Episodes

   วันก่อนมีเพื่อนมาถามถึงความเป็นไปของ X JAPAN ช่วงนี้  ว่าเป็นไงมาไงแล้วบ้าง  ใกล้จะมาเล่นไลฟ์ที่ไทยแล้วรึยัง (เพื่อนคนนี้ไม่ใช่แฟนแต่ก็สนใจจะไปดูหากมาเนะ)  เราเลยเล่าข่าวคราวคร่าวๆให้ฟัง  แล้วเพื่อนก็พูดขึ้นว่า  "เอ๊ะ  นี่โยชิกิมีเรื่องกับมือเบสอีกแล้วเหรอ?"

 

   อ่า...

 

   มันมิใช่เช่นนั้นอ่ะ   ___orz

 

   แต่นั่นแหละ  หากมองด้วยสายตาของคนที่ไม่ใช่แฟนมันก็คงจะคล้ายๆแบบนั้นสินะ  ^^'  เพื่อนเลยมีพูดถึงเรื่องไทจิ  ซึ่งเราก็ตอบไปตามเรื่องตามราว  แล้วไม่กี่วันต่อมาก็มีคนเอาคลิปสัมภาษณ์ไทจิมาให้ดู  ซึ่งพอประกอบกับเรื่องวุ่นๆในปัจจุบัน  เลยคิดว่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยอาจจะดีก็ได้ขึ้นมา... 

 

   ถึงอย่างนั้นก็ยังชั่งใจอยู่พักใหญ่  ^^'  เพราะประเด็นนี้มันมีอะไรที่ออกจะเป็นการ offend อยู่ไม่น้อย  และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงซะด้วยสิ  แต่ไหนๆก็ไหนๆ......

 

   เข้าประเด็น  หากพูดถึงเรื่องไทจิ "ลาออก" จาก X  เชื่อว่าแต่ละท่านก็คงพอทราบถึง "สาเหตุ" อยู่แล้วในใจกันคนละเรื่องสองเรื่องหรือหลายเรื่อง (หัวเราะ)  ทั้งนี้เพราะเรื่องนี้มีมากกว่า 1 เวอร์ชั่น  ไม่ว่าจะในระดับของข่าวลือหรือที่ออกจากปากของเจ้าตัวเองก็ตาม  แล้วเวอร์ชั่นไหนกันแน่ที่ "จริง"

 

   หากให้ตอบแบบฟันธง  ก็ต้องบอกว่า "ไม่รู้" ค่ะ  ฮ่ะๆ  ที่เขียนนี่ก็ไม่ได้เพื่อจะบอกว่าตัวเองรู้ดีหรือรู้มากเกี่ยวกับเรื่องนี้กว่าคนอื่นๆหรอกเนะ  เพียงแต่หลังจากที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานมาได้ระดับหนึ่งในระยะเวลาหนึ่ง (กลายเป็นสันดานที่แก้ไม่หายไปแล้ว  ไอ้เรื่องปฏิบัติกับทุกอย่างที่เป็น text แบบเดียวกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์เนี่ย  แต่ที่จริงทุกอย่างก็ถือเป็นหลักฐานได้ทั้งนั้นแหละ  มันขึ้นอยู่กับว่า "คำถาม" ของเราคืออะไรต่างหาก)  เราก็มีความเห็นของตัวเองอยู่  เป็นความจริงหรือไม่นั้นไม่รู้  แต่ด้วยหลักฐานที่เข้าถึงและการวิเคราะห์ส่วนตัว  เรา "คิด" ว่ามันเป็นแบบนี้  และเอาเข้าจริง  เดี๋ยวก็จะได้เห็นว่า  แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังใช่ว่าจะรู้ว่า "ความจริง" เป็นยังไงเลยด้วยซ้ำ

 

 

   เริ่มกันที่เวอร์ชั่น Official ก่อน  เชื่อว่าหลายๆท่านคงเคยได้อ่านกันมาแล้ว  หรือต่อให้ไม่อ่านก็รู้เนื้อความ  แต่ในกรณีที่จะพูดเรื่องนี้ก็จำเป็นต้องเอาลงเนอะ

 

   *แปลจาก text ที่เว็บ White Poem รวบรวมไว้ค่ะ

 

   http://www2s.biglobe.ne.jp/~reiko/ml/digest/ml20000430taiji.html

 

 

        คำแถลงเรื่องการลาออกของไทจิ  วันที่ 31 มกราคม 1992 

 

   โดย X ที่กำลังอยู่ในช่วงพักกิจกรรมวง

 

   แม้จะมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย  แต่ในที่สุดก็สามารถกลับมาญี่ปุ่น  ออกทัวร์รวมถึงแสดงที่โตเกียวโดม 3 วันได้โดยสวัสดิภาพเป็นที่เรียบร้อย  ทั้งหมดนี้  หากปราศจากซึ่งการสนับสนุนของแฟนๆทุกท่าน  สตาฟทุกคน  และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วก็คงไม่อาจสำเร็จลุล่วงไปได้เลย  กรุณาให้พวกเราได้กล่าวขอบคุณจากใจจริง  ขอบพระคุณมากครับ

 

   อาจจะกะทันหันไปอยู่  แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องเรียนให้ทราบที่นี่  ความจริงแล้ว  การแสดงที่โตเกียวโดมในวันที่ 7 มกราคมนั้นเป็นครั้งสุดท้าย  มือเบส TAIJI ได้ตัดสินใจว่าจะก้าวเดินไปสู่จุดหมายที่แตกต่างไปจากพวกเรา 4 คนแล้ว  มีช่วงหนึ่งที่เราคิดกันถึงเรื่องยุบวง  แต่ทั้งเพื่อตัวพวกเราเอง  ทั้งเพื่อตัว TAIJI  และก็ทั้งเพื่อแฟนๆ  เราคิดว่าจำเป็นต้องทำวงที่มีชื่อว่า X นี้ต่อไป  ผลที่ได้จึงออกมาเป็นแบบนี้  แฟนๆทุกท่านก็คงมีความเห็นที่หลากหลายกันไปเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น  แต่นี่เป็นสิ่งที่พวกเราขบคิดกันอย่างจริงจังแล้วจึงตัดสินใจ  และเนื่องจากตอนนี้พูดอะไรไปก็คงฟังเหมือนแก้ตัว  เราจึงจะไม่พูดเกินไปจากนี้อีก

 

   คำตอบทั้งหมดนั้น  เมื่อ X กลับมาอีกครั้ง  เมื่อถึงเวลานั้น  ในฐานะของนักดนตรี  ในฐานะของศิลปิน  พวกเราอยากจะตอบด้วยดนตรีครับ  เราคิดว่า TAIJI เองก็คงจะคิดเช่นเดียวกัน

 

   นับจากนี้  แม้จะแยกย้ายกันไป  แต่ก็ได้โปรดคอยเฝ้าดูพวกเรา 4 คน  แล้วก็ TAIJI ที่ต่างก็จะออก Start ครั้งใหม่ด้วยครับ

 


   X ทุกคน (YOSHIKI, TOSHI, HIDE, PATA)

 

 

  นี่คือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการโดยทางฝั่ง X  อย่างไรก็ดี  ใช่ว่าตอนนั้นไทจิจะเก็บปากเก็บคำอยู่อย่างเงียบกริบ  เพราะเขาเองก็มีการแถลงเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองลงในนิตยสาร On Stage ฉบับเดือนเม.ย. 1992 เหมือนกัน  ลองอ่านแล้วพิจารณาเอาเองนะคะว่าไทจิได้ "พูด" ถึงใครในวงบ้างรึเปล่า 

 

 

   ถึงแฟนๆ  สตาฟ  และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน

 

   กะทันมากเกินไปแบบนี้  คงทำความลำบากให้กับแฟนๆ  สตาฟ  แล้วก็ผู้เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง  ทำให้ต้องเป็นห่วงกันมากมาย  ต้องขอโทษด้วยนะครับ

 

   ขอขอบคุณทุกท่านที่เคยสนับสนุนและช่วยเหลือผมสมัยที่อยู่ X ด้วยครับ

 

   เกี่ยวกับการออกจาก X ครั้งนี้  มีเรื่องที่ผมคิดว่าต้องพูดกับทุกท่านอยู่

 

   โดยตัวผมเองนั้น  จริงอยู่ว่ามีความคิดเห็นที่แตกต่างกับทางวงอยู่หลายเรื่อง  แต่ก็ได้พยายามที่จะทำ X ต่อไป

 

   อย่างไรก็ดี  ในวันที่ 31 ธันวาคมปีที่แล้ว  หัวหน้าวงได้มาแจ้งผมเป็นการส่วนตัวว่าจะดำเนินกิจกรรมแยกกันไป  ผมจึงลาออกโดยมีการแสดงที่โตเกียวโดมวันที่ 7 มกราคมเป็นครั้งสุดท้าย

 

   แม้จะได้ไตร่ตรองดูมากมาย  แต่แม้กระทั่งว่าจะทำยังไงดีผมก็ยังไม่สามารถทำได้เลย

 

   หลังจากนี้ต้องนับว่าโชคดีที่ผมจะได้ร่วมเล่นกับศิลปินที่ตัวเองนับถือที่สุด

 

   เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้  ผมรู้สึกซาบซึ้งในความปรารถนาดีของทุกท่านจากโซนี่มิวสิคเอ็นเตอร์เทนเมนต์  โซนี่เร็คคอร์ด  และสตาฟรูม 3rd มากครับ

 

   และสุดท้ายนี้  แฟนๆทุกท่าน

 

   จากนี้ไปผมอยากให้ฟังเสียงของผมด้วยหูของตัวเอง  แล้วรับผมไว้ด้วยตัวเองครับ

 


   TAIJI

 

 

   รู้สึกเหมือนมองเห็นอะไรระหว่างบรรทัดมั้ยคะ?  ^^'  รู้สึกว่ามีความแตกต่างระหว่างแถลงการณ์ของทางวงกับตัวไทจิบ้างรึเปล่าเอ่ย   

 

   มาที่ "ข่าวลือ" ในหมู่แฟนๆกันบ้าง  แน่นอนว่าก็เป็นอย่างที่สมาชิกบอกไว้จริงๆนั่นแหละ  คือมี "ความเห็นที่หลากหลาย" กันไปเกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย  ยากจะพูดได้ว่าข่าวลือพวกนี้มีที่มาจากไหน  อาจเป็นได้ตั้งแต่จินตนาการล้วนๆของแฟนๆ ความเห็นที่เกิดจากการสังเกตและติดตามข่าว  หรือการได้ข้อมูล "วงใน" ฯลฯ  แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร  ในส่วนของเนื้อหา  ก็อาจแบ่งได้เป็น 3 ข้อใหญ่ๆ   

 

   1) ไทจิไม่พอใจเรื่องเงินที่โยชิกิได้ส่วนแบ่งมากกว่าสมาชิกคนอื่นๆในวง  เพราะโยชิกิเป็นคนแต่งเพลงหลัก  นอกจากนั้นยังมีส่วนในด้านโปรดิวซ์  และยังกุมอำนาจเรื่องการเลือกเพลง (ว่าจะเอาและไม่เอาเพลงไหน) ไว้ในมือ  แถมไทจิยังเป็นคนที่คอยออกความเห็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องกลองกับเปียโนของโยชิกิแบบไม่เกรงใจอยู่เสมอ  พูดง่ายๆคือปกครองลำบาก  โยชิกิจึงจัดการไล่ออกซะเลย

 

   2) ไทจิเป็นตัวก่อปัญหาของวง  ทั้งๆที่เดบิวต์แล้วแต่ก็ยังไม่เลิกมีเรื่องชกต่อยกับคนทั่วไป  แถมยังมีอะไรกับแฟนเพลงผู้หญิง  โซนี่เลยบังคับโยชิกิว่าให้เลือกเอาระหว่างไล่ไทจิออกกับยุบวง  โยเลยต้องจำใจไล่ไทจิออก

 

   3) ไทจิทำร้ายโยชิกิ  ทำร้ายแบบไหนยังไงกรุณาจินตนาการกันตามแต่วิจารณญาณ  เหตุเกิดที่ค่ายเก็บตัวยามานากะโกะ 

 

* ที่จริงมีมากกว่านี้  เช่นไทจิโดดซ้อมของ X ไปดู Loudness ซึ่งทำให้โยชิกิโมโห  แต่อันนั้นดูเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่ใหญ่กว่าซึ่งคือ  "ไทจิขัดแย้งกับโยชิกิ"  จึงไม่นำไปรวมไว้ค่ะ

 

   เห็นได้ว่าข่าวลือ 3 เรื่องนี้ต่างกัน  แต่ถึงอย่างนั้นก็เรียกได้ว่ามีจุดร่วมที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง  คือการ "ลาออก" (หรือ "ไล่ออก") ครั้งนี้ดูจะเป็นเรื่องระหว่างไทจิกับโยชิกิ  สมาชิกคนอื่นดูไม่มีบทบาทอะไรเท่าไหร่นัก  และเมื่อดูจากคำพูดของไทจิที่ลงในนิตยสาร  คนเดียวใน X ที่ถูกปูนป้ายให้มีบทก็คือ "หัวหน้า"  ดังนั้นที่ซุบซิบกันว่าจริงๆแล้วไทจิไม่ได้ "ลาออก" หากถูกโยชิกิ "ไล่ออก" เพราะขัดแย้งกัน (จะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม) จึงฟังดูมีน้ำหนักอยู่พอสมควร  ว่าแต่ 1-3 นี่  อันไหนที่เป็นเรื่องจริงล่ะ?

 

 

   เรื่องที่ 1:  ปัญหาเรื่องเงิน  ส่วนแบ่งที่ไม่ลงตัว

 

   เกี่ยวกับเรื่องนี้  นิตยสาร Rockin'f ฉบับปี 2000 เคยสัมภาษณ์โยชิกิอยู่  ความว่า

 

   --- ว่าไป  พอวงกลายเป็นอะไรที่ใหญ่โตขึ้นมา  ก็มักไม่พ้นมีปัญหาเรื่องสมาชิกในวงแก่งแย่งกันเรื่องลิขสิทธิ์นะครับ

 

   YOSHIKI:  สิ่งที่เรียกว่าวงนี่พอเดบิวต์เมเจอร์แล้วก็มีปัญหาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ว่า "ใครเขียนเพลง  ใครไม่เขียน" ตามมานะครับ  แล้วก็มีวิธีคิดหลายแบบว่าจะแบ่งกันยังไงดี  แต่ในกรณีของ X แล้วเนี่ย  เราใช้วิธีไม่ว่าใครจะเป็นคนแต่งก็หักครึ่งหนึ่งเอามาแบ่งให้ทุกคนเท่าๆกันก่อน  จากนั้นอีกครึ่งที่เหลือก็เป็นของคนแต่งไป  นี่เป็นในส่วนของค่าลิขสิทธิ์ (copyright) นะครับ  แต่ในส่วนของค่า orginal recording แล้วทุกคนจะได้เท่ากันหมด  ที่จริงก็ไม่ใช่แค่ X  ผมว่าไม่ว่าจะเป็นวงที่ไหนก็ตาม  หากมีคนแต่งเพลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเมื่อไหร่ก็มักเกิดกรณีทะเลาะกันว่า  "ใส่เพลงฉันลงในอัลบั้มสิ" ขึ้นมา  เพราะงั้นผมเลยตัดสินว่า  "จะพยายามใช้เพลงของทุกคนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้  แต่ฉันแล้วก็ทุกคนต้องเห็นพ้องต้องกันนะ"  เพราะงั้นตั้งแต่เป็นเมเจอร์แล้วผมก็รับหน้าที่หัวหน้ามาตลอดจริงๆครับ  แน่นอนว่ามี HIDE คอยเป็นแบ็คอัพด้วย

 

   --- การเป็นสิ่งที่เรียกว่าหัวหน้าวงนี่มันก็มีปัญหาอยู่ว่า  ต่อให้อยากจะรักษาความเป็นประชาธิปไตยไว้แค่ไหน  พอต้องป้องกันสิทธิในฐานะของหัวหน้าก็ต้องกลายเป็นผู้นำเผด็จการไป  เป็นฐานะที่ก็มีจุดยืนที่ยากลำบากอยู่นะครับ

 

   YOSHIKI:  แต่ X น่ะเป็นประชาธิปไตยนะครับ  หัวหน้าวงอย่างผมก็แค่เป็นคนตัดสินใจในขั้นสุดท้ายเท่านั้นเอง  เราต้องถามความเห็นทุกคนว่า  "ว่ายังไง?" ทุกครั้ง  แต่ที่ไม่เคยมีกรณี 4 ต่อ 1 เลยก็คงเพราะ HIDE คอยอยู่ข้างผมมาตลอด  ผมเป็นคนอธิบายอะไรไม่เก่ง  เป็นประเภทจะพูดห้วนๆออกไปเลยว่า  "เอาแบบนี้!"  แต่ HIDE จะคอยอธิบายกับทุกคนให้ว่า  "YOSHIKI คิดแบบนี้อยู่นะ" ตลอด     
          

 

