ลังเลอยู่นานเชียวว่าจะเขียนไม่เขียนดี  ^^'  เอาเป็นว่า  หากท่านใดในที่นี้เป็นแฟนของ WANKU (หรืออีกนัยหนึ่งคือคาโอริ ภรรยาของโทชิ) หรือตัวโทชิเอง  ก็เลี่ยงไม่อ่านซะอาจดีกว่าเนะ  จริงๆคือหากไม่อยากไม่สบายใจก็อย่าอ่านเลยดีกว่าค่ะ  แม้จะพยายามพูดถึงแบบ "เบา" ที่สุดและน้อยเรื่องที่สุดแล้วก็ตาม  (เวอร์ชั่นเผ็ดร้อนและมีดีเทลสงวนไว้เฉพาะคุยกันหลังไมค์)  

 

   เพื่อความไม่บาดตา  ขอเซ็นเซอร์ไว้เน้ 

 

   หากใครที่ติดตามข่าวโทชิมาอย่างต่อเนื่อง  หรือไม่ต้องต่อเนื่องเท่าไหร่  แต่เป็นแฟนมานานพอที่จะผ่านช่วงเวลาที่โทชิมีข่าวว่าถูก "ล้างสมอง"  ซึ่งก็ติดตามมาด้วยซีรีย์ของข่าวที่ชวนเจ็บปวดใจสำหรับแฟน X อีกชุดใหญ่ๆ  คงจะพอจำกันได้ว่าช่วงที่วุ่นๆนั้น  มีข่าวว่าคาโอริซึ่งเป็นภรรยาของโทชิเป็นผู้เลื่อมใสใน "ลัทธิ" อยู่ก่อน  และยังเป็นคนที่ชักจูงโทชิให้เข้าลัทธินี้ตามไปด้วย  ซึ่งเรื่องนี้ก็มีส่วนทำให้แฟนๆจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่ดีกับภรรยาของโทชิคนนี้เท่าไหร่  แล้วพอผนวกกับข่าวลืออื่นๆในเวลาต่อมา  เช่นข่าวเรื่องมีเรื่องกับแฟนๆ บอกว่าคนที่ไม่ซื้อซีดีไม่นับว่าเป็นแฟน  หรือข่าวเรื่องว่าโยชิกิว่าเป็น "เทพแห่งโรคระบาด" หรือ "เทพแห่งความตาย"  (<-- อันนี้โทชิออกมาปฏิเสธแล้ว  แต่ในขณะเดียวกันเราก็เจอคนที่บอกว่าได้ยินมากับหูและถึงขั้นท้าให้ฟ้องด้วยน่ะนะ)  ก็ยิ่งทำให้แฟน X จำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่ดีกับเธอเข้าไปใหญ่  ข่าวลือจะเป็นจริงหรือไม่นั่นถือเป็นอีกเรื่อง  แต่ที่แน่ๆ  การที่มีข่าวลือแบบนี้เกิดขึ้น  ก็แสดงให้เห็นว่าอิมเมจของคาโอริในสายตาแฟนๆนั้นไม่ชวนให้พิศมัยเอาเสียเลย  ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีคอมเมนต์จากปากเมมเบอร์  ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจไม่มีตลอดไป  ก็ขนาดเรื่องโทชิเข้าลัทธิหรือถูกล้างสมองยังไม่มีเมมเบอร์คนไหนออกมาพูดซักแอะ (ซึ่งก็นับว่าดีแล้ว  เพราะกรณีนี้ยากจะเรียกว่าเพื่อนไม่ช่วยเพื่อน  บอกว่า "ทำตัวเอง" เห็นจะเหมาะที่สุด)  แล้วเรื่องที่ส่วนตัวยิ่งกว่าอย่างเมียเพื่อนมีเหรอจะกล้าสอดปาก?  

 

 

   ก็คิดแบบนี้มาตลอดล่ะนะ

 

 

   จนกระทั่งอ่านหนังสือชีวประวัติ YOSHIKI  ถึงหน้า 324  พูดถึงตอนที่โทชิแสดงเรื่อง Hamlet แล้วได้พบกับ "เนื้อคู่" ที่รับบทโอฟิเลีย (ควรบอกไหมว่าเป็นโอฟีเลียที่นักวิจารณ์กล่าวขวัญว่าเป็น "โอฟีเลียที่เลวร้ายยอดแย่ที่สุด" ?)  แล้วมันมีประโยคนี้

 

 

   "TOSHI ที่แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้หลังจากนั้นก็ได้พบกับโลกที่นอกเหนือจาก X ผ่านทางเธอ  ความน่าพิศวงกับประสบการณ์แปลกใหม่นี้ค่อยๆเปลี่ยนแปลง TOSHI ไปทีละน้อย  จนในที่สุด  TOSHI ก็ตัดขาดจาก X  ไปแสวงหาหนทางชีวิตของตัวเอง""

 

 

   อืมมมมมมมม......

