย่งกันเรื่องลิขสิทธิ์นะครับ
YOSHIKI: สิ่งที่เรียกว่าวงนี่พอเดบิวต์เมเจอร์แล้วก็มีปัญหาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ว่า "ใครเขียนเพลง ใครไม่เขียน" ตามมานะครับ แล้วก็มีวิธีคิดหลายแบบว่าจะแบ่งกันยังไงดี แต่ในกรณีของ X แล้วเนี่ย เราใช้วิธีไม่ว่าใครจะเป็นคนแต่งก็หักครึ่งหนึ่งเอามาแบ่งให้ทุกคนเท่าๆกันก่อน จากนั้นอีกครึ่งที่เหลือก็เป็นของคนแต่งไป นี่เป็นในส่วนของค่าลิขสิทธิ์ (copyright) นะครับ แต่ในส่วนของค่า orginal recording แล้วทุกคนจะได้เท่ากันหมด ที่จริงก็ไม่ใช่แค่ X ผมว่าไม่ว่าจะเป็นวงที่ไหนก็ตาม หากมีคนแต่งเพลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเมื่อไหร่ก็มักเกิดกรณีทะเลาะกันว่า "ใส่เพลงฉันลงในอัลบั้มสิ" ขึ้นมา เพราะงั้นผมเลยตัดสินว่า "จะพยายามใช้เพลงของทุกคนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ฉันแล้วก็ทุกคนต้องเห็นพ้องต้องกันนะ" เพราะงั้นตั้งแต่เป็นเมเจอร์แล้วผมก็รับหน้าที่หัวหน้ามาตลอดจริงๆครับ แน่นอนว่ามี HIDE คอยเป็นแบ็คอัพด้วย
--- การเป็นสิ่งที่เรียกว่าหัวหน้าวงนี่มันก็มีปัญหาอยู่ว่า ต่อให้อยากจะรักษาความเป็นประชาธิปไตยไว้แค่ไหน พอต้องป้องกันสิทธิในฐานะของหัวหน้าก็ต้องกลายเป็นผู้นำเผด็จการไป เป็นฐานะที่ก็มีจุดยืนที่ยากลำบากอยู่นะครับ
YOSHIKI: แต่ X น่ะเป็นประชาธิปไตยนะครับ หัวหน้าวงอย่างผมก็แค่เป็นคนตัดสินใจในขั้นสุดท้ายเท่านั้นเอง เราต้องถามความเห็นทุกคนว่า "ว่ายังไง?" ทุกครั้ง แต่ที่ไม่เคยมีกรณี 4 ต่อ 1 เลยก็คงเพราะ HIDE คอยอยู่ข้างผมมาตลอด ผมเป็นคนอธิบายอะไรไม่เก่ง เป็นประเภทจะพูดห้วนๆออกไปเลยว่า "เอาแบบนี้!" แต่ HIDE จะคอยอธิบายกับทุกคนให้ว่า "YOSHIKI คิดแบบนี้อยู่นะ" ตลอด
ดูจากบทสัมภาษณ์นี้ ประกอบกับของไทจิที่เขียนในชีวประวัติว่าโยชิกิได้ส่วนแบ่งมากกว่าใคร เงินเดือนที่ได้โยชิกิก็ได้มากกว่าสมาชิกคนอื่นสองเท่าเพราะเล่นเครื่องดนตรีสองอย่าง ก็สรุปได้ว่าเรื่องที่ว่าสมาชิก X ได้เงินไม่เท่ากันนั้นจริง โยชิกิได้มากกว่าเพื่อนนั้นก็จริง และเรื่องที่โยชิกิมีอำนาจเด็ดขาดในขั้นสุดท้าย (โดยมีฮิเดะคอยเป็นล็อบบี้ยิสต์ส่วนตัวให้) นั้นก็จริง ที่จริงมีเรื่องที่เป็นกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับการตัดสินเรื่องเพลงและความเป็นประชาธิปไตยของ X อยู่ แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องไทจิจึงขอยังไม่พูดถึงนะคะ (แค่นี้ก็ยาวเหยียดแล้ว เกิดนอกเรื่องอาจต้องทำเป็นไตรภาค) แต่ถ้าอยากรู้ก็บอกเน้อ