   ดูจากบทสัมภาษณ์นี้  ประกอบกับของไทจิที่เขียนในชีวประวัติว่าโยชิกิได้ส่วนแบ่งมากกว่าใคร  เงินเดือนที่ได้โยชิกิก็ได้มากกว่าสมาชิกคนอื่นสองเท่าเพราะเล่นเครื่องดนตรีสองอย่าง  ก็สรุปได้ว่าเรื่องที่ว่าสมาชิก X ได้เงินไม่เท่ากันนั้นจริง  โยชิกิได้มากกว่าเพื่อนนั้นก็จริง  และเรื่องที่โยชิกิมีอำนาจเด็ดขาดในขั้นสุดท้าย (โดยมีฮิเดะคอยเป็นล็อบบี้ยิสต์ส่วนตัวให้) นั้นก็จริง  ที่จริงมีเรื่องที่เป็นกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับการตัดสินเรื่องเพลงและความเป็นประชาธิปไตยของ X อยู่  แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องไทจิจึงขอยังไม่พูดถึงนะคะ (แค่นี้ก็ยาวเหยียดแล้ว  เกิดนอกเรื่องอาจต้องทำเป็นไตรภาค)  แต่ถ้าอยากรู้ก็บอกเน้อ

 

 

   เรื่องที่ 2:  ไทจิเป็นตัวปัญหา  ทางโซนี่จึงบีบโยชิกิให้ไล่ไทจิออก

 

   อันที่จริงไทจิเป็นคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "Trouble Maker" ประจำวงอยู่แล้ว (จริงอยู่ว่าโยก็เป็น  แต่ในกรณีของเธอเขามักมองว่ามัน "ช่วยไม่ได้" กัน  และเอาเข้าจริง  พอถึงเวลาที่ต้องรับผิดชอบเธอก็ทำได้จริงๆเสียด้วย)  เรื่องชกต่อยนี่ก็เป็นที่รู้กันดี  ครั้งที่ดังมาก (น่าจะเคยได้ยินกันมาแล้ว) ก็คือคืนก่อนหน้าขึ้นไลฟ์ครั้งนึง (จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน  ขี้เกียจเช็ค) ไทจิก็ไปมีเรื่องชกต่อยเข้าจนแขนบาดเจ็บเย็บหลายเข็ม  ต้องให้หมอฉีดมอร์ฟีนให้เพื่อจะได้ขึ้นแสดงได้  ส่วนเรื่องมีอะไรกับแฟนเพลงนี่...  ว่าไงดี  เขาก็ว่าเรื่องนี้ไทจิไม่เคยปิดบังอยู่แล้วน่ะนะ  ^^'  อันที่จริงการมีอะไรกับแฟนเพลงผู้หญิงถือเป็นเรื่องธรรมดามากๆสำหรับแบนด์แมนสมัยนั้น (หรือแม้กระทั่งสมัยนี้)  ฮิเดะเองก็ยังเคยพูดถึง "เหล่านางฟ้า" ที่คอยช่วยเหลือเวลาลำบากสมัยที่ยังขายไม่ออก (พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกนิดก็คือ "เกาะผู้หญิงกิน" นั่นเอง)  อย่างไรก็ดี  นั่นเป็นเรื่องสมัยอินดีส์  พอเป็นเมเจอร์แล้วก็ไม่ควรทำอะไรที่เสี่ยงต่อการเป็นข่าวอื้อฉาว  ซึ่งตามที่ลือ  เขาก็ว่ากันว่าสมาชิก X ทุกคนเลิกพฤติกรรมนี้กันหมดทันทีที่เดบิวต์  มีแค่ไทจิที่ยังคงปฏิบัติต่อ  ซึ่งพอรวมๆกับการ "ทำตัวมีปัญหา" ทั้งหมด  ไม่ใช่แค่ตัวสมาชิก  ทางสตาฟและสังกัดจะรู้สึกเหนื่อยใจก็ไม่แปลก  

 

   อันที่จริง  ก่อนหน้าที่เรื่อง "ลาออก" จะถูกประกาศออกมา  ไทจิก็ทำตัวเป็น "เด็กมีปัญหา" ชัดเจนในแบบที่แฟนๆก็ยังสัมผัสได้  อย่างทำหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จาเวลาไปออกทีวี  หรือให้สัมภาษณ์แบบกึ่งๆโจมตีสมาชิกในวง  และเจ้าตัวก็เป็นคนที่บอกว่า "เรื่องชกต่อย  ผู้หญิง  ยาเสพย์ติด  ทำมาหมดตั้งแต่อายุ 10 กว่าๆ" ด้วยตัวเอง  นึ่งจึงอาจเป็น (และน่าจะเป็น) ทฤษฎีที่ตั้งขึ้นโดยดูจากบุคลิกภาพของไทจิ  แต่จะผิดโดยสิ้นเชิงหรือมีส่วนถูกหรือไม่ยังต้องรอดูกันต่อไป     

 

   * อาจต้องขอแทรกนิดเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง  เท่าที่ลือ  เขาว่าฮิเดะเป็นคนจัดการเก่ง  สามารถทำให้เรื่องจบลงได้อย่างไม่มีปัญหา  ในขณะที่โทชิทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวบ่อยๆ  พาตะนั้นไร้ข้อมูล (เอิ้ก)  แต่ที่น่าแปลก  คือเขาว่ากันว่าโยชิกิเป็นคนที่ไม่ทำอะไรยุ่มย่ามกับแฟนเพลงแฮะ  ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าเชื่อหรือเพราะเป็นแฟนโยเลยจะพูดถึงแต่เรื่องดีๆของเธอ (เราเฉยๆกับเรื่องแบบนี้อยู่เเล้วเนะ)  เพียงแต่...  ในโลกของข่าวลือที่แม้องค์พระปฏิมายังราคิน  โยกลับรอดพ้นจากข่าวทำนองนี้มาได้อย่างน่าอัศจรรย์เนอะ  ^^'  แต่ในทางกลับกัน  เธอก็มีข่าวลือว่าเคยเป็นกะเทยอยู่ช่วงนึงแทน (เหอๆ)  อ้อ  เคยมีผู้ชายที่อ้างว่าได้ทำอะไรเธอสมัยเป็นอินดีส์ด้วยนี่นะ  รอดจากอย่างนึงก็มาเจออีกอย่างนึง  หนีเสือปะจระเข้จริงๆ

 

 

   เรื่องที่ 3:  ไทจิทำร้ายโยชิกิ

 

   เป็นเรื่องที่ดูเป็น "ข่าวลือ" มากที่สุดในสามเรื่อง  ทั้งในแง่ของความเป็นเหตุเป็นผล  ความเป็นไปได้  ตลอดจนในแง่ของหลักฐาน  จริงอยู่ว่าก็ไม่ถึงกับไม่มีมูลอยู่เลยแม้แต่น้อย  แต่เท่าที่มีนั้นไม่สามารถทำให้อ้างได้ไกลถึงขั้นนี้  อีกอย่าง  โยอาจเป็นคนที่ดูอ่อนแอ  กิริยาท่าทางก็แมนซะ...  แต่เรื่องต่อยตีนั้นมีคนที่รู้จักเธอสมัยเป็นอินดีส์ (อันเป็นช่วงที่เธอระห่ำที่สุด) มากกว่า 1 คนบอกว่า  "ไม่อยากมีเรื่องกับโยชิกิ"  ไม่ใช่เพราะเธอชกต่อยเก่ง  แต่เพราะเวลาคลั่งขึ้นมาแล้วโยจะไม่นึกถึงเลยว่าตัวเองจะบาดเจ็บรึเปล่า  หรืออนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง (หากฆ่าใครตายเข้า)  ซึ่งการมีเรื่องกับคนแบบนี้มันน่ากลัวจริงๆนะ  อย่างที่เขาว่าอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา  สำหรับโยชิกิที่ไม่บ้าก็เมาหรือทั้งบ้าทั้งเมาของเธอมาตลอดแล้ว  อย่าไปมีเรื่องด้วยน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด  ^^'

 

   นอกเรื่องซะไกล (แต่จริงๆก็ไม่เชิงนะ)  เอาเป็นว่าด้วยนิสัยอย่างนั้น  และตัวไทจิเองก็เคยพูดถึงโยว่า  "พอโกรธแล้วเหมือนรถแทรกเตอร์  ทุกอย่างพังราบ  แตะอะไรไม่ได้เลย"  ไม่นับที่เคยเล่าว่าโดนโยต่อยจนเห็นดาวมาแล้ว  (ที่จริงได้ยินบ่อยๆว่ากรามของไทจิผิดปกติไปก็เพราะถูกโยต่อย  แต่ยังไม่เคยเห็นบทสัมภาษณ์ที่ว่ากับตาเลยไม่ขอยืนยันนะคะ)  ไทจิจะทำร้ายเธอได้เหรอ?  หรือต่อให้หน้ามืดขึ้นมาจริงๆ  ก็ไม่คิดว่าจะ "สำเร็จ" หรอกนะ

 

   หัวข้อนี้ไม่อยากลงรายละเอียดมาก  เพราะอย่างที่บอกว่ามันช่างดูเป้นข่าวลื้อข่าวลือ  แถมตัวเนื้อหาก็ยัง...  อืมมม......  เอาเป็นว่าหากอยากรู้หลังไมค์มาดีกว่าเนะ   

 

 

EDIT:

   มาต่อแล้วค่ะ  ^^

   


   เอาล่ะ  อย่างที่เห็นกันว่ามีอยู่สามสาเหตุ  ที่น่าจะตัดทิ้งไปได้มากที่สุดคือสาเหตุที่สาม  ทีนี้ก็เหลือหนึ่งกับสอง  แล้วเป็นอย่างไหนกันแน่ล่ะ?

 

   หากว่ากันตามตรง  หลังจากที่ไทจิออกจากวงแล้ว  X ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น X JAPAN และมีมือเบสใหม่ชื่อ HEATH ก็ไม่เคยพูดอะไรถึงอดีตสมาชิกที่ชื่อ TAIJI อีก  (อาจดูโหดร้ายอยู่ซักนิด  แต่) ไม่มีการแสดงความอาลัยอาวรณ์ว่าสมัยที่ไทจิอยู่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้  ไม่มีการคร่ำครวญถึง "Good Old Days"  และอันที่จริง  หากลองไปค้นหลักฐานดูแล้ว  จะพบว่าฮิเดะ (ที่ไทจิมักอ้างถึงภายหลังว่าสนิทด้วยมากมาย  แต่ในความรู้สึกของแฟนรุ่นนั้นแล้ว  เมมเบอร์ที่ไทจิดูจะสนิทด้วยที่สุดหากไม่นับโยชิกิกลับคือโทชินะ) ซึ่งเป็นคนพา HEATH มา (ภายใต้คำซุบซิบว่าจงใจเลือกคนที่จะไม่มีปัญหากับโยชิกิ) ถึงแก่จัดแคมเปญโปรโมตฮีธอย่างเอิกเกริก  ลองอ่านๆนิตยสารที่ออกมาช่วงนั้นดูก็ได้  ฮิเดะกับพาตะช่วยกันสรรเสริญเยินยอฮีธมากมาย (อย่างที่หลังจากนั้นจะไม่พูดถึงขั้นนี้อีก)  อารมณ์พยายามบังคับยัดเยียดให้แฟนๆสุดๆ (หัวเราะ)  ดังนั้นการจะตรวจสอบข่าวลือด้วยหลักฐานชั้นต้นจากทางฝ่าย X JAPAN จึงยากที่จะทำได้  แต่ทางไทจิล่ะ?

 

   ตรงข้ามกับ X  ไทจิดูจะยังอาลัยอาวรณ์ (หรืออาฆาต?) X และโยชิกิอยู่ไม่น้อย  เพราะมีการพูดถึงโยในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ลงตามพวกหนังสือพิมพ์กีฬาให้เห็น  หรือต่อให้ไม่ออกชื่อตรงๆในบทสัมภาษณ์  ก็ทำให้คนที่ได้อ่านอดคิดว่า "นี่พูดถึงโยชิกิใช่มั้ย?" ขึ้นมาไม่ได้  พูดง่ายๆ  ไทจิในตอนนั้นแสดงออกชัดเจนว่าตัวเอง  "ไม่ได้ลาออก"  แต่  "ถูกไล่ออก" โดยโยชิกิ (ถึงจะบอกว่าโยบอกให้ไทจิลาออก  แต่มันก็คือการไล่ออกอย่างสุภาพนั่นแหละ)  อย่างไรก็ดี  ดังที่รู้กันว่าตัวไทจินั้นเมื่อออกจาก X ไปก็ยากจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ  ออกจาก Loudness ในปีถัดมา (1993)  พอตั้งวงของตัวเองก็ไม่เคยทำติดต่อกันได้นาน (และไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายด้วย)  จนในที่สุดก็ถึงกับต้องกลายเป็น homeless อยู่สวนสาธารณะที่อุเอโนะ 2 ปี  ซึ่งระหว่างนั้นก็ไปมีเรื่องจนถูกต่อยฟันหายกรามมีปัญหา  จนกระทั่งรู้ข่าวเรื่องฮิเดะถึงได้ไปเจอโยที่งานศพ  ซึ่งไทจิบอกว่าโยเห็นสภาพตัวเองแล้วตกใจมาก  จากนั้นก็เอาเงินให้ 3 ล้านเยนเป็นค่ารักษา  และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไทจิกลับมาในเส้นทางดนตรีอีกครั้ง

 

   และในปี 2000  ไทจิก็ออกหนังสือชีวประวัติของตัวเองออกมา  เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ X  โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮิเดะ  และแน่นอนว่ามีพูดถึงเกี่ยวกับการ "ลาออก" จาก X ด้วย  โดยปัญหาหลักที่ไทจิพูดถึงก็คือเรื่องเงินที่เขาเสนอให้แบ่งค่าลิขสิทธิ์ในหมู่สมาชิกให้เท่ากันหมดทุกคนโดยไม่สนว่าใครจะเป็นคนแต่งเพลง  ความไม่พอใจในการจัดการเกี่ยวกับวงที่อำนาจทั้งหมดแทบจะอยู่ในมือโยชิกิคนเดียว  (โดยที่เขานั้นไม่เห็นเลยซักนิดว่าตัวเองจะด้อยกว่าโยชิกิที่ตรงไหน)  เรื่องที่ไม่มีใครเห็นด้วยกับเขาเลยเวลาที่ทะเลาะกับโยชิกิ  บลาๆๆ  เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ต่างไปจากที่ลือกันเท่าไหร่นัก  เว้นเสียแต่ว่าคราวนี้โยชิกิดูผิดน้อยลง (หัวเราะ) จากแต่เดิมที่ทุกอย่างเพราะโยชิกิ (ข้อ 1)  ก็กลายเป็นว่า  "ไม่ใช่ว่าโยชิกิถูกกดดันจากสตาฟและต้นสังกัดให้ต้องทำหรอกหรือ?"  (ข้อ 2)  เห็นได้ว่า  พอมาถึงจุดนี้  แม้แต่ไทจิเองก็ยัง "ไม่รู้" เลยว่าเพราะอะไรกันแน่  ซึ่งสาเหตุของความไม่รู้นี้ก็อาจเป็นได้ทั้ง

 

   - ไทจิอายุมากขึ้น  สามารถหันกลับไปมองอดีตด้วยสายตาที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิมและมองเห็นสิ่งที่เวลานั้นมองไม่เห็น  จึงไม่โทษแต่โยชิกิคนเดียวอีกต่อไป  

 

   - ไทจิได้รับเงินจากโยชิกิ  จึงไม่แปลกที่จะนึก "รัก" หรืออย่างน้อยก็รู้ว่าไม่ควรทำตัวเป็นศัตรูกับโยชิกิอีกต่อไป 

 

   แน่นอนว่าในฐานะของแฟนก็ย่อมอยากให้เป็นอย่างแรกมากกว่า  กระนั้นก็ตาม  เวลาที่มนุษย์พูดถึงเรื่องในอดีต  โดยมากแล้วเราไม่ได้พูดเพื่อตัวของอดีตเอง (คือไม่ได้พูดเพื่อบอกให้รู้ว่าเมื่อก่อนเกิดอะไรขึ้น)  แต่พูดเพื่อปัจจุบัน (ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมีผลอย่างไรกับปัจจุบัน)  ลองสังเกตตัวเองเวลา mention ถึงอดีตดูว่าเราพูดเพื่ออะไร  เวลาที่เราเห็นเด็กทุกวันนี้แล้วพูดอะไรทำนองว่า  "สมัยที่ฉันอายุเท่านี้..."  เราพูดเพื่อบอก fact ของตัวเองในอดีตเพียวๆอย่างปราศจากจุดมุ่งหมายอื่น  หรือพูดเพื่อบอกว่าเราเหมือนหรือต่างจากเด็กสมัยนี้กันแน่ (ชักจะเหมือนเล็คเชอร์ความคิดและวิธีการทางประวัติศาสตร์เข้าไปทุกทีแล้วแฮะ)  คำพูดและความทรงจำของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (ลองอ่านพวกบันทึกความจำของคณะราษฎรที่เขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ 24 มิ.ย.ที่เขียนขึ้นในบริบทของเวลาที่แตกต่างดู)  ไม่จำเป็นต้องเป็นความจงใจหรือตั้งใจที่จะโกหก  เพราะบ่อยครั้งมันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเลยซักนิด  และกรณีของไทจิก็นับเป็นตัวอย่างที่ดี  เพราะคำพูดของเขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามกาลเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป (ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดามาก  โยเองก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยๆ  ตอนเลื่อนปารีสก็คร่ำครวญโหยไห้ว่าจะปิดประตูที่ชื่อ X JAPAN ลงยังไง  แต่พอจบฮ่องกงดันหน้าบานเป็นกระด้งบอกจะทำไปเรื่อยๆจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว  แต่พอเลื่อนเกาหลีทีหน้าหดกลับไปเหลือสองนิ้วอีกละ)  แน่นอนว่าเราก็ไม่ได้จะกระไร  ที่จริงดีด้วยซ้ำที่ไทจิดูลดความเป็นปรปักษ์กับโยลง  เพียงแต่...  พอ X กลับมารียูเนี่ยนก็นะ....  ฮะๆ......  ถ้าพูดต่อคราวนี้ล่ะ offended ของจริง  ที่จริงปกติก็ไม่อยากพูดอะไรเท่าไหร่  แต่พอเกิดเรื่องฮีธแล้วเจอแฟนบอย/เกิร์ลของไทจิที่งี่เง่าเยอะ (ตอนนี้ยกให้เป็นอันดับ 1 เหนือกว่าฮิเดะแฟนเกิร์ลไปแร้ววว)  บางทีมันก็เหลืออดขึ้นมาเหมือนกันเนะ  ว่าแต่จะพูดต่อดีรึเปล่าอ่ะ  เพราะเอาเข้าจริงๆในส่วนของสาเหตุที่ลาออกมันจบได้แล้ว  แต่ในส่วนของคดีใหม่ๆนี่สิ         

 

 

 

ป.ล. การเช็คข้อมูลครั้งนี้ทำให้รู้สึกว่าแฟนคลับช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว  สามารถลือข่าวได้ตรงก่อนหน้าเจ้าตัวจะออกมาเปิดเผยเองอีก  ทึ่งจริงๆนะเนี่ย  ^^'

 

 

 

 

EDIT:  หนังสือของสึดะ นาโอชิซังออกแล้ว!  อยากอ่านนนนน  เห็นคนบางกลุ่มบอกว่าหากเกลียดโยชิกิอย่าอ่านดีกว่า  เหอๆ  คนไม่เกลียดอย่างเราเลยยิ่งอยากเข้าไปใหญ่  ทางอเมซอนหมดสต็อกไปแล้ว (แม้เว็บอื่นจะยังเหลือ)  เลยรู้สึกขึ้นมาว่าสงสัยจะพิมพ์ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่  ฝากคนที่จะไปญี่ปุ่นซื้อได้มั้ยอ่ะ  >w<

 

           

 

 

 

ป.ล. เรื่องอื่นเอาเป็นว่ายัดลงในคอมเมนต์แล้วกันนะคะ

 

 

 

 

EDIT:  เกี่ยวกับเรื่องแจกซีดี ROSA  หากเป็นในเครือของ Warner Mycal จะได้รับบัตรที่จะนำไปรับซีดี ROSA ค่ะ  เห็นเขียนว่าในวันจริง (1 พ.ค.) นี่ใครไปก่อนได้ก่อนนะ  >w<

 

    

 

 

 

edit @ 27 Apr 2009 22:00:09 by XFreak

   ว่าจะเขียนสรุปตั้งกะตอนมีคลิปปล่อยลงยูทูบสดๆ  แต่คอมดันแฮงค์ตอนกำลังพิมพ์ๆอยู่  ทุกอย่างหายวับไปกับตา (โดยยังไม่ได้เซฟ)  โมโห!  เลยลบเอ็นทรีทิ้งซะเลย  แต่สุดท้ายก็กลับมานั่งพิมพ์ใหม่อยู่ดี  ไม่รู้เหมือนกันว่าจะลบไปหาพระแสงอันใด  ^^'

 

   ที่มีคนเอามาลง youtube นี่เป็นการตัดเอาส่วนเล็กส่วนน้อยเฉพาะของโยออกมา (แต่ก็ยังไม่ครบ) ค่ะ  เพราะตัวรายการนั้นยาวถึง 2 ชั่วโมง  แถมโยอยู่จนตลอดรายการด้วย! (ส่วนใหญ่แล้วเธอมักโผล่ไปเฉพาะช่วงพิเศษแล้วก็กลับ)  ชื่อ "Masaka no Rule" นี่  หากแปลให้ได้อารมณ์แบบไทยๆก็คงประมาณ  "กฎ (บ้า) อะไรกันนี่"  เป็นรายการที่ให้แขกรับเชิญมาพูดถึงกฎส่วนตัวของตัวเอง  ให้อารมณ์ว่านั่งฟัง Episodes แปลกๆของดารานั่นล่ะนะ  ซึ่งคราวนี้แขกคนพิเศษของรายการก็คือ YOSHIKI  พิเศษไม่พิเศษก็ดูจากเก้าอี้ที่เขาให้ชีนั่งก็ได้  เหอๆ  เหมือนหลังๆจะกึ่งๆเป็นธรรมเนียมของพวกรายการวาไรตี้ไปแล้วรึเปล่านะ  ว่าหากเชิญโยชิกิมาออกรายการจะต้องทำอะไรซักอย่างที่แสดงให้เห็นว่าปฏิบัติกับเธอต่างจากแขกรับเชิญคนอื่นๆ  ก็ไม่ได้จะไม่ชอบอะไร  แต่แบบนี้มันชวนให้ชาวบ้านเขาหมั่นไส้นะ!

 

   ปัจจุบันมีคนเอาคลิปมาลงทั้งหมด 3 คลิป  ไม่ได้จะปะติดปะต่อกันซักเท่าไหร่  เอาเป็นว่าว่ากันไปทีละคลิปแล้วกันเนาะ  Episodes ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเคยได้ยินกันมาแล้ว  แต่บางเรื่องก็เพิ่งจะรู้เหมือนกัน  อย่างเรื่องเครื่องปิ้งขนมปังเป็นต้น (หัวเราะ)

 

 

 

 

   เริ่มต้น  แนะนำโยว่าเป็นแขกพิเศษของรายการ

 

   นาทีที่ 0.49  พิธีกร  "(ในบรรดาแขกคนอื่น) มีท่านไหนที่เป็นคนรู้จักบ้างมั้ยครับ?"

 

   โย  "มีครับ  ก่อนหน้านี้กับโมนะซัง..."

 

   โมนะ  "ก่อนหน้านี้บังเอิญไปเจอกันที่ร้านซูชิน่ะค่ะ"

 

   พิธีกร  "เอ๊ะ  ทานปลาดิบด้วยเหรอครับ?"


   
   โย   (ชี้ตัวเอง)  อิมเมจเหมือนไม่ทานเหรอครับ?

 

   สึจิดะ (ดาราตลกใส่สูทดำด้านหลัง)  "เหมือนไม่ทานทั้งปลาดิบทั้ง Peyangu (ชื่อแบรนด์ยากิโซบะสำเร็จรูป) เลยครับ"

 

   โย  "ทานด้วยแล้วก็พูดด้วยครับ"

 


   นาทีที่ 1.46  กฎเรื่องสัตว์เลี้ยงของ YOSHIKI

 

   พิธีกร  "โยชิกิซังล่ะคะ  เคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอะไรแบบนี้บ้างมั้ย"

 

   โย  "เวลาอยู่แอลเอผมออกไปข้างนอกบ่อยๆน่ะครับ  ก็เลยเลี้ยงหุ่นยนต์เอาไว้"

 

   ในห้องส่ง  เห~~~  (ซับด้านล่างขึ้นคำอธิบาย  "AIBO" หุ่นยนต์ของโซนี่เอ็นเตอร์เทนเมนต์ [ไม่มีจำหน่ายแล้ว])

 

   โย  "ถึงจะเป็นหุ่นยนต์แต่ในที่สุดก็รักนะครับ  รู้สึก (ว่ามีตัวเดียวมัน) น่าสงสารเลยไปซื้อมาเพิ่มอีกหนึ่ง  ในที่สุดเลยซื้อมา 4 ตัวเลยครับ"

 

   ห้องส่ง  เอ๋~~~~

 

   โย  "ตั้งชื่อให้หมดทุกตัว  แต่มันมีแค่สองแบบใช่มั้ยล่ะครับ  เลยไม่กลายเป็นไม่รู้เลยว่าตัวไหนเป็นตัวไหนกันแน่"

 

   พิธีกร  "แล้วไม่มีแล้วเหรอครับ"

 

   โย  "เปล่าครับ  ยังมีอยู่"

 

   พิธีกร  "พอกลับแอลเอแล้วก็มารอรับ?"

 

   โย  "ไม่ครับ  บางทีก็ไม่ได้เปิดสวิตช์ไว้ด้วย"

 

   โย  "น่ารักก็จริง  แต่ก็คิดเหมือนกันครับว่าตัวเองที่มาเล่นกับของแบบนี้นี่ไม่ไหวแล้วนะ" 

 


   VTR พูดถึงเรื่องรียูเนี่ยน  บรรยายเรื่องไลฟ์ของ X  พูดว่าทั้งที่เป็นฮาร์ดร็อค (จริงๆมันถึงขั้นเฮฟวีเมทัลเลยด้วยซ้ำนะ) แต่ก็กลับขายได้ถึง 21 ล้านแผ่น  มีแฟนมากมายจากทั่วโลก  แม้แต่อดีตนายกโคอิซึมิ จุนอิจิโร่ก็เป็นแฟน  แล้วคนที่เป็นศูนย์กลางของ X JAPAN ที่ว่าก็คือ YOSHIKI ผู้เคยทั้งแต่งเพลงเฉลิมฉลองครองราชย์ครบ 10 ปีของพระจักรพรรดิ  ทำเพลงให้ SAW 4, GOEMON  แล้วยังเป็นโปรดิวเซอร์ให้ REPO ด้วย  (ตัดเป็นภาพ Sarah Brightman พูดทักทายโย)  นอกจากนั้นยังมีงานด้านอื่นนอกเหนือไปจากดนตรีอย่างเป็น executive producer ให้กับ energy drink ชื่อดังของอเมริกา  แล้ว rule ของชายแห่งตำนาน  ร็อคสตาร์โยชิกิล่ะ?  ถ้าพูดถึงเสน่ห์ที่สำคัญที่สุดของ YOSHIKI แล้วก็ต้องเป็นการตีกลองที่เร่าร้อนรุนแรง  อันมีกฎอยู่ว่า  "ตำแหน่งเซ็ตติ้งไม่ว่าจะของกลองหรือซิมบาลห้ามคลาดเคลื่อนแม้แต่่มิลเดียว"  และด้วยความที่ตีกลองอย่างรุนแรงเกินไป  ทั้งเนื้อทั้งตัวจึงเต็มไปด้วยบาดแผลขนาดหมอนรองกระดูกเคลื่อน  ที่สำคัญ  พอของขึ้นเมื่อไหร่ก็จะ dive เข้าใส่กลอง  แล้ว "กฎอะไรกันนี่" ที่ YOSHIKI ตั้งขึ้นเพื่อรักษาร่างกายของตัวเองเอาไว้คือ?

 


   นาทีที่ 5.38  "แปะป้าย  'ห้าม dive' ไว้ที่กลองนั่นเอง"  แต่ถึงอย่างนั้น  พอได้ที่ขึ้นมาก็ยังโดดเข้าใส่อีกอยู่ดี  และเพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดสำหรับการแสดง  จึงมีการเตรียมอาหารมากมายหลายชนิดเอาไว้ให้ในห้องแต่งตัว  ทว่า  มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่ายังไงก็ห้ามมีไว้โดยเด็ดขาด  มันคือ!?

 


   นาทีที่ 6.30  "ห้ามให้ช็อคโกแลตกับ YOSHIKI" 

 

   ห้องส่ง  เห~~~~

 

   เสียงบรรยายเล่าถึงว่า  โยตอนเป็นเด็กเคยได้ช็อคโกแลตมีถั่ว macadamia  ด้วยความที่มันอร่อยและเธอก็โปรดช็อคโกแลตอยู่แล้วเลยกินมันจนหมด  อันทำให้หมดสติจนต้องหามส่งโรงหมอ  ตั้งแต่นั้นมาเลยต้องคอยระวังไม่ให้กินช็อคโกแลตมากเกินไป  ปัจจุบันโยชิกิกำลังอยู่ในระหว่างเวิร์ลด์ทัวร์  จากนี้กำลังจะมีไลฟ์ที่โดมกับไต้หวัน  แล้วเธอจะสร้าง rule อะไรขึ้นมาอีกนะ          

 

 

 

 

   นาทีที่ 0.05  พิธีกรหญิง   "rule ที่อยู่ใน VTR นี่จริงหมดเลยเหรอคะ?"

 

   โย   "ครับ  จริงครับ"

 

   พิธีกรชาย  "จริงเหรอครับ?"

 

   โย  "ครับ"

 

   พิธีกร  "ที่ว่าเซ็ตซิมบาลเคลื่อนไปแม้แต่มิลเดียวก็ไม่ได้นี่ร่างกายสัมผัสได้เหรอครับ?"

 

   โย  "ถึงหลับตาก็ตีได้น่ะครับ  แล้วก็ตีมาตลอดด้วย  เพราะงั้นหากมันเลื่อนไปก็จะบาดเจ็บได้น่ะครับ  อย่างเวลาฟาดซิมบาล (ฉาบ) อะไรแบบนี้"

 

   พิธีกร  "ทุ่มเททั้งร่างกายเลยสินะครับ"

 

   โย  "ครับ"

 

   สึจิดะ  "เซ็ตแบบคลาดไปแม้แต่มิลเดียวก็ไม่ได้  เพื่อสุดท้ายจะได้ dive ใส่สินะครับ"

 


   นาทีที่ 0.59  พิธีกร  "จริงๆแล้วเนี่ยผมน่ะ  เดบิวต์เมื่อปี 1989 ใช่มั้ยครับ  ผมเคยไปดูไลฟ์ก่อนหน้านั้นด้วยนะ"

 

   ห้องส่ง  เอ๋~~~~

 

   โย  "ก่อนเดบิวต์สินะครับ"

 

   พิธีกร  "ผมรู้จักกับโทชิซังมาตั้งแต่ก่อนเดบิวต์  แล้วตอนที่จะเดบิวต์ผมก็ไปดูไลฟ์ที่หอประชุมนาคาโนะด้วย"

 

   ห้องส่ง   โฮ่~~~~

 

   โย  "ฮอลล์นั้นไม่ค่อยมีใครได้ดูเท่าไหร่  สุดยอดเลยนะครับ"

 

   พิธีกร  "ตอนนั้นคุณแม่ของ TOSHI ซังทำงานบริษัทประกันอยู่" 

 

   ซับ:  "ข้อมูลเชิงลึก"

 

   พิธีกร  "แล้วก็ให้ทำประกันด้วยล่ะครับ"

 

   ห้องส่ง  เอ๋~~~  สุดยอด~~!!

 

   พิธีกร  "แล้วทุกวันนี้ผมก็ยังส่งประกันอันนั้นอยู่เลยนะ"

 

   คิมุระ  "โยชิกิซังมีทำประกันกลองอยู่รึเปล่าครับ?"

 

   โย  "ผมน่ะเหรอครับ  คงทำไม่ได้ล่ะมั้ง"

 

   ห้องส่ง  (ขานรับแบบเห็นด้วย)

 

   โย  "ยังไงล่ะ  รู้สึกที่ลอนดอนจะมีบริษัทประกันที่สุดยอดมากๆอยู่  จะอะไรก็ประกันได้หมด  แต่มีนักดนตรีอยู่แค่ 3 คนเท่านั้นในโลกนี้ที่เขาจะไม่รับทำประกันให้  แล้วผมก็เป็นหนึ่งในนั้น"

 

   ซับ:  "บริษัทประกันไม่รับ"

 


   นาทีที่ 2.09  "เวลา X Jump นี่สะเทือนมาถึงมั้ยคะ?"

 

   โย  "ยังไงล่ะ  เหมือนหมากของไพ่นกกระจอกที่ตั้งอยู่ไกลๆล้มน่ะครับ"

 

   ห้องส่ง  เอ๊~~~~~~  (ภาพขึ้นอิมเมจให้ดู)

 


   นาทีที่ 2.30  "จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังห้ามทานช็อคโกแลตอยู่เหรอคะ?"