 

   อ่านแล้วรู้สึกยังไงคะ?

 

 

   อย่างที่บอกว่าหนังสอเล่มนี้ใช้วิธีเขียนเหมือนนิยาย  ดังนั้นหากจะว่ากันแบบนิยาย  ดูที่พล็อต  การดำเนินเรื่อง ฯลฯ  มันก็ดูชี้ไป "ทางนั้น" กันหมด  เพราะหลังจากนี้โทชิจะเริ่มเปลี่ยนไป  ซึ่งเจ้าความ "เปลี่ยนไป" นี้ในที่สุดก็นำมาสู่การลาออกจากวง  ซึ่งก็มีมากกว่า 1 ครั้งที่ mention ถึงคาโอริในแง่นี้  คือพอเจอกันแล้วโทชิก็เปลี่ยนไป  และไม่ได้เปลี่ยนในแง่ที่เป็นผลดีกับวงหรือมิตรภาพ  แน่นอนว่าไม่มีการเอ่ยชื่อออกมาล่ะนะ  (หากไม่เรียก "เธอ" ก็สรรหาสรรพนามอื่นมาใช้แทน)  ที่เราอยากรู้คือ  ที่เขียนมาแนวๆนี้นี่เป็นมุมมองของโคมัตสึซังหรือเป็นมุมมองของตัวโยชิกิเอง?  แต่หากไม่ใช่มุมมองของโย  หรือเธอรู้สึกต่อต้านความเห็นทำนองนี้อย่างรุนแรง  (ประมาณว่าแท้จริงเเล้วโยสนิทสนมกับภรรยาโทชิเป็นอย่างดี)  มันก็ไม่น่าจะมีหลุดออกมาได้ใช่ไหม?

 

   ว่าตามตรง  เราเฉยๆมากกับเรื่องทำนองผู้หญิงเข้ามาเปลี่ยนแปลงมิตรภาพของผู้ชาย บลาๆๆ นะ  คือตัวเองก็ได้อิทธิพลความคิดแบบเฟมินิสม์อยู่ค่อนข้างมาก  เลยจะออกไปในแนว  "แล้วทำไมถึงได้ประเมินค่าว่ามิตรภาพของผู้ชายมันสำคัญกว่าล่ะ!" มากกว่า  ประกอบกับครอบครัวเราเองก็เคย suffered กับปัญหาทำนองนี้มาก่อน (รายละเอียดไม่เหมือนกันก็จริง  แต่ก็แพทเทิร์นนี้เลยล่ะ)  เพราะงั้นทั้งด้วยอุดมการณ์และประสบการณ์ส่วนตัว  เราเข้าข้างฝั่งภรรยามากกว่าเพื่อนเสมอ (แต่ทั้งนี้ต้องดูกันที่ข้อมูลด้วยนะ)  เรื่องยุบวงก็เหมือนกัน  อย่าว่าแต่โทษคาโอริ  แม้แต่โทชิเราก็ไม่โทษว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ X ต้องยุบวง  จริงอยู่ว่ามันมีที่มาจากการลาออกของโทชิ  แต่นั่นก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเขาที่จะเลือกชีวิตของตัวเอง  หาก X JAPAN ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้โดยปราศจากนักร้องที่ชื่อโทชิ  นั่นก็เป็นปัญหาของ X JAPAN  ไม่ใช่ปัญหาอะไรของโทชิเลย

 

   ด้วยเหตุที่ว่ามา  เราจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชอบคาโอริเลยแม้แต่น้อย  ตัวโทชิเองเราก็ไม่ได้โปรดปรานเขา "แบบนั้น" แล้วเกิดหึงหวงหรืออิจฉาอะไร  เอาเข้าจริงตอนโทชิแต่งงานก็ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตอะไรเลยด้วยซ้ำ  แฟนๆส่วนใหญ่พากันอวยพรให้เป็นอย่างดีด้วยซ้ำ  จะบอกว่าคาโอริชักพาโทชิเข้าลัทธิ?  อืม....  ต่อให้เป็นแบบนั้นโทชิก็มีส่วนตัดสินใจเองด้วยอยู่ดี  จะโทษคาโอริคนเดียวแล้วให้โทชิเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารก็ดูยังไงๆชอบกล   

 

   แต่ถึงอย่างนั้น...