เรื่องที่ 2: ไทจิเป็นตัวปัญหา ทางโซนี่จึงบีบโยชิกิให้ไล่ไทจิออก
อันที่จริงไทจิเป็นคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "Trouble Maker" ประจำวงอยู่แล้ว (จริงอยู่ว่าโยก็เป็น แต่ในกรณีของเธอเขามักมองว่ามัน "ช่วยไม่ได้" กัน และเอาเข้าจริง พอถึงเวลาที่ต้องรับผิดชอบเธอก็ทำได้จริงๆเสียด้วย) เรื่องชกต่อยนี่ก็เป็นที่รู้กันดี ครั้งที่ดังมาก (น่าจะเคยได้ยินกันมาแล้ว) ก็คือคืนก่อนหน้าขึ้นไลฟ์ครั้งนึง (จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน ขี้เกียจเช็ค) ไทจิก็ไปมีเรื่องชกต่อยเข้าจนแขนบาดเจ็บเย็บหลายเข็ม ต้องให้หมอฉีดมอร์ฟีนให้เพื่อจะได้ขึ้นแสดงได้ ส่วนเรื่องมีอะไรกับแฟนเพลงนี่... ว่าไงดี เขาก็ว่าเรื่องนี้ไทจิไม่เคยปิดบังอยู่แล้วน่ะนะ ^^' อันที่จริงการมีอะไรกับแฟนเพลงผู้หญิงถือเป็นเรื่องธรรมดามากๆสำหรับแบนด์แมนสมัยนั้น (หรือแม้กระทั่งสมัยนี้) ฮิเดะเองก็ยังเคยพูดถึง "เหล่านางฟ้า" ที่คอยช่วยเหลือเวลาลำบากสมัยที่ยังขายไม่ออก (พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกนิดก็คือ "เกาะผู้หญิงกิน" นั่นเอง) อย่างไรก็ดี นั่นเป็นเรื่องสมัยอินดีส์ พอเป็นเมเจอร์แล้วก็ไม่ควรทำอะไรที่เสี่ยงต่อการเป็นข่าวอื้อฉาว ซึ่งตามที่ลือ เขาก็ว่ากันว่าสมาชิก X ทุกคนเลิกพฤติกรรมนี้กันหมดทันทีที่เดบิวต์ มีแค่ไทจิที่ยังคงปฏิบัติต่อ ซึ่งพอรวมๆกับการ "ทำตัวมีปัญหา" ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตัวสมาชิก ทางสตาฟและสังกัดจะรู้สึกเหนื่อยใจก็ไม่แปลก
อันที่จริง ก่อนหน้าที่เรื่อง "ลาออก" จะถูกประกาศออกมา ไทจิก็ทำตัวเป็น "เด็กมีปัญหา" ชัดเจนในแบบที่แฟนๆก็ยังสัมผัสได้ อย่างทำหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จาเวลาไปออกทีวี หรือให้สัมภาษณ์แบบกึ่งๆโจมตีสมาชิกในวง และเจ้าตัวก็เป็นคนที่บอกว่า "เรื่องชกต่อย ผู้หญิง ยาเสพย์ติด ทำมาหมดตั้งแต่อายุ 10 กว่าๆ" ด้วยตัวเอง นึ่งจึงอาจเป็น (และน่าจะเป็น) ทฤษฎีที่ตั้งขึ้นโดยดูจากบุคลิกภาพของไทจิ แต่จะผิดโดยสิ้นเชิงหรือมีส่วนถูกหรือไม่ยังต้องรอดูกันต่อไป
* อาจต้องขอแทรกนิดเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง เท่าที่ลือ เขาว่าฮิเดะเป็นคนจัดการเก่ง สามารถทำให้เรื่องจบลงได้อย่างไม่มีปัญหา ในขณะที่โทชิทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวบ่อยๆ พาตะนั้นไร้ข้อมูล (เอิ้ก) แต่ที่น่าแปลก คือเขาว่ากันว่าโยชิกิเป็นคนที่ไม่ทำอะไรยุ่มย่ามกับแฟนเพลงแฮะ ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าเชื่อหรือเพราะเป็นแฟนโยเลยจะพูดถึงแต่เรื่องดีๆของเธอ (เราเฉยๆกับเรื่องแบบนี้อยู่เเล้วเนะ) เพียงแต่... ในโลกของข่าวลือที่แม้องค์พระปฏิมายังราคิน โยกลับรอดพ้นจากข่าวทำนองนี้มาได้อย่างน่าอัศจรรย์เนอะ ^^' แต่ในทางกลับกัน เธอก็มีข่าวลือว่าเคยเป็นกะเทยอยู่ช่วงนึงแทน (เหอๆ) อ้อ เคยมีผู้ชายที่อ้างว่าได้ทำอะไรเธอสมัยเป็นอินดีส์ด้วยนี่นะ รอดจากอย่างนึงก็มาเจออีกอย่างนึง หนีเสือปะจระเข้จริงๆ
เรื่องที่ 3: ไทจิทำร้ายโยชิกิ
เป็นเรื่องที่ดูเป็น "ข่าวลือ" มากที่สุดในสามเรื่อง ทั้งในแง่ของความเป็นเหตุเป็นผล ความเป็นไปได้ ตลอดจนในแง่ของหลักฐาน จริงอยู่ว่าก็ไม่ถึงกับไม่มีมูลอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่เท่าที่มีนั้นไม่สามารถทำให้อ้างได้ไกลถึงขั้นนี้ อีกอย่าง โยอาจเป็นคนที่ดูอ่อนแอ กิริยาท่าทางก็แมนซะ... แต่เรื่องต่อยตีนั้นมีคนที่รู้จักเธอสมัยเป็นอินดีส์ (อันเป็นช่วงที่เธอระห่ำที่สุด) มากกว่า 1 คนบอกว่า "ไม่อยากมีเรื่องกับโยชิกิ" ไม่ใช่เพราะเธอชกต่อยเก่ง แต่เพราะเวลาคลั่งขึ้นมาแล้วโยจะไม่นึกถึงเลยว่าตัวเองจะบาดเจ็บรึเปล่า หรืออนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง (หากฆ่าใครตายเข้า) ซึ่งการมีเรื่องกับคนแบบนี้มันน่ากลัวจริงๆนะ อย่างที่เขาว่าอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา สำหรับโยชิกิที่ไม่บ้าก็เมาหรือทั้งบ้าทั้งเมาของเธอมาตลอดแล้ว อย่าไปมีเรื่องด้วยน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด ^^'
นอกเรื่องซะไกล (แต่จริงๆก็ไม่เชิงนะ) เอาเป็นว่าด้วยนิสัยอย่างนั้น และตัวไทจิเองก็เคยพูดถึงโยว่า "พอโกรธแล้วเหมือนรถแทรกเตอร์ ทุกอย่างพังราบ แตะอะไรไม่ได้เลย" ไม่นับที่เคยเล่าว่าโดนโยต่อยจนเห็นดาวมาแล้ว (ที่จริงได้ยินบ่อยๆว่ากรามของไทจิผิดปกติไปก็เพราะถูกโยต่อย แต่ยังไม่เคยเห็นบทสัมภาษณ์ที่ว่ากับตาเลยไม่ขอยืนยันนะคะ) ไทจิจะทำร้ายเธอได้เหรอ? หรือต่อให้หน้ามืดขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่คิดว่าจะ "สำเร็จ" หรอกนะ
หัวข้อนี้ไม่อยากลงรายละเอียดมาก เพราะอย่างที่บอกว่ามันช่างดูเป้นข่าวลื้อข่าวลือ แถมตัวเนื้อหาก็ยัง... อืมมม...... เอาเป็นว่าหากอยากรู้หลังไมค์มาดีกว่าเนะ
EDIT:
มาต่อแล้วค่ะ ^^
เอาล่ะ อย่างที่เห็นกันว่ามีอยู่สามสาเหตุ ที่น่าจะตัดทิ้งไปได้มากที่สุดคือสาเหตุที่สาม ทีนี้ก็เหลือหนึ่งกับสอง แล้วเป็นอย่างไหนกันแน่ล่ะ?