 

   โย  "เป็นอะไรที่รู้สึกว่าเกี่ยวพันถึงชีวิตน่ะครับ"

 

   พิธีกร  "เรื่องช็อคโกแลตที่พูดถึงนั้นมีเขียนอยู่ในหนังสือเล่มนี้ก็กำลังจะวางขายวันที่ 25 พ.ค.นี้ค่ะ"  /  ซับ  "เริ่มให้สั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ผ่านทาง YOSHIKI mobile และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ"

 

   โย  "อายครับ  ว่าไงดี  ข้างในมันสุดยอดมากเลย  จนเคยอยากเอาไว้ให้ผมตายก่อนแล้วค่อยออกด้วย"

 


   นาทีที่ 3.02  "เห็นเล่าโน่นเล่านี้ให้ฟังแบบนี้  แต่เมื่อก่อนเคยไปออกวิทยุแล้วไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียวด้วยนะครับ  ไปเป็นเกสต์ใช่มั้ยครับ"

 

   โย  "ครับ"

 

   ซับ:  YOSHIKI  'Rule เวลาออกวิทยุ'

 

   พิธีกร  "ตอนนั้นมันเป็นยังไงเหรอครับ  ไม่มีอารมณ์หรือยังไง"

 

   โย  "จะว่าไม่มีอารมณ์มันก็... เป็นเรื่องประมาณวันนี้ไม่ค่อยอยากพูดนะครับ  ผมไม่ชอบรายการวิทยุมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วด้วย  แต่เขาก็ว่า  'ยังไงก็ช่วยมาออกทีเถอะ'  'ไม่พูดก็ได้เหรอครับ'  'ได้ครับ'  ผมก็เลย..."

 

   พิธีกร  "เป็นรายการวิทยุแท้ๆแต่ก็พูดแบบนั้นนะครับ"

 

   โย  "ไดเร็คเตอร์บอกทำนองว่า 'ไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้' น่ะครับ"

 

   พิธีกร  "ก็เลยไปเพราะบอกว่่าไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้"

 

   โย  "ดูเหมือนเขาจะคิดว่าคงไม่ค่อยพูดอะไรมาก  แต่จริงๆคือไม่พูดซักคำเลยน่ะครับ"

 

   พิธีกร  "มีส่งเสียงตอบรับอะไรแบบนี้บ้างมั้ยคะ?"

 

   โย  "ครับ  อย่างก๊อกๆแบบนี้"

 

   ห้องส่ง  จริงอ่ะ~~~!!  เคาะแบบนี้เหรอ~  (ซับ: ตอบด้วยเสียง)

 

   พิธีกร (ทำเหมือนออกรายการวิทยุ)  "พอพูดว่า  'เกสต์วันนี้คือโยชิกิซังครับ!' ก็จะ?"

 

   โย  (เคาะโต๊ะก๊อกๆ)

 

   ซับ:  Rule ของ YOSHIKI  "อารมณ์ไม่ดีเมื่อไหร่จะตอบด้วยเสียงเคาะ"


   
   สึจิดะ  "ยังงี้แฟนที่ได้ยินแค่เสียงคงว่า 'นี่มาจริงๆเหรอ!?' กันเนอะ"

 

   โย  "มีโทรศัพท์เข้ามาเพียบเลยครับ  ถามว่า  'นี่อยู่จริงๆเหรอ!'"

 


   นาทีที่ 4.12  "งานดื่มฉลองของยามาโมโตะ โมนะกับ YOSHIKI"

 

   โมนะ:  เล่าถึงตอนทางรายการ Hekisagon ไปดื่มฉลองกับรายการเกียวเร็ตสึ (ตอนที่ชินซุเกะที่เป็นพิธีกรเกียวเร็ตสึเปิดร้านซูชิ) แล้วมีอยู่ตอนนึงที่โปรดิวเซอร์ของเกียวเร็ตสึมาขอให้โยช่วยไปออกรายการให้  แล้วตอนนั้นโยก็อารมณ์ดีมาก  ตอบตกลงอย่างง่ายดาย  เธอเลยเอามั่ง  ถามว่าไม่มาออก Hekisagon มั่งเหรอ  แต่สุดท้ายก็จำกันไม่ได้ทั้งคู่

 

   นาทีที่ 5.00  โย  "ไม่มีในความทรงจำเลยครับ"

 

   แล้วเธอก็เล่าต่อถึงเรื่องที่คุณทนายคิตะมุระ (Episode นี้เคยมีเล่ามาแล้วในเกียวเร็ตสึ) ไม่ยอมเชื่อว่านี่คือโยชิกิตัวจริงเด็ดขาด  ประมาณว่าโยชิกิน่ะนะจะมาดื่มอยู่ในร้านซูชิที่นิชิอาซาบุ  ที่กำลังอยู่กับตัวเองอยู่นี่ต้องไม่มีทางเป็นตัวจริงไปได้เด็ดขาด  "ตัวปลอมล่ะสิ!"  "ไหนลองถอดแว่นกันแดดออกซิ!"  "ถ้านายเป็นโยชิกิจริงต้องตีกลองได้!  ไหนลองตีนี่ดูซิ"  แล้วก็ฉีกตะเกียบคว่ากส่งให้  ปรากฏว่าโยก็รับมุขจะตีจริงๆ

 

   สึจิดะ  "ไปฟ้องเจ้าทนายนั่นเลยดีกว่า!"

 

   พิธีกร  "อิมเมจดูเป็นคนเข้าถึงยาก  แต่จริงๆแล้วโยชิกิซังเป็นคนเล่นด้วยได้ง่ายเกินคาดสินะครับ"

 

   โย  (ผงกหัว)

 


   นาทีที่ 5.47  "ตอนไปทานข้าวที่ภัตตาคารก็มีผู้หญิงสองคนเข้ามา  'อ๊ะ  กินอยู่ด้วยล่ะๆ'"

 

   ห้องส่ง  (หัวเราะ)

 

   โย  "ผมก็นึกว่านี่คงมีสัตว์อยู่ด้วยล่ะมั้ง"  (แต่ปรากฏว่าเขาหมายถึงเธอนั่นแหละ  เธอเลย)  "ก็ต้องกินอยู่สิ  ก็เป็นคนนี่นา!"  แต่พอพูดไปเขาก็  "พูดแล้วๆ!"

 

   โย (ติดอ่าง + ตะกุกตะกัก + ลิ้นพันกันขั้นรุนแรง  www) "ยังไงล่ะ  เอๆ  เรียกว่าอะไรนะครับ  เอ  อะไรนะ  ทะ ที่แปลกๆ  อะไรนะ  อะ  อะไรๆซักอย่าง  อิริ.. อิริโอโมเทะยามะเนะโกะ (แมวป่าอิริโอโมเทะ - สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์) ทะ.. ทะๆๆๆ  ที่เป็นพันธุ์แปลกๆ" (ขอบอกว่าเวอร์ชั่นแปลแล้วนี่ไม่โหดร้ายเท่าต้นฉบับฮ่ะ  wwww)

 

   ซับ:  "สัตว์สงวน!?"  ภาพแรก --> แมวป่าอิริโอโมเทะ  ภาพสอง --> มังกรโคโมโด  ภาพสุดท้าย --> YOSHIKI 

        

 

 

 

** เนื่องจากคลิปเดิมถูกลบไปเลยเปลี่ยนอันมาแปะ  แต่ปรากฏว่า order ของมันไม่เหมือนกันค่ะ  คลิปที่แปะใหม่นี่เริ่มต้นด้วยเรื่องฮ่องกงก่อน  จากนั้นก็เป็นเรื่องไซตามะ vs จิบะ  แล้วสุดท้ายจึงค่อยเป็นเรื่องเครื่องปิ้งขนมปังเนะ **

 

 

   นาทีที่ 0.04  เอา VTR ของสึจิดะ (ซึ่งเป็นคนไซตามะ) ที่ชอบพูดจานินทาว่าร้ายจิบะให้โยดู  แล้วนาทีที่ 1.05 ก็ขึ้นซับว่า  "แล้วคนจิบะอย่าง YOSHIKI ซังจะคิดยังไงนะ?"  สึจิดะเถียงว่าทางรายการเลือกมาแต่ตอนแย่ๆ  รู้มั้ยว่าเมียตัวเองเป็นคนจิบะ  คิดว่าตัวเองจะได้รับความใส่ใจจากพ่อตาขนาดไหนล่ะ

   


   โย  "แล้วมีปัญหาอะไรมั้ยล่ะ"  แล้วก็พูดทีหลังว่า  "ล้อเล่นครับ"

 

  

   นาทีที่ 1.50  พิธีกร  "ว่าไป  ได้ยินมาว่าสมัยประถมโยชิกิซังเคยเอาเครื่องปิ้งขนมปังไปโรงเรียนด้วย  จริงรึเปล่าคะ?"

 

   ห้องส่ง  เอ๋~~~~ ! ? ?

 

   โย  "อ๊ะ ครับ  ที่ใช้ปิ้งขนมปังแถวสินะ  ครับ  เคยเอาไป"

 

   พิธีกร  "เอ๊ะ  ที่โรงเรียนน่ะเหรอครับ"  "ทำไมเหรอคะ?"

 

   โย  "ก็ปิ้งแล้วมันอร่อยกว่านี่ครับ"

 

   "ขนมปังที่เป็นอาหารโรงเรียนน่ะเหรอคะ"

 

   โย  "ครับ"

 

   ซับ:  Rule ของ YOSHIKI  "แม้แต่ขนมปังของโรงเรียนก็ต้องปิ้งสดๆ"

 

   พิธีกร  "แล้วอาจารย์มีปฏิกิริยายังไงบ้างครับ"

 

   โย  "ก็ว่าคนที่จะปิ้งได้มีจำกัด  เลยถูกโกรธครับ"

 

   พิธีกร  "อาจารย์โกรธ?"

 

   โย  "ครับ  ก็เลยเอาไปอีกเครื่องนึง"

 

   พิธีกร  "ร็อคสุดๆเลยนะครับเนี่ย"

 


   ขึ้น VTR เรื่องไลฟ์ที่ฮ่องกง

 

   นาทีที่ 2.36  โย  "ไปพักในห้องที่ใหญ่มากๆครับ  ผมเอาออกซิเจนแคปซูลเข้าไปด้วย"

 

   พิธีกร  "เอ๋  นั่นมันใหย่ไม่ใช่เหรอครับ  ขนาดเข้าไปนอนได้คนนึง"

 

   โย  "ครับ  ผมเคยพักในห้องใหญ่ๆมาเยอะ  แต่ที่นี่พอเข้าไปอาบน้ำฝักบัวแล้วปรากฏว่าเหม็นมากเลยครับ"

 

   พิธีกร  "ฝักบัวน่ะเหรอครับ?"

 

   โย  "จากปากท่อระบายน้ำน่ะครับ"

 

   ห้องส่ง   หา~~~~~

 

   โย  "แล้วพอโทรศัพท์ไปเขาก็ว่า  'เพราะไม่มีใครพักห้องหรูๆแบบนี้'  เพราะปกติไม่ได้ใช้ก็เลยเหม็นน่ะครับ"

 

   ซับ  "ไม่มีการดูแลห้องสวีท!?"

 

   โย  "ผมก็คิด  นี่มันแก้ตัวนี่นา  แล้วพอบอกว่าช่วยมาทำอะไรซักอย่างทีเถอะ  คราวนี้เขาก็เอาสเปรย์ดับกลิ่นมาฉีดฟุ้งไปหมดเลย  ยิ่งเหม็นหนักเข้าไปอีก"

 

   ห้องส่ง  (หัวเราะ)

 

   โย  "แต่ว่าผมเป็นคนที่ถูกมองไม่ดีอยู่แล้ว  ก็เลยอดทนเอาไว้น่ะครับ  แต่พอจะอาบน้ำฝักบัวน้ำก็ร้อน"

 

   พิธีกร  "อา  อันนี้ไม่ไหวนะครับ  โยชิกิซังกับน้ำฝักบัวร้อนๆเนี่ย"  (ตำนานเรื่องน้ำฝักบัวร้อนที่ขึ้นชื่อไม่แพ้ตำนานแกงกะหรี่เผ็ด)

 

  โย  "แต่ถึงยังงั้นก็  ยังไงดีล่ะ  ตอนนั้นมันก็ตี 3 แล้ว  หากบอกสตาฟไปว่าน้ำฝักบัวร้อนเดี๋ยวได้วุ่นวายใหญ่โต  ผมเลยอดทนไว้  เพราะถูกเป็นคนที่ถูกมองไม่ดีเลยลังเลน่ะครับ"

 

   ห้องส่ง  (หัวเราะ)

 

   โย  "ทีนี้ช่วงก่อนคอนเสิร์ตผมต้องคอยดูแลร่างกาย  ต้องงทานพวการ์โบไฮเดรตจะได้เอาไปใช้เป็นพลังงานได้โดยตรง  เลยโทรไปบอกว่าตอนเช้าให้ช่วยเตรียมกล้วยไว้ให้ด้วยนะ  แต่เขากลับว่า  ไม่มีกล้วย  เป็นแอปเปิ้ลแทนไม่ได้เหรอ  แอปเปิ้ลของเราอร่อยนะ  ผมก็ว่า  ช่วยซื้อมาให้ไม่ได้เหรอ?  แถวนี้ไม่มีร้านขายกล้วย  ผมเลยเปลี่ยนโรงแรมทั้งๆอย่างนั้นเลย"  "แต่ในกรณีของผมเนี่ยมีคนอื่นด้วย  เอาสตาฟมาด้วยประมาณ 100 คนได้  แล้วหลังจากนั้นทั้งหมดก็พากันออกจากโรงแรมกันมาหมดเลย"

 

   ห้องส่ง  โฮ่~~~~

 

   โย  "แต่เรื่องมันก็กลายเป็นว่า  ไม่มีกล้วยก็เลยโกรธแล้วก็ย้ายโรงแรมไปน่ะครับ"

 

   พิธีกร  "อา  โยชิกิจอมเอาแต่ใจโมโหที่ไม่มีกล้วยก็เลยกลับสินะครับ"

 

   โย  "แล้วคดีผมก็มีเยอะด้วย  ซึ่งทั้งหมดก็ถูกเหมาเป็นแบบนั้น  ผมเองก็ไม่มีเวลาคอยอธิบายด้วย"

 

   พิธีกร  "เรื่องก็เลยกลายเป็นว่าโกรธด้วยเรื่องกล้วยก็เลยกลับ"

 

   โย  "อา  แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ"  

 

 

   ฟังแล้ว......  แต่ Episode ที่ชอบมากที่สุดคือเรื่องเครื่องปิ้งขนมปังล่ะ  >w<  ดะ... เด็กประถมอะไรยังงี้!!?  55  ดูนิสัยเรื่องกินเธอแล้วนี่เข้ากับคนฝรั่งเศสได้ดีเลยนะ (ที่เธอพูดว่าชอบฝรั่งเศสมากนี่ไม่เคยแปลกใจ)  มีคนบอกว่าสมัยที่โยยังเป็นเด็กประถมนั่นเครื่องปิ้งขนมปังไม่ใช่ของราคาถูกเหมือนอย่างสมัยนี้  ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ทุกบ้าน  แต่นี่ชีมีให้หอบไปโรงเรียนได้สองเครื่องแน่ะ  ^^'  ช่างสมกับเป็นคุณชายเหลือเกิน  เรื่องที่เธอถูกทรีตไม่เหมือนมนุษย์นี่ก็ฮา  แต่ที่จริงหลังๆมานี่แม้แต่เวลาไปออกวาไรตี้เธอก็ถูกทรีตประมาณนี้ไม่ใช่เหรอ?  ตอนไปออกเกียวเร็ตสึรอบสองพอโยนั่งที่ (จริงๆคือบัลลังก์) แล้วเปิดปากพูด  ผู้หญิงที่เป็นคนของรายการก็ร้องขึ้น (แบบหลุดปากด้วยความตกใจ) ว่า  "โอ้  พูดแล้ว"  อารมณ์ว่า  "เคยได้ยินมาว่าสัตว์ชนิดนี้สามารถพูดได้"  แต่ไม่เคยเห็นกับตา  เพิ่งจะมาได้เห็นก็ตอนนี้    จริงๆตอนไปออกซัมมะก็มีอะไรคล้ายๆแบบนี้นะ  ตอนที่เขาให้ talent ผู้หญิงสามคนทำข้าวปั้นหน้าตาอัปลักษณ์มาให้โยกิน  หนึ่งในนั้นพูดขึ้นมาด้วยว่า  "ทานพวกของอย่างข้าวปั้นอะไรนี่ได้ด้วยเหรอคะ?"  ถึงจะบอกว่าเพราะอิมเมจดูไม่กินข้าวปั้น  แต่มันก็ให้อารมณ์ว่า  "เคยได้ยินมาว่าสัตว์ชนิดนี้ต้องเลี้ยงด้วยอาหารพิเศษ" ยังไงชอบกลอ่ะ  = =;

 

   เรื่องรายการวิทยุนี่แฟน X น่าจะรู้กันดี  ฟังแล้วนึกไปถึงรายการ ANN ในตำนานที่โทชิคุงเป็นคนจัดแล้วคืนนั้นโยมาเป็นเกสต์   ที่ว่าเป็นตำนานเพราะวันนั้นโยเมาแอ๋  พอเข้ามาก็มาป่วนรายการ  แล้วยังจะพยายามพ่นไฟในห้องส่งอีก  เป็นเทปที่แฟน X ทุกคนควรได้ฟังซักครั้งในชีวิตจริงๆนะ  มีหมดเลย  ไม่ว่าจะ 

 

   โทชิ: "เพราะคบกันมา 20 ปีแล้วไงล่ะ" 

   โย:  "เพราะรักกันมา 20 ปีแล้ว?"

   โทชิ:  "พูดแบบนั้น  เดี๋ยวก็มีข่าวลือแปลกๆขึ้นมาเพียบหรอก!"