 

   เราก็ยังไม่ชอบคาโอริอยู่ดี  ___orz

 

   ไม่ใช่ว่าไม่ชอบมาแต่ไหนแต่ไรนะ  อย่างที่บอกว่าด้วยอุดมการณ์ส่วนตัวทำให้เราเฉยๆกับเรื่องทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามา  ยอมรับว่าเมื่อก่อนตอนมีข่าวเรื่องล้างสมองเนี่ย  เราตามข่าวแค่ผิวๆค่ะ  เพราะยิ่งฟังยิ่งรู้สึกปวดตับ  = =;  รู้ไปก็เจ็บปวด  เพราะงั้นไม่รู้เห็นจะดีกว่า  (ซึ่งหลังจากที่มาไล่เก็บข้อมูลเพื่อคั้น fact เอาช่วงนี้  ขอยืนยันว่า "ไม่รู้จะดีกว่า" จริงๆ)  ตอนได้ยินข่าวรียูเนี่ยน  สิ่งแรกที่คิดก็คือเรื่องมาซายะนี่แหละ  เพราะว่ากันตรงๆเลย  ระหว่างที่เที่ยวล่องไปตาม "หนทางของตัวเอง" เนี่ย  โทชิก็เคยพูดอะไรทำร้ายจิตใจแฟน X มาอย่างแสนสาหัส  แล้วคนที่เคยพูดจาอย่างนั้นจะกลับมาทำหน้าชื่นเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อนเนี่ยนะ  หน้าด้านไปหน่อยมั้ย?  ตอนแรกก็นึกว่าจะมาแนว "ตาสว่างแล้ว" ซะอีก  ปรากฏว่าไม่ใช่แฮะ (ในแง่นี้ก็ต้องนับถือนะว่ายึดมั่นศรัทธาจริง)  ซึ่งตอนนั้นด้วยความดีใจก็ไม่คิดจะสงสัยหาความอะไร  (จริงๆคือห้ามตัวเองไม่ให้สงสัยด้วย)  ในเมื่อโทชิพูดมาตลอดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกสื่อนั่นมัน  "กุขึ้นทั้งเพ"  เราก็จะเชื่อแล้วกันนะว่ามันกุขึ้น  ถึงจะหนังตากระตุกอยู่ซักหน่อยก็เถอะ  ต่อมาเริ่มทำโซโล่ทันที (จริงๆก็ทำตั้งกะแรก  เอามาโฆษณาในโดมด้วยซ้ำไป) ก็ยังเฉยๆ  เริ่มไปทำวงแปลกๆคอนเซ็ปต์อนุรักษ์ธรรมชาติอะไรซักอย่าง  ก็ขำๆ....  เอาเมียออกมา  แรกๆก็ยังขำ  แต่อยู่ไปอยู่มา...  ชักจะขำไม่ออก......

 