หากว่ากันตามตรง หลังจากที่ไทจิออกจากวงแล้ว X ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น X JAPAN และมีมือเบสใหม่ชื่อ HEATH ก็ไม่เคยพูดอะไรถึงอดีตสมาชิกที่ชื่อ TAIJI อีก (อาจดูโหดร้ายอยู่ซักนิด แต่) ไม่มีการแสดงความอาลัยอาวรณ์ว่าสมัยที่ไทจิอยู่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีการคร่ำครวญถึง "Good Old Days" และอันที่จริง หากลองไปค้นหลักฐานดูแล้ว จะพบว่าฮิเดะ (ที่ไทจิมักอ้างถึงภายหลังว่าสนิทด้วยมากมาย แต่ในความรู้สึกของแฟนรุ่นนั้นแล้ว เมมเบอร์ที่ไทจิดูจะสนิทด้วยที่สุดหากไม่นับโยชิกิกลับคือโทชินะ) ซึ่งเป็นคนพา HEATH มา (ภายใต้คำซุบซิบว่าจงใจเลือกคนที่จะไม่มีปัญหากับโยชิกิ) ถึงแก่จัดแคมเปญโปรโมตฮีธอย่างเอิกเกริก ลองอ่านๆนิตยสารที่ออกมาช่วงนั้นดูก็ได้ ฮิเดะกับพาตะช่วยกันสรรเสริญเยินยอฮีธมากมาย (อย่างที่หลังจากนั้นจะไม่พูดถึงขั้นนี้อีก) อารมณ์พยายามบังคับยัดเยียดให้แฟนๆสุดๆ (หัวเราะ) ดังนั้นการจะตรวจสอบข่าวลือด้วยหลักฐานชั้นต้นจากทางฝ่าย X JAPAN จึงยากที่จะทำได้ แต่ทางไทจิล่ะ?
ตรงข้ามกับ X ไทจิดูจะยังอาลัยอาวรณ์ (หรืออาฆาต?) X และโยชิกิอยู่ไม่น้อย เพราะมีการพูดถึงโยในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ลงตามพวกหนังสือพิมพ์กีฬาให้เห็น หรือต่อให้ไม่ออกชื่อตรงๆในบทสัมภาษณ์ ก็ทำให้คนที่ได้อ่านอดคิดว่า "นี่พูดถึงโยชิกิใช่มั้ย?" ขึ้นมาไม่ได้ พูดง่ายๆ ไทจิในตอนนั้นแสดงออกชัดเจนว่าตัวเอง "ไม่ได้ลาออก" แต่ "ถูกไล่ออก" โดยโยชิกิ (ถึงจะบอกว่าโยบอกให้ไทจิลาออก แต่มันก็คือการไล่ออกอย่างสุภาพนั่นแหละ) อย่างไรก็ดี ดังที่รู้กันว่าตัวไทจินั้นเมื่อออกจาก X ไปก็ยากจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ ออกจาก Loudness ในปีถัดมา (1993) พอตั้งวงของตัวเองก็ไม่เคยทำติดต่อกันได้นาน (และไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายด้วย) จนในที่สุดก็ถึงกับต้องกลายเป็น homeless อยู่สวนสาธารณะที่อุเอโนะ 2 ปี ซึ่งระหว่างนั้นก็ไปมีเรื่องจนถูกต่อยฟันหายกรามมีปัญหา จนกระทั่งรู้ข่าวเรื่องฮิเดะถึงได้ไปเจอโยที่งานศพ ซึ่งไทจิบอกว่าโยเห็นสภาพตัวเองแล้วตกใจมาก จากนั้นก็เอาเงินให้ 3 ล้านเยนเป็นค่ารักษา และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไทจิกลับมาในเส้นทางดนตรีอีกครั้ง