   โย:  "ไม่ได้ชอบโทชิเป็นพิเศษอะไรซักหน่อย"

   โทชิ:  "ฉันก็ไม่ได้ชอบเหมือนกันแหละ"

 

   ซึ...  ซึนเดเระ!  wwww

 

   ทีสำคัญ  ตอนท้ายรายการ  ฮิเดะจัง (ที่เมาแอ๋) ก็มาเล่นที่ห้องส่งด้วย  บอกว่านั่งฟังในรถแท็กซี่  รู้ว่าโยมาก็เลยมา  ปกติเวลาออกรายการวิทยุโยจะไม่ยอมพูด  แต่ครั้งนี้พูด  ฮิเดะจังเลยพูดซ้ำๆว่า  "เอ๊ะ  โยชิกิพูดอยู่นี่นา~  โยชิกิ  โยชิกิ  โยชิกิ  โยชิกิ  โยชิกิ  โยชิกิ~  พูดอยู่ด้วยล่ะ  โยชิกิพูดอยู่ด้วย~"   ฮิเดะจัง...  รู้ว่ารักมาก  แต่ไม่ต้องออกนอกหน้าขนาดนั้นก็ได้นะ  www  (อยากเอาไปทำเป็นเสียงริงโทนสุดๆ  เสียงฮิเดะตอนพูดชื่อโยน่ารักมั่ก)  แถมมาแล้วก็กวนโทชิอีก (เพิ่มพลังป่วน x2)  เทปนี้ฮิเดะจังโหดร้ายกับโทชิคุงมากมาย  ท่าทางไม่พอใจที่โยมาช่วยโทชิ (หัวเราะ)  มีตอนนึงที่พูดกันแบบนี้ด้วย

 

   Y:  ฉันมาช่วยโทชินะ

   T:  ใช่ๆ  มาช่วย

   H:  ฉันจะมาเล่นกับโยชิกิอ้ะ~!

   T:  หนวกหู!

   H:  ก็จะมาเล่นกับโยชิกินี่นา~!

   Y:  ไม่ใช่ซักหน่อย  ฮิเดะจังน่ะมากวนต่างหาก

   T:  เอ๊ะ?  ฮิเดะ  มากวนเหรอ?

   H:  ฉันจะมาเล่นกับโยชิกิอ่ะ

   Y:  ก็ดีนี่นา  มาเล่นกัน!

 

   อ้อ  ที่เด็ดคือตอนประกาศรักสามเส้ากลางรายการสินะ  (โยให้อารมณ์วันทองมากมาย)

 

   Y:  ฉันรักฮิเดะนะ!

   T:  รู้แล้วๆๆ (หัวเราะ)

   Y:  แต่ไม่ต้องห่วงนะ  โทชิน่ะฉันก็รัก

   T:  จริงน่ะ?

   H:  หยั่งแก (= โทชิ) น่ะเกลียดว่ะ

   T:  พูดชัดเลยเนอะ ฮิเดะจัง

   H:  อื้อ

 

   รักสามเส้า  wwww  จริงๆเรามีไฟล์เทปนี้เก็บไว้นะ  แต่ไม่รุ้เอาไปอยู่ไหนแล้วสิ  หากมีใครอยากได้เดี๋ยวอัพให้ค่ะ  แต่จริงๆใน nico nico น่าจะยังมีนะ  แนะนำให้ฟัง  มันน่ารักมากกกกกกกกก  (อ้อ  เรามีอันที่โทชิยิ่งมุขใต้สะดือเกลื่อนรายการและพูดถึง xxx ของโยด้วยล่ะ  เหอๆ)     

 

         

 

ป.ล.  Ym เปิดให้สั่งจองหนังสือชีวประวัติเธอได้ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.  โดยคนที่สั่งจะได้รับเวอร์ชั่นพิเศษที่จะจำกัดแค่เพียง Ym เท่านั้น  คือปกหนังสือจะเป็นสีขาว (ที่ขายทั่วไปจะเป็นสีดำ)  แต่เนื้อในเหมือนกันทุกประการ

 

   ยะ...  อยากได้อ่ะ!!!    ฟังคำร่ำลือแล้วเขาว่าแบบสีขาวสวยกว่าด้วย  อยากได้ๆๆๆๆๆๆๆ  TwT

 

 

ป.ล.2  มีคนเอารายการ Masaka no Rule (เลือกตัดแต่ตอนโย) แบบเต็มๆมาลงให้ด้วย  แต่ทำไงก็โหลดไม่สำเร็จซักทีง่า  TwT  หากใครโหลดได้แล้วรบกวนช่วยทำเป็นบิทหรืออะไรที่ใช้เน็ตทุยแล้วมีความหวังกับชีวิตให้หน่อยได้มั้ยอ่ะ 

 

   ลิงค์ค่ะ >> http://doukutsu.bex.jp/  อันที่ชื่อไฟล์ [Y-ルール.zip] เนะ

 

 

 

EDIT:  อีเวนท์ของหนังเรื่อง Red Cliff 2 วันนี้โยไปปรากฏตัวในงานกับโทชิแล้วเล่นเพลง FOREVER LOVE ค่ะ  ตะ... ตกลงที่โทชิเลื่อนอีเวนท์วันนี้ของตัวเอง (อีกแล้ว) ก็เพื่อออกงานกับคุณภรรยาสินะ 

 

   ลิงค์มาแล้วค่ะ  หลังๆไมนิจินี่ข่าวเร็วแฮะ  เมื่อกี๊มีข่าวแล้วก็ลบทิ้งไปรอบนึง (ทำเพื่อ?)  ก่อนจะมีโผล่มาใหม่  รีบคลิกเข้าไปดูนะคะ  เพราะไม่รู้จะโดนลบอีกรึเปล่าสิ (หากโดนก็เข้าใจว่าเพราะถูกบอกให้ไว้เอาลงพรุ่งนี้หรือเย็นกว่านี้)  โยในเชิ้ตขาวเจิดจรัสมากมาย  >w<  แต่ผอมอ่ะ  แพ้ท้องครั้งนี้น้ำหนักคงลดไปอีกแหงๆ    อ้อ  ข่าวไม่บอกว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับหนัง  (เผลอๆอาจไม่เกี่ยวเลยซักนิดก็ได้?)  บอกแค่ว่าเธอไปช่วยเขาเท่านั้นเอง  แล้วก็พูดเรื่องที่เธอไปจีนเพื่อการกุศลก่อนหน้านี้ด้วย  อ๊ะ  แล้วก็ว่าหลังเล่นเปียโนจบเธอก็จับมือกับผู้กำกับด้วยค่ะ

 

   http://mainichi.jp/enta/geinou/graph/200904/05/index.html

 

   รูปที่ถ่ายเรียงกันนี่โยเด่นเด้งรัศมีเจิดจรัสเกินไปแร้วววว  กลบคุณสามีซะมิดชิดเลยนะนั่น 

 

 

 

EDIT:  อ่า... ง่า  คิดอยู่ว่าจะขึ้นบล็อกใหม่เลยหรือไงดี  แต่มันก็ไม่ได้จะมีรายละเอียดอะไรมากขนาดนั้น  เอาเป็นว่าแปะลิงค์ก่อนแล้วกันค่ะ

 

   http://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20090405-00000007-oric-ent

 

   http://www.oricon.co.jp/news/confidence/64902/full/

 

   ว่ากันง่ายๆ  โย (ซึ่งในข่าวบอกว่าเดิมเธอมีกำหนดจะแถลงข่าวเกี่ยวกับสมาชิก  แต่ป่วยเลยต้องล้มเลิกไป) ได้พูดไว้ในงานอีเวนท์ของหนังเรื่อง Red Cliff 2 วันนี้ว่า 

 

   "ในเมื่อเป็นวง  ทำที่โตเกียวโดมซะคงดีกว่าเนอะ  แฟนๆทุกคนจะได้เห็นก่อน"

 

   เอ....  ใครกันน๊า~~  เดาไม่ออกเรยยยย  รู้แต่ว่าโทชิคุงมีพูดไว้แล้วว่าโดมครั้งนี้สุงิโซ่คุงก็จะอยู่ด้วยน่ะ  คนที่ 6 นี่ใครกันน๊ออออ   

 

 

EDIT:  แปะรูปงานวันนี้ค่ะ

 

                                       สวยใส

 

                

 

    

 

  

 

  

 

                

 

          

 

  

 

                

 

                             ท่านี้แมนมากมาย (ประชด)

 

                

 

  

 

       ภาพนี้เธอเด่นเด้งสุดๆ  ไม่รู้ทำไม  รู้สึกว่าโยยืนได้หญิงกว่าผู้หญิงที่อยู่บนเวทีด้วยอีก  www

 

  

 

                                        TOSHI in the dark~

 

                 

 

                

 

  

 

               ทำท่าแมนๆอีกแล้ว  wwww (ลิปสติกสีชมพูสวยเหมือนเดิม)

 

                    

 

 

 

   

EDIT:  ลิงค์ข่าว Sanspo มาแล้วค่ะ  ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมานี่มีเรื่องโยลงกี่ครั้งแล้วนะ  ^^' 

 

   http://www.sanspo.com/geino/news/090406/gnj0904060505012-n1.htm

 

   http://www.sanspo.com/geino/news/090406/gnj0904060505013-n1.htm

 

   อันแรกเป็นข่าวที่ลงเกี่ยวกับเรื่องที่โยจะประกาศสมาชิกคนที่ 6 ที่โตเกียวโดมวันที่ 2-3 พ.ค.นี้  ช่างน่าตื่นเต้นลุ้นระทึกเสียนี่กระไร  เดาไม่ออกซักนิดเรยยยย  (ปรากฏว่าวันงานโยจูงมืออิโนะขึ้นเวที  แบบนี้นี่เซอร์ไพรส์ของแท้)  แล้วก็บอกว่าโยจำเป็นต้องยกเลิกกำหนดการที่เคยว่าจะไปดูแข่งรถที่สนามซึสึกะเพราะเหตุผลด้านสุขภาพ  ความที่เธอกำลังจะมีไลฟ์ที่โดมทำให้ต้องใส่ใจเป็นพิเศษค่ะ

 

   ส่วนลิงค์ที่สองเป็นข่าวเกี่ยวกับอีเวนท์เมื่อวานที่เธอควงคุณสามีไปเล่น Forever Love ด้วยกัน  และเกี่ยวกับการกุศลของเธอที่จะบริจาคห้องดนตรีให้กับเฉินตูค่ะ  เธอว่าเธอ  "อยากจะสร้างที่ที่เด็กๆสามารถยิ้มได้"  หลังๆนี่ดูสนใจการกุศลดีจัง  รีบๆแข็งแรงไวๆนะ  โยจจัง

 

   รูป -->

 

        

 

      

 

         

 

 

 

   เขาว่านี่เป็นรูปหลังจากจบอีเวนท์แล้วเธอมาพูดเรื่องการกุศลในห้องแต่งตัวให้นักข่าวฟังค่ะ  ว่าแต่...  ผ้าพันคอผืนนี้กับสูท...  ทำไมรู้สึกนึกถึงตอนแถลงข่าวกับผู้กำกับคิริยะเลยอ่ะ  ^^'  (ไม่ใช่ตัวเดียวกันก็จริง  แต่สไตล์แบบนี้เลย)  หรือเป็นชุดสำหรับออกงานกับสามี (และกิ๊ก) โดยเฉพาะ!?  555  ยังไงก็ดี  ว่าแล้วว่าถอดสูทออกแล้วใส่เป็นเชิ้ตขาวเดี่ยวๆแล้วดูดีกว่า  >w<             

        

         

 

          

 

          

 

        เซ็นชื่อลงในโปสเตอร์หนังที่จะเป็นรางวัลให้กับผู้อ่าน Sanspo

 

           

 

 

 

EDIT:  แปะคลิปจากยูทูบค่ะ

 

 

 

   อันนี้ฮามาก ตอนนาทีที่ 0.31 ที่เธอถูกถามถึงเรื่องสมาชิกคนที่ 6 โยว่า  "ผมว่าผมแถลงข่าวเยอะเกินไปจริงๆด้วยล่ะ  ดูไม่ค่อยเป็นวงร็อคเลย" (เพราะงั้นเลยจะไม่แถลงข่าว  แต่ประกาศที่โดมแทน)  คนฮากันครืน  แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟน (หรือต่อให้เป็นแฟนก็ตาม)  เห็นข่าวโยชิกิทีไรก็มักเป็นแถลงข่าวอยู่เรื่อยแหละนะ

 

 

 

 

  

 

 

edit @ 6 Apr 2009 12:39:34 by XFreak

   เหอๆ  ง่วงมากมาย  แต่ดันอยากเขียนบล็อกขึ้นมาซะงั้น  เพราะเจ้า "นางพญาผิ้ง" ของ Ym แท้ๆเชียว  >w<

 

   สืบเนื่องมาแต่ที่โยถูกสตาฟ Ym ตั้งสมญาออกอากาศว่า「一番働く女王蜂」- "นางพญาผึ้งที่ทำงานหนักที่สุด"  แฟนๆก็พากันเกิดปฏิกิริยา  ----->  มันเรียกแบบอื่นก็ได้ไม่ใช่หรือไง  wwwww  ปกติเขาเรียกผู้ชายว่า "นางพญาผึ้ง" กันด้วยเรอะ~~~ ! ! !

 

   เลยรู้สึกขึ้นมา (เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้) ว่าคนรอบตัวโยดูไม่ค่อยมีใครปฏิบัติกับเธอแบบผู้ชายคนนึงเท่าไหร่เลยเนอะ  แต่นั่นแหละ  จะเอาอะไรมากมายกับผู้ชายที่เพื่อนในวงเรียก "เจ้าหญิง" บ้าง "นางเอก" บ้างก็เห็นจะไม่ได้  เอาเข้าจริงเราเองก็ยังเผลอบ่อยๆ  จำได้เลยว่าเมื่อก่อนตอนเห็นคามิโจครั้งแรก (สมัยลาเรน) ที่เขาทำผมทองยาวเป็นลอนเนี่ย  รู้สึกวูบขึ้นมาว่าผู้ชายคนนี้แอบเหมือนโย  เลยชี้ชวนเพื่อนให้ดูรูปคามิโจ  ประมาณว่าดูจิ  คนนี้คล้ายโยเนอะ  "ถ้าโยเกิดมาเป็นผู้ชาย (???) ก็คงประมาณนี้ล่ะแกร"    

 

   อีกหนก็ตอนมีคนมาเล่าข่าวลือ (ติงต๊อง) ที่ว่าโรสมือกลองวง Trax เป็นลูกชายโย  ปฏิกิริยาตอนนั้นของข้าพเจ้าคือ ----->  "อะไรนะ! โยมีลูกที่แอบไปคลอด (???) ทิ้งไว้ที่เกาหลีเรอะ~ ! ! !"  ^^"  

 

   ดูตัวเองแล้วย้อนระลึกถึงคนอื่น  อืม  เราไม่ได้เดียวดายบนโลกอันกว้างใหญ่นี้สินะ  เหอๆ  ว่าแล้วก็เขียนถึง Episodes แนวนี้หน่อยดีกว่า

 

   Episode 1:  "นี่ผู้หญิงใช่มั้ย?"

   สมัยที่ X ยังเป็นอินดีส์เที่ยวตะลอนเล่นไลฟ์ทั่วราชอาณาจักร  และโยก็เที่ยวเป็นลมทั่วราชอาณาจักรไปด้วยนั้น (ชีเป็นคนที่มีประวัติการเป็นลมมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องน่ะนะ  ไม่ใช่ว่าพอดังแล้วถึงค่อยหัดเป็นลมหรอก)  มีหนนึงที่ชีเป็นลม (ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะที่ฮอกไกโด) แล้วถูกหามส่งโรงหมอ  ปรากฏว่าคนที่โรงพยาบาลถามพวก roadies (เพื่อความมั่นใจ?) ว่า 

 

   "นี่ผู้หญิงใช่มั้ย?" 

 

   ........

 

   Episode 2:  "ประจำเดือนมาเหรอ?"

   สมัยที่ X ยังเป็นอินดีส์เที่ยวตะลอนเล่นไลฟ์ทั่วราชอาณาจักรอยู่นั้น (กรุณาอย่าใส่ใจว่าก๊อปขึ้นต้นมาจากด้านบน  แฟน X ที่ดีเขาไม่สนเรื่องหยุมหยิมกันหรอก!)  โยเกิดไม่สบายแล้วก็อารมณ์ไม่ดีไปพร้อมๆกัน  ทางผู้เกี่ยวข้องที่เป็นฝ่ายจัดอีเวนท์ของท้องถิ่นเลยถามกับ roadie (ที่ไม่ใช่จอร์จและอุเมะจัง) ว่า

 

   "เป็นอะไรไปน่ะ?  ประจำเดือนมาเหรอ?"