   ที่จริงของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมเป็นหลักน่ะนะ  แต่โดยรสนิยมส่วนตัวแล้ว  เราไม่ชอบผู้หญิงแบบคาโอริเลยอ่ะ  ___orz  อย่างที่บอกว่าเดิมเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับคาโอริเลย  ออกจะเห็นใจหน่อยๆด้วยซ้ำ (ที่ไม่ได้เห็นใจมากมายหรือกรี๊ดกร๊าดอะไรเธอก็เพราะเมื่อก่อนไม่ได้สนใจเลยนั่นเอง)  ทำนองว่าเขาดูเป็นสามีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากกันมาดีเนอะ  ดูสมกันดีเนาะ  ฯลฯ  จริงๆในส่วนนี้นี่จนปัจจุบันความคิดเราก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงเนะ  เขาสมกันดีจริงๆ  อยู่ด้วยกันแล้วเหมือนคู่ผัวเมียไม่เต็มบาทดี....  หากถามว่าแล้วมาเริ่มไม่ชอบคาโอริเอาตอนไหน  ก็คงเป็นตอนที่เธอเริ่มเขียนบล็อกตัวเองนี่แหละ...  ว่าไงดี  การเขียนบล็อกมันต่างจากพวก "เรื่องจากข่าว" ตรงที่มันแสดงถึงตัวตนของผู้เขียนออกมาโดยตรงน่ะนะ  เราไม่ใช่แฟนบล็อกของคาโอริ (อย่างที่บอกว่าไม่เคยสนใจเธอมาแต่ไหนแต่ไร)  พอรู้ข่าวว่ามีบล็อกก็ลองเข้าไปดูหนนึง  ไม่ได้สนใจจะอ่านอะไร  สิ่งที่จำได้คือหนวกหูเสียงเพลง + ฮากับแฟชั่นสุดเฉิ่ม (ที่บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่านี่หยุดเวลาเอาไว้ในยุค 80 สมัยที่ตัวเองเป็นไอด้อลขายไม่ออกเหรอ?) แล้วก็จากไป  ไม่ได้สนใจอะไรอีก  จนพอมีประเด็นเรื่อง "อึสีเขียว" ที่เป็นที่กล่าวขวัญฮือฮากันอย่างยิ่งยวดในคอมมิวนิตี้แฟนญี่ปุ่น  เราเลยเกาะกระแสเข้าไปดูกับเขาบ้าง  แล้วก็ -->   (สำหรับท่านที่ไม่รู้  มันเป็นบล็อกที่คาโอริเขียนเกี่ยวกับว่าตัวเองกินยาชนิดหนึ่งซึ่งมีสีเขียว  จึงทำให้อึออกมาเป็นสีเขียว  ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่รู้ทำไมเธอถึงตื่นเต้นที่จะเอามาเขียนลงบล็อกนัก  แต่ที่สำคัญคือมันทำให้อิมเมจของคาโอริในสายตาแฟน X ดิ่งวูบทันที  แน่นอนว่ารวมไปถึงโทชิผู้ "แต่งงานกับผู้หญิงที่เล่าเรื่องอึตัวเองลงบล็อก" ด้วย)  แต่ตอนนั้นก็ยังรู้สึกแค่ประมาณ  "เป็นผู้หญิงที่เปิดเผยเรื่องของตัวเองดีนะ"  (หัวเราะแห้งๆ)  

 

   จากนั้นก็ยังคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับบล็อกของคาโอริดังเดิม  (เป็นพวกที่หากไม่ชอบก็ไม่ยุ่ง)  แต่ปัญหาคือ  ในคอมมิวนิตี้ที่เราสิงอยู่มีประชากรมากมายมหาศาล (ว่ากันตามตรงก็ที่สุดในโลก)  ซึ่งก็แน่นอนว่าย่อมมีพวกแอนตี้เข้ามาป่วน  วิธีป่วนอย่างนึงที่แพร่หลายมากคือการ copy-paste ข้อความมาแปะซ้ำๆหลายรีพลาย  (ข้อความจะเป็นอะไรก็ได้ แต่โดยมากมักเป็นข้อความที่มีเนื้อหาที่เข้าใจว่าคนที่สิงในหัวข้อนั้นอ่านแล้วไม่บันเทิงอารมณ์)  ที่ผ่านมาก็เคยเจอกระแสป่วนแบบนี้มาเยอะ  อย่างตอนโยมีคดีซูโม่นั่นก็ต้องฝ่าคลื่นลมกันแบบทรหดทีเดียว  แต่คราวนี้  มีพวกที่มาป่วนโดยก๊อปปี้ข้อความในบล็อกคาโอริมาแปะอ่ะ  ___orz  (ในแง่หนึ่ง  การที่ข้อความในบล็อกของภรรยาเมมเบอร์สามารถเป็นเครื่องมือของพวกแอนตี้ได้นี่ก็สุดยอดไปเลยนะ)  เพราะงั้นต่อให้ไม่อยากอ่าน  มันก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าเองจนได้  = =;  ส่วนใหญ่ก็จะลากเมาส์หนีอย่างรวดเร็ว  แต่เนื่องจากข้อความมันยาว  ลากยังไงก็ต้องมีประโยคที่ผ่านตาบ้าง  แล้วพอผ่านเข้าตาบ่อยๆเข้ามันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า  "อายุขนาดนี้แล้วใช้ภาษาแบบนี้ไม่อายบ้างเหรอ..."  อันนี้ก็เป็นอะไรที่พูดลำบาก  เป็นไปได้ก็อยากให้พิสูจน์กันเอง (แต่ก็ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นดีในระดับนึงเนาะ)  คือมันเป็นสำนวนภาษาแบบที่เราตั้งชื่อให้ว่า  "คุณป้าแอ๊บแบ๊ว" อ่ะ    ขอบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาคนเลียนแบบ  เมื่อก่อนตอนโดนป่วนแบบนี้ใหม่ๆเคยสงสัยว่าคนป่วนเมคเองเพื่อใส่ร้ายคาโอริจนตามไปดูบล