และในปี 2000 ไทจิก็ออกหนังสือชีวประวัติของตัวเองออกมา เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ X โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮิเดะ และแน่นอนว่ามีพูดถึงเกี่ยวกับการ "ลาออก" จาก X ด้วย โดยปัญหาหลักที่ไทจิพูดถึงก็คือเรื่องเงินที่เขาเสนอให้แบ่งค่าลิขสิทธิ์ในหมู่สมาชิกให้เท่ากันหมดทุกคนโดยไม่สนว่าใครจะเป็นคนแต่งเพลง ความไม่พอใจในการจัดการเกี่ยวกับวงที่อำนาจทั้งหมดแทบจะอยู่ในมือโยชิกิคนเดียว (โดยที่เขานั้นไม่เห็นเลยซักนิดว่าตัวเองจะด้อยกว่าโยชิกิที่ตรงไหน) เรื่องที่ไม่มีใครเห็นด้วยกับเขาเลยเวลาที่ทะเลาะกับโยชิกิ บลาๆๆ เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ต่างไปจากที่ลือกันเท่าไหร่นัก เว้นเสียแต่ว่าคราวนี้โยชิกิดูผิดน้อยลง (หัวเราะ) จากแต่เดิมที่ทุกอย่างเพราะโยชิกิ (ข้อ 1) ก็กลายเป็นว่า "ไม่ใช่ว่าโยชิกิถูกกดดันจากสตาฟและต้นสังกัดให้ต้องทำหรอกหรือ?" (ข้อ 2) เห็นได้ว่า พอมาถึงจุดนี้ แม้แต่ไทจิเองก็ยัง "ไม่รู้" เลยว่าเพราะอะไรกันแน่ ซึ่งสาเหตุของความไม่รู้นี้ก็อาจเป็นได้ทั้ง
- ไทจิอายุมากขึ้น สามารถหันกลับไปมองอดีตด้วยสายตาที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิมและมองเห็นสิ่งที่เวลานั้นมองไม่เห็น จึงไม่โทษแต่โยชิกิคนเดียวอีกต่อไป
- ไทจิได้รับเงินจากโยชิกิ จึงไม่แปลกที่จะนึก "รัก" หรืออย่างน้อยก็รู้ว่าไม่ควรทำตัวเป็นศัตรูกับโยชิกิอีกต่อไป
แน่นอนว่าในฐานะของแฟนก็ย่อมอยากให้เป็นอย่างแรกมากกว่า กระนั้นก็ตาม เวลาที่มนุษย์พูดถึงเรื่องในอดีต โดยมากแล้วเราไม่ได้พูดเพื่อตัวของอดีตเอง (คือไม่ได้พูดเพื่อบอกให้รู้ว่าเมื่อก่อนเกิดอะไรขึ้น) แต่พูดเพื่อปัจจุบัน (ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมีผลอย่างไรกับปัจจุบัน) ลองสังเกตตัวเองเวลา mention ถึงอดีตดูว่าเราพูดเพื่ออะไร เวลาที่เราเห็นเด็กทุกวันนี้แล้วพูดอะไรทำนองว่า "สมัยที่ฉันอายุเท่านี้..." เราพูดเพื่อบอก fact ของตัวเองในอดีตเพียวๆอย่างปราศจากจุดมุ่งหมายอื่น หรือพูดเพื่อบอกว่าเราเหมือนหรือต่างจากเด็กสมัยนี้กันแน่ (ชักจะเหมือนเล็คเชอร์ความคิดและวิธีการทางประวัติศาสตร์เข้าไปทุกทีแล้วแฮะ) คำพูดและความทรงจำของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (ลองอ่านพวกบันทึกความจำของคณะราษฎรที่เขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ 24 มิ.ย.ที่เขียนขึ้นในบริบทของเวลาที่แตกต่างดู) ไม่จำเป็นต้องเป็นความจงใจหรือตั้งใจที่จะโกหก เพราะบ่อยครั้งมันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเลยซักนิด และกรณีของไทจิก็นับเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะคำพูดของเขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามกาลเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป (ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดามาก โยเองก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยๆ ตอนเลื่อนปารีสก็คร่ำครวญโหยไห้ว่าจะปิดประตูที่ชื่อ X JAPAN ลงยังไง แต่พอจบฮ่องกงดันหน้าบานเป็นกระด้งบอกจะทำไปเรื่อยๆจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว แต่พอเลื่อนเกาหลีทีหน้าหดกลับไปเหลือสองนิ้วอีกละ) แน่นอนว่าเราก็ไม่ได้จะกระไร ที่จริงดีด้วยซ้ำที่ไทจิดูลดความเป็นปรปักษ์กับโยลง เพียงแต่... พอ X กลับมารียูเนี่ยนก็นะ.... ฮะๆ...... ถ้าพูดต่อคราวนี้ล่ะ offended ของจริง ที่จริงปกติก็ไม่อยากพูดอะไรเท่าไหร่ แต่พอเกิดเรื่องฮีธแล้วเจอแฟนบอย/เกิร์ลของไทจิที่งี่เง่าเยอะ (ตอนนี้ยกให้เป็นอันดับ 1 เหนือกว่าฮิเดะแฟนเกิร์ลไปแร้ววว) บางทีมันก็เหลืออดขึ้นมาเหมือนกันเนะ ว่าแต่จะพูดต่อดีรึเปล่าอ่ะ เพราะเอาเข้าจริงๆในส่วนของสาเหตุที่ลาออกมันจบได้แล้ว แต่ในส่วนของคดีใหม่ๆนี่สิ
ป.ล. การเช็คข้อมูลครั้งนี้ทำให้รู้สึกว่าแฟนคลับช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว สามารถลือข่าวได้ตรงก่อนหน้าเจ้าตัวจะออกมาเปิดเผยเองอีก ทึ่งจริงๆนะเนี่ย ^^'
EDIT: หนังสือของสึดะ นาโอชิซังออกแล้ว! อยากอ่านนนนน เห็นคนบางกลุ่มบอกว่าหากเกลียดโยชิกิอย่าอ่านดีกว่า เหอๆ คนไม่เกลียดอย่างเราเลยยิ่งอยากเข้าไปใหญ่ ทางอเมซอนหมดสต็อกไปแล้ว (แม้เว็บอื่นจะยังเหลือ) เลยรู้สึกขึ้นมาว่าสงสัยจะพิมพ์ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ฝากคนที่จะไปญี่ปุ่นซื้อได้มั้ยอ่ะ >w<
ป.ล. เรื่องอื่นเอาเป็นว่ายัดลงในคอมเมนต์แล้วกันนะคะ
EDIT: เกี่ยวกับเรื่องแจกซีดี ROSA หากเป็นในเครือของ Warner Mycal จะได้รับบัตรที่จะนำไปรับซีดี ROSA ค่ะ เห็นเขียนว่าในวันจริง (1 พ.ค.) นี่ใครไปก่อนได้ก่อนนะ >w<
edit @ 27 Apr 2009 22:00:09 by XFreak
ฟังคำร่ำลือแล้วเขาว่าแบบสีขาวสวยกว่าด้วย อยากได้ๆๆๆๆๆๆๆ TwT
แต่ก็ดูจะไม่เป็นผล เพราะช่วงนั้นพี่แกก็ออกเพลง "Kimi ~ series" ออกมา เนื้อเพลงมีเนื้อหาที่คนที่แฟนทั้ง Gackt และโยกรี๊ดกร๊าด ประมาณว่ามันเข้ากับโยได้พอดีเป๊ะ ซึ่งมันก็เข้าจริงๆนั่นแหละ แต่สำหรับอิฉันแล้วเหม็นเรอมากมายฮ่ะ
ทำไมอะไรๆมันถึงไม่ได้ดั่งใจขนาดเน้ อิลูกไม่รักดี (เริ่มพาล) คราวนี้เลยจัดการตัดหางปล่อยวัดซะทั้งคู่ (เห็นผู้ชายดีกว่าแม่ใช่มั้ย งั้นก็ไปเรยยยย) ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ตัดขาดจากเพลงญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง มารู้อีกทีคือตอนชีออก EM 2 โน่นแน่ะ ก็ซื้อนะ แต่ยังคงไม่ได้กลับไปตามติดสถานการณ์อะไร (คิดเหรอว่าชั้นจะยอมรับขมา ผูกข้อไม้ข้อมือให้เอ็งได้เป็นปั๋วเมียกันง่ายๆน่ะ)