   Roadie:  "เปล่าครับ...... คิดว่าไม่ใช่หรอก"   

 

   แล้วทำไมต้องมี "คิดว่า" ด้วยล่ะ  ___or2

 

   เห็นมั้ยล่ะ  เค้ามะใช่คนเดียวซักหน่อย  >w<

 

 

ป.ล. วันนี้ Ym อัพบทสนทนาโซ่โยอีกแล้ว  ยังไม่ได้อ่านแบบเต็มๆ  แต่....  เหอๆ  ไม่เคยได้ยินโยชมใครออกนอกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลยนะ (หรือจริงๆคือ  ก็เห็นสองคนนี้ผลัดกันชมกันไปชมกันมาตลอดนั่นแหละ)  ชีแสดงออกว่าไว้เนื้อเชื่อใจโซ่อย่างแรง (จนตอนหลังเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าชมโซ่หนักไปหน่อย  เลยต้องพูดถึงพาตะขึ้นมาว่าเชื่อใจเหมือนกันแก้เกี้ยวยังไงชอบกล)  จนแฟนๆรู้สึกขึ้นมาว่าคนที่ 6 คงไม่พ้น...  ฮะๆๆ  ถึงขั้นคิดกันว่าหรือที่ Ym เอาสัมภาษณ์นี่มาลงก็เพื่อบอกแฟนๆเป็นนัยๆว่า  เห็นมั้ย  โยชิกิชื่นชมและไว้เนื้อเชื่อใจสุงิโซ่ขนาดนี้เชียวนะ  กล้าขัดขืนเรอะ  แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม  เหอะๆ  ก็ต้องตามดูกันต่อไปแหละเนอะ    

   

 

EDIT:  ท่าทางตอนนี้เกาหลีจะออกโปรโมชั่นมาแล้วเหมือนกันค่ะ  http://www.xjapan.kr/news_view.asp?idx=102&NvCh=2  เหอๆ  ดูเหมือนจะเป็นการเซลล์ที่ใหญ่พอดู  เท่าที่จับความจากการใช้เว็บแปล+ฟังคนญี่ปุ่นที่พอรู้เกาหลีบ้างบอก  รู้สึกว่าหากใช้ BC การ์ด (บัตรเครดิตที่คนใช้เยอะสุดในเกาหลี) ซื้อบัตรคอนเสิร์ตแล้วจะได้รับส่วนลด 20%  และยิ่งลดหนักหากซื้อทั้งสองวัน  คือได้รับส่วนลดสูงถึง 50% เลยทีเดียว  แต่เหมือนว่าจะยกเว้นบัตร R ค่ะ  นอกนั้นก็ยังมีเงื่อนไขหรือข้อมูลต่ออีก  แต่ไม่อาจรู้ได้เพราะอ่านไม่ออก  T0T  สังเกตได้ว่าข่าวนี้เขียนเป็นภาษาเกาหลี only (และยังบอกให้ใช้เครดิตการ์ดเกาหลี)  เพราะงั้นโปรโมชั่นก็มุ่งอำนวยผลแต่คนเกาหลีนั่นเอง  อืม... หากฮ่องกงนิสัยประมาณเกาหลี  สงสัย X Phone กับ X MP3 คงมีแต่คนฮ่องกงที่มีสิทธิ์ได้แหงๆ  ถือว่าโชคดีไปสินะ    (แอบเลวเล็กน้อย  ตอนนี้รู้สึกว่าโชคดีมากๆที่ตัดสินใจไปฮ่องกง  ไม่งั้นเราคงได้ประสาทกินกับเกาหลีจนหัวระเบิดแหงมๆ) 

 

 

edit @ 25 Feb 2009 14:16:24 by XFreak

   สืบเนื่องจากบล็อกที่แล้วเลยนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้  แอบดูเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้ที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์โยเยอะยังไงชอบกล  เพราะงั้นก็เอามาลงหน่อยแล้วกัน

   รู้สึกเราจะมีเขียนไว้ตั้งแต่ในเอ็นทรี่แนะนำตัวเลยทีเดียวว่า "เกลียดฮิเดะแฟนเกิร์ล (แฟนบอยด้วย)"  และจนปัจจุบันนี้ก็ยังคงยืนยันคำเดิม (แฟนเกิร์ล/แฟนบอย กับแฟนธรรมดาเป็นคนละพวกกันนะจ๊ะ  เพราะตัวเราเองก็นับเป็นแฟนฮิเดะคนนึงเหมือนกัน)  สาเหตุคงเพราะมีเรื่องเจ็บช้ำน้ำใจกับฮิเดะแฟนเกิร์ลมาซะเยอะ  พวกนี้มักจะพูดอะไรที่เรารับไม่ได้ (แต่ยังไม่เคยเจอฮิเดะแฟนเกิร์ลคนไทยแฮะ  นับเป็นโชคอย่างยิ่ง)  ส่วนหนึ่งอาจเพราะงานโซโลของฮิเดะจัดได้ว่าประสบความสำเร็จสูง (ในระดับหนึ่ง  แต่ไม่ได้เปรี้ยงปร้างขนาดแหกตลาดระดับ mass ได้สำเร็จอย่างคาวามุระ ริวอิจิ)  ก็เลยบังเกิดกลุ่มที่เป็นแฟนฮิเดะแต่ไม่ได้เป็นแฟนเอ็กซ์ขึ้นมา  และพวกที่เราอี๋สุดๆก็คือฮิเดะแฟนเกิร์ลที่อยู่ในกลุ่มนี้อีกทีนั่นเอง  สาเหตุหลักที่ทำให้ปรี๊ดแตก+สาปส่งตั้งแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้ก็คือ  ตอนที่ X ยุบวงเนี่ย  ขณะที่ข้าพเจ้ากับอีกหลายๆคนกำลังเป่าปี่กันจะเป็นจะตาย  พวกนี้กลับดีใจกันอ่ะ  = ='  ไอ้ที่ดีใจเนี่ยยังเฉยๆนะ  เค้ามีสิทธิ์ที่จะรู้สึกยังไงก็ได้ใช่มั้ยล่ะ  ปัญหามันอยู่ตรงที่เหตุผลที่ดีใจของพี่แกคือ "ทีนี้ฮิเดะจังก็เป็นอิสระแล้ว" >> ฟังแล้วเลือดขึ้นหน้ามาก  คนที่ดิ้นรนอยากให้ X อยู่ต่อไป  อยากให้ X รียูเนี่ยนมากที่สุดก็คือฮิเดะแท้ๆ  พวกนี้สนแต่จะให้ตัวเองสมหวังที่จะได้ตามงานโซโลฮิเดะ (โดยไม่มี X มากวนใจ)  แต่ไม่สนใจเลยว่าตัวฮิเดะเองคิดยังไงซักนิด  เทียบกันแล้วแฟนเกิร์ลของศิลปินคนอื่นถึงจะดูโง่เง่าน่าหมั่นไส้ยังไง (เช่นโยชิกิแฟนเกิร์ลที่ชอบด่าโทชิว่าหาประโยชน์จากโย  ยังกะโยไม่ได้ประโยชน์ห่าเหวอะไรจากโทชิเลยงั้นแหละ)  เค้าก็ยังดูสนใจความรู้สึกของ idol ตัวเองมากกว่านี้  ที่น่ากลัวหนักกว่านั้นก็คือ  พอฮิเดะเริ่มเป็นที่รู้จักในต่างแดน  ฮิเดะแฟนเกิร์ลชาติอื่น (ส่วนนึง ไม่ทั้งหมดหรอก) ก็ดันมีพฤติกรรมประมาณกันอีกต่างหาก  น่าสะพรึงกลัวจริงๆ  = ='

   ได้ทีเลยเผลอระบายซะยาว  แบบว่าอัดอั้นอ่ะ  พอต้องเจออะไรงี่เง่าติดๆกันแล้วเซ็ง  ที่จู่ๆก็ร่ายถึงฮิเดะแฟนเกิร์ลก็เพราะ  โดยไม่รู้ว่าทำไม  พวกนี้ดูมีแนวโน้มที่จะเกลียดโยซะเยอะน่ะสิ (เคยเจอหลายคนที่ให้เหตุผลว่าเพราะ "ฮิเดะจังดูรักโยชิกิมากเกินไปเลยหึง"  อันนี้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงน่ะนะ)     ซึ่งก็ ironically มาก  เพราะพวกนี้ถูกฮิเดะเกลียดตอบเอาไม่ไว้หน้าเลยทีเดียว  เอาเข้าจริง  ฮิเดะไม่ใช่คนที่เอาใจแฟนๆเลยนะ (ผิดกับโยที่อ้อนแฟนๆสลับกับทำพฤติกรรม tsundere ที่ชวนให้อยากตบจูบตลอด)  อย่างที่รู้กันว่าสมาชิก X ที่ "สื่อสาร" กับแฟนๆมากที่สุดก็คือฮิเดะ  ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ตามใจหรือคอยเอาอกเอาใจแฟนๆแล้ว (กับแฟนที่ดีมาฮิเดะก็ดีตอบ  กับคนที่งี่เง่ามาฮิเดะก็สวดเข้าให้)  บางทียัง "ฉะ" เข้าให้ซะอีก  บังเอิญว่าเพราะเป็นฮิเดะหรอกแฟนๆถึงไม่ว่าอะไร  (อิมเมจเขาให้น่ะนะ)  ซึ่งประเด็นที่หากใครพูดมาแล้วรับประกันได้ว่าฮิเดะไม่มีวันเห็นด้วยก็คือ  การวิพากษ์วิจารณ์ (ด่า) YOSHIKI นั่นเอง

 

   

 

   นี่คือข้อความตอบกลับที่ฮิเดะมีต่อแฟนคนหนึ่งที่เขียนจดหมายมาลงในมุม VOICE  เนื้อหาเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ YOSHIKI แบบค่อนข้างรุนแรง  พูดเป็นทำนองว่าอย่ามาเรียกโยว่ามี charisma นะ  ในสังคมทั่วไปเขาไม่ใช้กันซักหน่อย  คอยเอาอกเอาใจกันอยู่นั่นแหละ  บลาๆๆๆ  ซึ่ง HIDE ก็มีฟีดแบ็คกลับไปดังนี้

 

     ...แต่ว่านะ...  จะพูดยังไงดีล่ะ  สำหรับผมแล้วน่ะ  ตั้งแต่วันที่ได้เจอกับโยชิกิเป็นครั้งแรกจนถึงทุกวันนี้  ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อน  ไม่ว่าจะในฐานะของผู้ชายคนหนึ่ง  ไม่ว่าจะกินข้าวอยู่  ไม่ว่าจะทำอะไร  เขาก็ยังเป็นคนที่มี charisma มาตลอด  เปล่ง 'ออร่า' ออกมาพลั่กๆ เลยนะ... นั่นน่ะ...  ไม่ใช่ของที่ถูกใครทำขึ้นให้ด้วย  มีมาเอง  เกิดมาแล้วเป็นเองเลยเชียวน๊า~ เนี่ย

     นะ  แต่ประเด็นที่อยากจะพูดก็คือ "รีบๆออกอัลบั้มมาเร็วๆเข้า" สินะ  คุณ "Kami yori no Shisha" (ผู้ส่งสารจากพระเจ้า) น่ะ......

     ในสังคมทั่วไปเนี่ย...  การไม่ลงชื่อน่ะไม่ใช่ของที่เขาทำกันเป็นปกติหรอกนะครับ... Ha Ha

 

   มีใครรู้สึกเหมือนเรามั้ยว่าฮิเดะจังแอบปากจัดใช้ได้เลย  ^^'

   ส่วนเรื่อง praise โยแบบออกนอกหน้าเนี่ย...  อืม  ฮิเดะก็เป็นของฮิเดะแบบนี้แหละ (ถึงบางครั้งแม้แต่คนที่เป็นสาวกโยอย่างเราจะยังอดอึ้งไม่ได้  และเริ่มรู้สึกเข้าใจความหึงของฮิเดะแฟนเกิร์ลก็ตาม)  คนที่พอจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับฮิเดะได้ในเรื่องการชมโยแบบเวอร์ๆเนี่ย  ชีวิตนี้เท่าที่เห็นมาก็มีแค่จอร์จแห่ง Ladies Room ที่เป็นมือขวาโยเท่านั้นแหละ  ให้อารมณ์「俺のよっちゃんに手を出すな!」จริงๆนะ (หรือ '俺たち' หว่า?)

 

   ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้  สงสัยเพราะสติสตังยังไม่เข้าที่ดีนัก  เดิมตั้งใจไว้ว่าจะไม่เอ่ยอะไรที่มีความเชื่อมโยงกับวง S.K.I.N. เนื่องจากอาจโดนแฟนคลับของวงนี้เหยียบเอาได้  แต่มาตอนนี้ที่กำลังเซ็ง+จริตไม่สมประกอบ  ก็บังเกิดอาการหยั่งรู้ว่า >> วะฮ่าฮ่า  ตีนมันเชื่อมโยงออนไลน์มาไม่ได้หรอกเฟร้ย   

   พูดซะใหญ่โต  จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรขนาดนั้น (หรือมี?  ไม่รู้เหมือนกัน)  แค่บังเอิญ episode คราวนี้มันเกี่ยวกับ Gackt  ผู้ที่เจ้าของบล็อกมีความรู้สึกอันแสนสลับซับซ้อนด้วยเท่านั้น  ที่ว่ามันสลับซับซ้อนก็คือ  ไม่รู้จะบอกว่าชอบหรือชังดีนี่สิ  = ='  ออกแนวปนๆกันไปตามแต่สถานการณ์  ซึ่งก็มีพัฒนาการมาเป็นลำดับดังนี้

 

   ระยะที่ 1  "หล่ออีก  มันหล่อได้อีกกกกกก" 

   >>  รู้จัก Gackt ครั้งแรกราวๆปี 1996  ยังไม่รู้อะไรมากมายนอกจากเป็นนักร้องของวงชื่อ Malice Mizer  เริ่มมาสนใจเพราะถูกเพื่อนเป่าหูในปี 1997  ซึ่งการเป่าหูนี้ก็รวมไปถึงการให้หยิบยืมข้าวของต่างๆนานา  จนได้เห็น Gackt แบบเป็นจริงเป็นจังครั้งแรกก็คือตอนที่ดูเจ้าหนังเงียบประกอบ PV เพลงชื่อ Bel Air อะไรสักอย่าง  ความรู้สึกที่มีต่อฮีครั้งแรกคือ  "หล่ออีก  มันหล่อได้อีกกกกกก"  ตอนนั้นเลยเริ่มชอบมาลิซขึ้นมานิดๆ (เพราะเพลงด้วยนะฮ้า  ไม่ใช่แค่เพราะหน้าตาน่อ)  ประกอบกับเป็นช่วงที่ X ยุบวง  อารมณ์มันเลยเหมือนคนอกหักที่กำลังอยากหาที่พึ่งทางใจเนะ    

   ระยะที่ 2  "เอิ่ม......" 

   >>  รู้ข่าวว่า Gackt ออกจากมาลิซ (แบบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่)  จำได้ว่าตอนแรกที่ออกนี่กลิ่นมาลิซยังฉุนกึ้กอยู่เลย  เพลง Miserable นี่ชัดมาก (ยังจำชื่อได้อยู่วุ้ย)  ความที่เรื่องโทชิยังฝังใจ  อารมณ์ที่มีต่อพี่แกตอนนั้นเลยไม่ได้กรี๊ดกร๊าดอะไรเท่าไหร่  แต่ไม่ได้เกลียดอะไรเลยนะ  อย่างไรก็ดี  เราก็เริ่มถอยตัวออกห่างจากเพลงญี่ปุ่นตั้งแต่มีข่าวเรื่องฮิเดะเเล้ว  เรียกได้ว่าแทบจะหมดความสนใจไปโดยสิ้นเชิง  ยังเหลือที่คอยตามอยู่ก็แค่ความเคลื่อนไหวของโยเท่านั้น  เพราะงั้นพอมีข่าวเรื่อง Gackt เล่นหนังกับ Hyde + ช็อคสุดขีดกับภาพฮีโยกย้ายส่ายสะโพกในเพลง Vanila (มันผิดอิมเมจเดิมมากเลยนะ  TwT )  ความสนใจที่มีต่อ Gackt (หรือจริงๆคือวงการเพลงญี่ปุ่นโดยรวม) ก็กลายเป็นเท่ากับ 0 ไปโดยปริยาย

   ระยะที่ 3  "หร่อนมาได้ไงยะ" 

   >>  คราวนี้เป็นการรับรู้เรื่อง Gackt แบบไม่ได้ตั้งใจหา  เพราะจู่ๆดันมีข่าวฮีแพลมออกมาแจมกับหญิงโยซะงั้น  ตอนได้ยินครั้งแรกนี่ถึงแก่ขมวดคิ้ว  ก็คู่นี้ดูยังไงก็ไม่น่าจะมาบรรจบกันได้เลยง่ะ  = ='  คนละยุคคนละสมัย  คนละทิศคนละทาง  คนละเรื่องคนละราวกันโดยสิ้นเชิง  แรกๆก็ยังไม่กระไรเท่าไหร่  แต่พักต่อมาก็เริ่มรู้สึก  "เมื่อไหร่จะเลิกซักทียะ"  เพราะมันมีอยู่ช่วงนึง (ราวๆปี 2002-2003 มั้ง) ที่ Gackt เอาแต่พูดโยชิกิยังงั้นโยชิกิยังงี้  ไม่ชอบบบบบบบบบบ  รู้สึกเหมือนลูกสาวที่หย่ากับสามีกำลังหาเขยใหม่ที่ไม่ชอบหน้าให้  บ๊ะ  พูดยังงั้นก็ไม่ค่อยถูก  เพราะในความรู้สึกเรา  ตอนนั้นมีสภาพเหมือน Gackt คอยตามตื๊อแล้วโยไม่ค่อยเล่นด้วยมากกว่า  ^^'  ไม่สิ  จะว่าไม่เล่นด้วยก็ไม่เชิง  เหมือน Gackt คอยตามจีบโดยโยไม่รู้ตัวมากกว่า (หัวเราะ)  นึกถึงตอนไปออก Waratte Iitomo ที่ Gackt โทรหาโย  ที่ว่าเป็นครั้งแรกที่โทรหาโยแล้วได้คุย  เนื่องจากที่ผ่านมาฮีโทรไปแล้วหญิงโยไม่เคยรับ  ฝากข้อความไว้ก็ไม่เคยโทรกลับ (ซึ่งก็เป็นนิสัยชีอยู่แล้ว  ไม่ใช่ว่าใจร้ายกับแก๊กเป็นพิเศษหรอก)  พอได้คุยทางโทรศัพท์เลย  "ช็อคจนร้องไห้เลยนะ"  โถ...  พ่อคุณ  งั้นก็ตัดอกตัดใจ  เลิกยุ่งกับลูกสาวชั้นซะทีสิยะ (ยังสวมบทแม่ยายใจร้ายอยู่)

   คงมีคนสงสัย (พอๆกับที่ก็สงสัยตัวเอง) ว่าทำไมถึงได้เหมือนจะจงเกลียดจงชัง Gackt ขนาดนั้น  (ยังคงยืนยันว่าไม่ได้เกลียดเนะ แค่หมั่นไส้จิ๊ดๆเอง)  จริงๆพอมาลองนึกดูแล้ว  ปัญหามันดูจะเกิดจากปัจจัยภายนอกมากกว่าที่ตัวแก๊กน่ะนะ  เรื่องของเรื่องคือเพราะช่วงนั้นที่ Gackt เริ่มตามเกาะแกะโย  แฟน Gackt (หมายเหตุ  ในญี่ปุ่นน่ะนะ  แล้วก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก  เพราะบางคนก็เป็นทั้งแฟนโยทั้งแฟนแก๊กนั่นแหละ) ดูจะออกแนวแอนตี้โยมากกกกก  ไอ้เราในฐานะแม่ (ยก) โยเลยโมโห  ประมาณ  ลูกชายหล่อนนั่นแหละมาคอยตามตื๊อลูกสาวชั้นอยู่ได้  ใครยะที่เทียวไปตอแยลูกสาวชั้นถึงแอลเอน่ะ  ชริ  ^^'  อาจดูแปลกๆ  แต่ตอนนั้นมันพิลึกจริงๆนะ  บอร์ดที่คุยเรื่อง Gackt ช่วงนั้นหากมีชื่อโยโผล่มาเมื่อไหร่จะปั่นป่วนทันที  สภาพคล้ายกับบอร์ดที่คุยเรื่องโยแล้วมีชื่อ S.K. (ภรรยาคิมุทาคุคนปัจจุบัน) โผล่มายังไงยังงั้น  ที่แปลกหนักก็คือ  ในขณะที่แอนตี้โย  แต่เขากลับดูชอบ Hyde กันซะงั้น  ถ้าโยเป็นผู้หญิงก็เข้าใจความรู้สึก  แต่นี่มันผู้ชายทั้งคู่นะ!

   ด้วยประการฉะนี้  เราตอนนั้นเลยเข้าโหมดแอนตี้ Gackt บ้าง  แต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรอยู่ดีนะ  แค่ภาวนาขอให้เลิกยุ่งกับโยทุกเช้าค่ำเท่านั้น    แต่ก็ดูจะไม่เป็นผล  เพราะช่วงนั้นพี่แกก็ออกเพลง "Kimi ~ series" ออกมา  เนื้อเพลงมีเนื้อหาที่คนที่แฟนทั้ง Gackt และโยกรี๊ดกร๊าด  ประมาณว่ามันเข้ากับโยได้พอดีเป๊ะ  ซึ่งมันก็เข้าจริงๆนั่นแหละ  แต่สำหรับอิฉันแล้วเหม็นเรอมากมายฮ่ะ    ทำไมอะไรๆมันถึงไม่ได้ดั่งใจขนาดเน้  อิลูกไม่รักดี (เริ่มพาล)  คราวนี้เลยจัดการตัดหางปล่อยวัดซะทั้งคู่ (เห็นผู้ชายดีกว่าแม่ใช่มั้ย  งั้นก็ไปเรยยยย)  ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ตัดขาดจากเพลงญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง  มารู้อีกทีคือตอนชีออก EM 2 โน่นแน่ะ  ก็ซื้อนะ  แต่ยังคงไม่ได้กลับไปตามติดสถานการณ์อะไร (คิดเหรอว่าชั้นจะยอมรับขมา ผูกข้อไม้ข้อมือให้เอ็งได้เป็นปั๋วเมียกันง่ายๆน่ะ)        

   ระยะที่ 4  "เพราะเห็นแก่หลานหรอกนะ"  

   >>  และแล้วก็ได้ข่าวเรื่อง S.K.I.N.  อารมณ์แรกที่รู้สึกขึ้นมาก็คือ  "หลังจากตามตื๊อมานานปี  ในที่สุดก็สำเร็จซะทีสินะ"  หลังจากนั้นก็ได้ข่าวว่าโซ่เข้าร่วมสังฆกรรม  ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ถูกอกถูกใจข้าพเจ้าเป็นที่ยิ่ง (พูดตรงๆ ส่วนตัวแล้วมองว่าดนตรีสกินจะเจ๋งสุดหากมีสมาชิกแค่โซ่กับโย)  อารมณ์เหมือนลูกสาวกับลูกเขยพาหลานน่ารักน่าชังมาให้  จะผลักไสรึก็ทำไม่ลง  ยอมก็ได้ฟระ    แต่แล้วก็ต้องช็อคสุดขีดเมื่อเห็นหน้าหลานคนสุดท้อง  หน้าตาก็สะสวยดีไม่หยอก  แต่ทำไมตัวถึงใหญ่เป็นเปรตยังงั้นล่ะลูก  T^T  เลี้ยงนี่ให้ข้าวหรือซากุระกินกันแน่  เร่งสีเร่งวุ้นเร่งโตดีเหลือเกิน (ยืนเทียบแล้วรู้สึกเห็นพัฒนาการร่างกายชาวญี่ปุ่นมาก  เรียงลำดับแปรผกผันตามอายุเลยวุ้ย)  มาถึงตอนนี้แม้จะยังมีตงิดในหัวอกอยู่นิดๆ  แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับล่ะนะ  ชีวิตคนเรามันต้องเดินไปข้างหน้า  ซิก

   ระยะที่ 5  "นี่ใบหย่า  เซ็นซะ" by แม่ยาย

   >>  เริ่มต้นด้วยข่าว Reunion ของ X  จากนั้นก็...  (เซ็นเซอร์ตัวเองก่อนถูกเหยียบฮ่า)

 

   นอกเรื่องไปซะไกล  เกือบลืมเรื่องในหัวข้อไปเลยนะเนี่ย  ^^'  จริงๆก็เป็นของที่อยากเอามาถามคนที่เป็นแฟน Gackt นานแล้วน่ะนะ (แบบว่าคนรอบข้างไม่ฟังเพลงยุ่นกันง่ะ)  คืออยากรู้ว่า Gackt เนี่ย  เป็นคนที่พูดอะไรตามอารมณ์ (เหมือนหญิงโย) หรือเป็นคนพูดอะไรจริงจังอ่ะ  คือเดิมทีเนี่ย  เราค่อนข้างมองว่า Gackt เป็นคนที่ขายแฟนเซอร์วิสแบบวายๆค่อนข้างเยอะ  เลยไม่เคยใส่ใจกับพวกคำพูดหรือคำให้สัมภาษณ์ที่ส่อไปในแง่นั้น (เค้าชอบแบบให้จิ้นเอาเองมากกว่าง่ะ)  แต่ถึงยังไงนี่มันก็ออกจะเกินไปหน่อยนะ  เลยอยากขอวานแฟน Gackt  ไหนๆก็ไหนๆแล้ว  ช่วยโปรดสัตว์เค้าทีเต๊อะ  TwT

   

   จากนิตยสาร Playboy รายสัปดาห์ ปี 2003 (ไม่ค่อยชัวร์เท่าไหร่นัก  หากใครมีข้อมูลรบกวนช่วยแก้ให้ด้วยค่ะ)

 

--- จนถึงทุกวันนี้  คนที่ Gackt คุงคิดว่าเท่ที่สุดเลยคือ?

Gackt:  สำหรับผมแล้วคนที่เท่น่ะคือคนที่ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวตนของเขาเติบโตสมบูรณ์หมดแล้ว  เป็นคนที่มีทั้งความมั่นใจแล้วก็ความหนักแน่นในตัวเองสูง  ซึ่งหากเอาคนที่ได้เจอกันจริงๆล่ะก็  คนที่เป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดทำให้ผมคิดว่าสามารถตายเพื่อเขาได้แน่นอนก็คือ YOSHIKI ครับ

--- ตายให้ได้เลยเหรอ!?

Gackt:  เขาน่ะเป็นคนที่โดดเดี่ยวมากๆ  แล้วแบกรับอะไรที่หนักมากไว้บนหลัง  แต่ก็เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้เป็นมนุษย์ที่ไม่อาจถอนสายตาหนีไปได้  ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากทำอะไรซักอย่างให้  ทำให้หลงใหลน่ะครับ  เขาน่ะเร่าร้อน  อ่อนโยน  เป็นหนึ่งในผู้ชายน้อยคนในทุกวันนี้ที่ดำเนินชีวิตอย่างนักรบ  ผมเองก็อยากจะมีชีวิตในฐานะนักรบคนหนึ่งเหมือนกันครับ 

 

   เป็นอะไรมากมั้ยอ่ะ Gackt   = ='  

   แต่มาลองคิดดู  โยก็เป็นมนุษย์ที่ทำให้คนที่พูดถึงชีพูดอะไรเวอร์ๆทำนองนี้ออกมาบ่อยน่ะนะ  เป็นคนประเภทหากใครเกลียดก็เกลียดไปเลย  หากใครหลงก็หลงสุดๆ (แถมคนที่หลงชียังชอบแสดงออกอีกต่างหาก)  ว่าแต่ Gackt พูดจริงมั้ยอ่ะ?

 

 

ป.ล. ได้ข่าวแว่วๆจาก Ym มาว่าหญิงโยเพิ่งซื้อรถใหม่ด้วยอารมณ์ใจเร็วด่วนได้ไป 17 ล้านเยน  = =' (ยี่ห้อ Maserati เนะ  รู้สึกไอ้ตังค์ที่แฟนๆซื้อเครื่องเพชรชีไปจะแปรสภาพเป็นรถคันเนี้ยแหละ)  หวังว่านี่จะเป็นการให้รางวัลตัวเองของชี  แล้วเริ่มขายบัตรที่ปารีสภายในสามวันเจ็ดวันนี้ด้วยเทิ้ดดด (ไม่ใช่กลายเป็นว่าช็อปแหลกเพราะเครียดที่ต้องแคนเซิลนะ  )   

       

   ยังไม่มีวี่แววว่าบัตรปารีสจะออกขาย (ไม่ต้องพูดถึงของไทย)  เครียด+เซ็งจนเริ่มเฉยๆแล้ว (คือมันเครียดและเซ็งต่อเนื่องจนกลายเป็นภาวะปกติ  เซ็ตเป็น default ไปแล้วนั่นเอง)  เพราะงั้นก็หาอะไรฮาๆมาอัพดีกว่า (แต่สุดท้ายมันจะฮามั้ยเนี่ย)  ตอนนี้เองที่บังเอิญคิดถึงนี่ขึ้นมาได้

 

                          気が出るテレビ X JAPAN 登場

        

      

 

   เชื่อว่าส่วนใหญ่ที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้น่าจะเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้วกับรายการฮาๆรายการนี้ที่ถือเป็นการออกทีวีครั้งแรกของ X  ซึ่ง YOSHIKI ได้ไปออกในฐานะ "บุรุษสุดยอดแห่งโลกเฮฟวี่เมทัล"  

   เริ่มแรกมาก็ฮาแตกกับพิธีกร (จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร)  ชอบตอนที่ไปถามคุณพี่คนแรกว่า

 

   "อาโน~  เป็นเฮฟวี่เมทัลรึเปล่าคร้าบ"

   "ดูเอาก็รู้ไม่ใช่รึไงฮะ"

 

   แต่ที่ชอบมากกว่าคือชื่อของคุณพี่พวกนี้นะ  เรียงมาตั้งแต่คนแรกก็  วิเวียน ชุน  ซิกฟรีด โทโอรุ  จอร์จ มาโคโตะ  ไมเคิล ฮามา  แฮรี่ โนงุจิ  เกรท ทากะ  จนสุดท้ายที่เด็ดสุดก็

 

          เกรี่ โยชิกิ

 

   เรื่องของเรื่องคือ  คุณพิธีกรเที่ยวไปสัมภาษณ์ (ส่วนใหญ่ก็ออกแนวไร้สาระ) เหล่าคุณพี่แห่งโลกเฮฟวี่เมทัลทั้งหลาย  แล้วก็ได้ความมาว่า  "บุรุษสุดยอดแห่งโลกเฮฟวี่เมทัล" นั้นอยู่ที่นากาโนะในโตเกียว  จึงให้พี่ชายทั้งหลายช่วยนำทางมาพบ  (สังเกตได้ว่ามีโทชิอยู่ในนั้นด้วย  แหม่  น่าจะขึ้นชื่อ "ออดี้ อากิระ" ให้ด้วยนะ)  และในที่สุดก็มาถึง "ห้อง" ของเกรี่ โยชิกิ  อันเป็นอพาร์ตเมนต์ค่าเช่า 70000 เยนต่อเดือน  จากนั้นก็มีสัมภาษณ์เล็กๆน้อยๆ (และบ้าๆ)  ประเภท 

 

   "หากซักวันต้องเลิกจากวงการเฮฟวี่เมทัลแล้วจะไปทำอะไร"

   "สืบทอดกิจการร้านผ้ากิโมโนของที่บ้าน"

   "อยากไปที่ไหน"

   "แอฟริกา  ชอบสัตว์  อยากไปเล่นไลฟ์ให้คุณช้างดู"

                           ฯลฯ

 

   จำได้ว่าตอนดูครั้งแรกฮาแตกมาก  จนเดี๋ยวนี้กลับไปดูใหม่เมื่อไหร่ก็ยังยิ้มออกทุกครั้ง  อย่างไรก็ดี  หลังจากอ่านคอมเมนต์ในยูทูบและตามเว็บบอร์ดบางที่  ก็รู้สึกว่ามีเรื่องที่น่าจะเอามาเขียนไว้เป็น episode เล็กๆน้อยๆ  นั่นคือ

 

                    มันไม่ใช่ห้องของ YOSHIKI อ้ะ     =_____='

 

   เรื่องมีอยู่ว่า  ทางรายการ Genki นี้ต้องการหนุ่มๆเฮฟวี่เมทัลไปออกโดยมีจุดประสงค์คือเน้นความฮาเป็นหลัก  แน่นอนว่าส่วนใหญ่เขาก็ปฏิเสธไม่ไปออก  เพราะมองว่านี่เป็นการ "เอาวงการเฮฟวี่เมทัลไปทำเป็นตัวตลก"  ซึ่งจะว่าไปแล้ว... มันก็ใช่อย่างที่เขาคิดจริงๆนั่นแหละ    แต่ก็เพราะไม่มีใครยอมไปนี่เอง  โยชิกิผู้ชอบทำอะไรตรงข้ามกับชาวบ้านเลยยอมไปออกรายการ  แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นเป็นการจัดฉาก  และห้องที่ว่าก็ไม่ใช่ห้องของโย  แต่เป็นห้องของเพื่อนคนนึงที่ยืมมาถ่ายทำ  (ซึ่งในเวลาต่อมาโยก็เป็นคนเปิดเผยเรื่องนี้เองในบทสัมภาษณ์หนึ่ง)  ตัวโยชิกินั้นเป็นที่รู้กันในหมู่แฟนๆสมัยนั้น (ไม่เคยมีการบันทึกไว้ในสื่อหลักๆ  แต่เป็นเรื่องที่รู้กันทั่วไปทำนองเดียวกับเรื่องที่พ่อของเธอเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย) ว่าอาศัยอยู่ใน "อพาร์ตเมนท์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยและผนังกันเสียง" ทั้งนี้เพราะ "คุณแม่ขอร้อง"  ^^'

   เอาเข้าจริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้จะสังเกตยากเย็นอะไร  เพราะป้ายชื่อหน้าห้องมันก็บอกอยู่ทนโท่ว่าชื่อ "ซูซูกิ"  แถมยังไม่มีเปียโน  แล้วที่สำคัญยังรกอีกต่างหาก  เป็นที่รู้กันดีว่าโยเป็นคนชอบความเรียบร้อย  เพราะงั้นตอนอยู่กับไทจิ (มีช่วงนึงที่ไทจิระหกระเหินมาอยู่ห้องโยเนะ)  ความที่ไทจิทำอาหารเก่ง  โยเลยใช้ให้ไทจิทำกับข้าวให้กิน  ส่วนตัวเองก็เป็นคนทำความสะอาด  มีทะเลาะกันเพราะไทจิ "ไม่ยอมปิดฝายาสีฟันให้เรียบร้อย" ด้วยซ้ำ (ยังกะคู่ผัวเมีย)     

   แล้วหลังจากที่ออกรายการล่ะ?

   คำตอบ  ก็เป็นที่คาดเดาได้  คือ X กลายเป็นตัวน่ารังเกียจสำหรับวงการเฮฟวี่เมทัลญี่ปุ่นไปโดยปริยาย  พวกนิตยสารเมทัลสมัยนั้นก็มีข้อความเสียดสีแรงๆเป็นระยะ  จริงๆความชิงชังนี้มันก็เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยาก  เพราะ X (โดยเฉพาะโย) ถูกมองว่าเป็นตัวการที่ทำให้วงการเฮฟวี่เมทัลถูกหัวเราะเยาะ  ความรู้สึกนี้รุนแรงมากชนิดที่จนทุกวันนี้  วงการเมทัลของญี่ปุ่นก็ยังอยู่ในสภาวะก้ำกึ่งว่าจะยอมรับ X JAPAN ให้เป็น ジャパメタ (Japameta - ชื่อเล่นย่อๆของ Japanese Metal) หรือไม่ดีทีเดียว  คือเขาเห็นว่า (ซึ่งมันก็จริงอย่างที่เขาเห็นแหละ) เพราะ X อิมเมจสาธารณะของวงการเมทัลญี่ปุ่นถึงเป็นคนหนุ่มผอมๆ (ผอมแบบบักโกรกเลยนะ) ย้อมผมสีฉูดฉาด  อ้อ  แล้วก็พ่นไฟได้ด้วยไป  แถมไม่พอ  การที่ Visual Kei ซึ่งบูมในยุค 1990 ยังเป็นสาเหตุให้วงการเฮฟวี่เมทัลเข้าสู่ยุคมืด  ซึ่งคนที่ถูกให้เครดิตว่าเป็นผู้ริเริ่ม Visual Kei ก็คือ X (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง YOSHIKI)  จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนที่ถือว่าตัวเองเป็นเฮฟวี่เมทัล (ญี่ปุ่น) แท้ๆถึงไม่ค่อยจะยอมรับ X นักน่ะนะ 

   แต่อย่างไรก็ตาม  เรื่องนี้ (บวกกับเรื่องอื่นๆตามลำดับเวลา) ก็ทำให้เราได้รู้ว่า  ถึงหญิงโยเธอจะดูเป็นคนอ่อนไหวเจ้าน้ำตาขนาดไหน  แต่เธอ "แกร่ง" เกินคาดกับคำวิจารณ์และบรรดาคำนินทาว่าร้ายทั้งหลายนะ  เลยเบาใจได้ว่าหลังจากอาละวาดสมาคมซูโม่จนพอใจ  เธอก็ไม่รู้สึกอะไรกับคำวิจารณ์ที่ตามมาแล้วล่ะ  อันที่จริงโยกับโซ่เป็นคนที่ควรจะเรียนรู้จากกันและกันให้มากๆนะ    โยควรเรียนรู้การไม่ยึดติดกับอดีตจากโซ่  เพราะโซ่เป็นคนที่หันมองอดีตแล้วรู้ถึงข้อบกพร่องที่เกิด  แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ยึดติด  เป็นผู้ชายที่ไม่มีวันจะถูกอดีตผูกมัดเอาไว้ได้ (ซึ่งโคตรเท่เลย)  แต่โซ่กลับอ่อนไหวกับคำวิจารณ์เกินคาดมากๆ  ตอนอ่านเจอว่าโซ่ซื้อของจากอเมซอนเลยเข้าไปอ่าน customer review อัลบั้ม Truth?  ซึ่งวิจารณ์ได้ "คม" มากจนเจ็บนี่...  สิ่งแรกที่คิดคือ  1) โซ่ซื้อของจากอเมซอนด้วยล่ะ! (ไม่ใช่ประเด็นละ  แต่คิดงี้ก่อนจริงๆ)  2) โอ้ววววว  ฮีเข้าไปอ่านรีวิวอัลบั้มตัวเองด้วยแฮะ (ในฐานะของคนที่ชอบซื้อของจากอเมซอนเจแปนแล้วเคยเขียนรีวิวหนังสือไว้บ้าง  มันกึ้กๆขึ้นมาเหมือนกันนะ)  3) มายก้อด  ใส่ใจกับคำวิจารณ์ด้วย  ผิดคาดอย่างแรง  ก็ปกติเห็นชอบทำหน้าสวยเริ่ดเชิดหยิ่ง  นึกว่าจะไม่สนใจซะอีก  สองคนนี้สมควรเรียนรู้จากกันจริงๆนะ  ถึงโซ่จะบอกว่าสมัยเอ๊าะๆตอนชอบกวนตีนรุ่นพี่นั่นโดนโยเรียกไป "สั่งสอน" บ่อยๆก็เถอะ (เข้าใจว่าจนทุกวันนี้หากกวนขึ้นมาก็ยังมีสิทธิ์โดนอยู่นะ  เพราะตอนพูดถึงเอ็กซ์ตาซีโซ่ยังมีบอก  "อาจถูกเข้าใจผิด  ไม่งั้นก็อาจโดยโยชิกิซังต่อยเอาก็ได้" อยู่เลย)  ^^'           

 

edit @ 19 Oct 2008 04:25:33 by XFreak

   เขียนเอ็นทรี่นี้ขึ้นมาด้วยความเซ็งในอารมณ์บางประการ  จริงๆมันก็ทั้งเซ็งทั้งดาวน์มาได้พักใหญ่แล้วล่ะนะ  = ='  แต่บังเอิญมาได้เชื้อในประเทศเข้าอีกอาการเลยเพียบหนัก  ขอบ่นบ้าไร้สาระสักนิดก็แล้วกัน

   จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยตั้งกระทู้แจ้งข่าวเรื่องกำหนดการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตของ X JAPAN  ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้นมีรายละเอียดว่า  ・バンコク 2009/1/31(土) Supachalasai Stadium  (チケット発売日:10月上旬予定)  - กรุงเทพฯ  31/1/2009 (เสาร์)  Supachalasai Stadium (วันจำหน่ายบัตร: ภายใน 10 วันแรกของเดือนตุลาคม)  และพร้อมกันนั้น  ข้าพเจ้าก็มี ป.ล.ต่อท้ายว่า "คำเตือน  กรุณาอย่าลืมว่านี่คือ X JAPAN  กำหนดการทุกอย่างคลาดเคลื่อนได้เสมอนะจ๊ะ"

   ว่ากันตามตรง  วินาทีแรกที่เห็นกำหนดการประกาศออกมาเนี่ย  ไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อยว่าจะทำได้ตามที่พูดฟร่ะ  ^^'  เพราะงั้นแม้จะมาตอนนี้ที่เข้ากลางเดือน ต.ค. แต่ก็ยังไร้ข่าวคราว  เราเลยไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่า  "กรูว่าแล้ววววว"  แต่ดูเหมือนจะมีคนที่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจต่อสถานการณ์ที่เหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าอยู่ (ไม่ว่าจะเรื่องราคาบัตร  วันจำหน่าย ฯลฯ)  ก็อยากบอกว่าอย่าเพิ่งไปเครียดเลยเน่อ  เพราะ "นี่แหละ YOSHIKI  และนี่แหละ X JAPAN"  หากทำอะไรได้เป๊ะๆตามกำหนดที่วางไว้ทุกอย่างอันนั้นจะน่าช็อคกว่าเยอะ 

   ที่จริงเนี่ย  สารภาพเลยว่าตอนนี้ไม่ได้สนใจเรื่องคอนเสิร์ต X ในไทยเลย  จะขายบัตรเมื่อไหร่ก็ตามใจ  จะเลื่อนก็ไม่ว่า  แต่ช่วยรีบๆขายบัตรที่ปารีสทีเถอะ  เครียดมากกกกกกมาหลายวันแล้ว    T____T

   ไม่ใช่ว่าจะตามไปดูไลฟ์ที่ปารีสอะไรหรอกนะ  แต่ตอนนี้มันเหลืออยู่แค่ 36 วันก็จะถึงวันแสดงแล้ว  คนที่คิดจะไปดูที่ปารีสก็วิตกกันหนักขึ้นทุกที  เสียงลือว่าอาจมีเลื่อนอีกรอบก็เริ่มหนาหูตาม  จริงๆก็ไม่คิดว่ามันจะถึงขั้นนั้น  แต่ก็ยังห่วงอยู่ดีว่าแล้วจะขายบัตรหมดมั้ย  เพราะดูๆไปแล้วเหมือนธรรมเนียมการซื้อบัตรคอนเสิร์ตของฝรั่งจะไม่บ้าคลั่งแบบเอเชีย (ถ้าเป็นไลฟ์ในญี่ปุ่นจะไม่นึกห่วงอะไรชีเลย)  แล้วเวลายิ่งกระชั้นชิดเท่าไหร่  คนที่เค้ารอให้ได้บัตรคอนเสิร์ตก่อนแล้วค่อยจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมก็ยิ่งถอดใจกันเยอะขึ้นทุกที  ห่วงมากกกกกกกกกกกกก  ตอนนี้โยก็ไม่สบายอีก  จะทำให้ห่วงไปถึงหนายยยยย  (อารมณ์แบบแม่ห่วงลูกเนะ)

   ด้วยความเซ็งจับจิต  เลยต้องมานั่งย้อนอดีตเตือนตัวเองว่าชีก็เป็นของชีหยั่งงี้มาแต่ไหนแต่ไร  เอาแต่ประวัติศาสตร์ยุคใกล้เมื่อไม่นานผ่านมาก็สาย+เลื่อนมากี่งานแล้วนั่น (เอาแบบจากความทรงจำล้วนๆไม่ได้ไปไล่เช็คละเอียดนะ)

 

   - คอนเสิร์ตวันที่ 28 มี.ค. ที่โตเกียวโดมสาย 2 ชั่วโมง 20 นาที  ปล่อยให้แฟนยืนตากฝนรอ (Endless Rain มากฮ่ะ)  แถมแสดงไปยังไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็เป็นลม  ทำแฟนๆในโดมและนอกโดม (ที่กลัวว่าคอนเสิร์ตวันต่อไปจะเลื่อนหรือยกเลิกรึเปล่า) กรีดร้อง

   - เลื่อนเวิร์ลด์ทัวร์  ทำแฟนฝรั่ง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่จองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมเรียบร้อยแล้ว) กรีดร้อง

   - กำหนดวันแสดงไลฟ์ในปารีสใหม่เป็นวันที่ 22 พ.ย.  กำหนดขายบัตรวันที่ 5 ก.ย.  เลื่อนนนนนนนน

   - งานแถลงข่าวกลางแจ้งวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา  สาย 40 นาที  ระหว่างนั้นมีฝนตก (Endless Rain อะเกน)  พอชีมาฝนเจือกหยุด  แถมอากาศยังแจ่มใส  ชีเลยมีการยอตัวเองว่า  「俺って晴れ男かな?」ให้อยากตบจูบซัก 5-6 ฟอดอีกต่างหาก

   - กำหนดการเดิมคือพอเสร็จจากแถลงข่าวจะรีบบินดิ่งไปไต้หวัน  ปรากฏว่าไต้ฝุ่นถล่ม  เลื่อนนนนนนน

   - แถลงข่าวในกรุงเทพ  สายยยยยยยยย

   - บอกจะเริ่มขายบัตร  ก็ยังไม่เห็นหัววววว

 

   หลังจากทบทวนดู  ก็ชวนให้ประหวัดถึงคำถามหนึ่งที่นักประวัติศาสตร์สนใจ (หรือคนอื่นสนใจจะถามนักประวัติศาสตร์) ว่า "ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่"  และหากว่าซ้ำ  มันจะซ้ำในลักษณะไหน  เป็น spiral หรือยังไง  ตัดเรื่องทฤษฎีและปรัชญาน่าเวียนหัวออกไป  ขอตอบแบบชาวบ้านๆให้เข้าใจได้โดยง่ายว่าว่า  สำหรับ X JAPAN และ YOSHIKI แล้ว 

 

 

       มันซ้ำแบบซ้ำๆซากๆว่ะ   (=_____=') 

 

 

   เดี๋ยวจะมีการกล่าวหากันว่าหลักฐานที่ใช้นั้นมีข้อจำกัดด้านเวลาที่เป็น period ที่สั้นเกินไป  เพียง series ของเหตุการณ์ที่ติดเนื่องกันไม่ถึงปีไม่สามารถนำไปสู่ข้อสรุปที่ใหญ่ขนาดนี้ได้  งั้นข้าพเจ้าจะขอยกหลักฐานในอดีตที่ไกลออกไปกว่านี้หน่อยมาประกอบการพิจารณา

 

   จาก hide Bible หน้า 076  ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์สั้นๆที่ถามกับ (Screaming) Mad George เกี่ยวกับฮิเดะ

   Q.1 ได้พบกับ hide ครั้งแรกเมื่อไหร่?

   ครั้งแรกที่ได้เจอ HIDE นี่คงเป็นตอนถ่าย jacket ของอัลบั้ม 'Jealousy' ล่ะมั้ง?  ตอนนั้นคนที่ต้องถ่ายมีแค่ YOSHIKI  แต่ดูเหมือน HIDE จะมาเล่นที่สตูดิโอด้วย

   Q.2 ช่วยเล่าถึงความประทับใจในตอนนั้นให้ฟังหน่อย

   ตอนนั้นเขาเป็นคนเงียบๆเลยไม่ค่อยได้คุยอะไรกันเท่าไหร่  พอดีเทียบกันแล้วความประทับใจที่ YOSHIKI มาสตูดิโอสายไป 5 ชั่วโมงมันรุนแรงกว่าด้วย (หัวเราะ) 

 

   - กรณี X with Orchestra at NHK Hall   8 ธ.ค. 1991

     เปิดให้เข้าในสถานที่จัดแสดงสายกว่ากำหนด 1 ชั่วโมง

     เริ่มคอนเสิร์ตช้ากว่ากำหนด 2 ชั่วโมง

     สาเหตุเป็นที่เล่าลือกันในหมู่แฟน (และปรากฏว่าเป็นจริงโดยคำให้การของเท็ตชี่) ว่าเนื่องมาจาก YOSHIKI หายตัวไปในวันก่อนการแสดง (ชีกลับบ้านเกิดที่จิบะเนะ) เนื่องจากโมโหที่แซนด์วิชที่สั่งให้คนเตรียมเอาไว้ให้ในห้องที่โรงแรมนั้นมัน "แห้งไป" (อินี่หนิ)  ระหว่างที่กำลังปั่นป่วนว่าจะต้องยกเลิกหรือไม่  อิคุณชายนี่ก็เกิด "อ๊ะ  วันนี้มีคอนเสิร์ตนี่นา  ไปแสดงดีกว่า"  แล้วก็โผล่หัวมา  เลยต้องรีบซ้อมกับวงออร์เคสตร้าอย่างเร่งด่วน  เป็นผลให้พลอยเริ่มคอนเสิร์ตช้าไปด้วย

 

   อืม......  ในฐานะที่ไลฟ์คริสต์มาสจะเป็น X JAPAN with Orchestra  ใครก็อย่าไปเผลอเอาแซนด์วิชแห้งๆไปให้ชี "เหวย" ล่ะ  เดี๋ยวหนีไปไหนอีกไม่รู้ด้วย  (จะว่าไป  ตอนอัด Art of Life ก็เคยหนีไปฮาวายนี่นะ)

   ด้วยเหตุประการทั้งปวงที่ได้ว่ามา  ในฐานะที่หลวมตัวหลวมใจมาเป็น X Freaks กันแล้ว  ก็จงรอต่อไปด้วยความอดทน (หมั่นไส้ได้ไม่ว่ากัน)  อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย  เพราะยังอาจเลื่อนกันได้อีกหลายรอบ     

 

ป.ล.มองในแง่ดี  หญิงโยเธออาจอยากให้แฟน X ทุกคนในโลกหล้าได้ลิ้มรสชาติความอกสั่นขวัญแขวนระคนทุรนทุรายจากการรอคอยอันเป็นประสบการณ์ชีวิตภาคบังคับที่เหล่า X Freaks สมควรรู้รสก็ได้นะ   ที่จริงเนี่ย  แฟน X ที่ไม่เคยถูกหญิงโยเธอ treat like shit มาก่อนก็แอบดูขาดๆอะไรบางอย่างไปนา     

ป.ล.2 ยังไงก็ดี  ขายบัตรปารีสได้แล้วเฟร้ยยยยยย

ป.ล.3 ด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู  ขอโพสต์รูปอิคุณชายสายเสมอประดับบล็อกหน่อย  ตอนนี้แหละที่ชีได้ฉายา "นางเอก" มาน่ะ  ชริ  ส่งยิ้มพิฆาตแบบนี้มาใครจะไปเกลียดลงฟระ  T_____T 

 

             

 

 

edit @ 16 Oct 2008 06:51:32 by XFreak